9 – Apple pencil

apple pencil

หลังจากใช้ Stylus มาไม่ว่าจะเป็น S Pen, adonit jot script, writertoy stylus, adonit jot pro, Bamboo stylus จนมาถึง apple pencil แล้วจึงพบว่า apple pencil นี่เขียนได้ดีพอๆ กับ S Pen เลย แต่ด้วยความที่เคยใช้แต่ S Pen บน Note 5 พอมาเทียบกับการใช้ apple pencil เขียนบนจอใหญ่ๆ อย่าง iPad pro 10.5 เลยรู้สึกเขียนสนุกกว่าเยอะเลย

แต่กว่าจะได้ความลงตัวในการจดโน้ตบน iPad มาก็ต้องใช้เงินพอๆ กับซื้อโน้ตบุคระดับกลางเครื่องนึงเลย ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่อยากได้อุปกรณ์อะไรเพิ่มอีก เพราะเสียวินัยการเงินมากช่วงนี้

Posted by elixer in cool, 0 comments

8 – Morning Ritual

หลังจากปรับเวลาตื่นนอนใหม่ให้ตื่นตี 5 ได้ทุกวันแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือพยายามใช้เวลาช่วงเช้าให้ได้ประโยชน์โดยการกำหนด Morning Routine หรือ Morning Ritual โดยพยายามไม่ให้กิจกรรมเยอะเกิน

  • Drink 250 ml water
  • Push-up 10X
  • Use washroom
  • Social Fix
  • Review today plan
  • Do 1 MIT (Most Important Tasks)

ซึ่งคงต้องปรับไปเรื่อย พอถึงสิ้นปีอาจจะกลายเป็นอีกแบบนึงไปเลย

Posted by elixer in cool, 0 comments

7 – RDU

ใครจะไปรู้ว่าแค่ 3 เดือนตัวเองจะได้เจ็บป่วยทั้ง 3 โรคนี้ เริ่มตั้งแต่ แผล หวัด เจ็บคอ และปิดท้ายด้วยท้องเสีย

พอเทียบทั้ง 3 โรคแล้วพบว่าแผลนี่รบกวนชีวิตน้อยที่สุด รองลงมาเป็นท้องเสีย และรบกวนสุดๆ คือหวัด เจ็บคอ แต่ทุกครั้งที่ป่วยก็เหมือนเดิม รู้สึกตัวเองมีพลังมากขึ้นแบบโกคู เลยไม่นอยด์เวลาป่วยติดๆ กัน

แต่สิ่งที่ต้องคำนึงคือ สาเหตุการป่วยส่วนหนึ่งมาจากการทำงานหนักติดๆ กัน ถ้าไม่เดินไปตามแผนปัจจุบัน หรือทำให้แผนสำเร็จตามเวลาที่วางไว้ได้ ก็ต้องป่วยแบบนี้อีก ถึงแม้จะออกกำลังกายเยอะๆ ก็ป้องกันโรคพวกนี้แบบ 100% ไม่ได้อยู่แล้ว

สรุปแล้วตอนนี้ต้อง focus, on plan and quick recovery ป่วยได้แต่อย่านาน 555

 

Posted by elixer in cool, 0 comments

6 – StrengthsFinder2.0

หลังจากอ่านโพสนี้ก็ไปตามหาหนังสือมาจาก http://nstore.net/ ได้ในราคา 405 บาท

ได้มาก็อ่านจบด้วยเวลานิดเดียวเพราะเนื้อหาที่อ่านได้เลยมีแค่สามสิบกว่าหน้า ที่เหลือต้องทำแบบทดสอบเสร็จก่อนถึงจะอ่านต่อได้ ก็เลยหาเวลาว่างทำ ใช้เวลาไปครึ่งชั่วโมง

แต่พอทำเสร็จแล้วได้สองอันดับแรกเป็น Input กับ Learner ก็รู้สึกว่ามันตรงแฮะ ถึงแม้จะรู้อยู่แล้ว แต่พอได้แบบทดสอบนี้ยืนยันก็ยิ่งรู้สึกยินดีกับจุดแข็งนี้

สิ่งที่ควรทำต่อคือเอาจุดแข็งทั้งหมดไปผูกกับเป้าหมายดูว่าเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง และจะพัฒนาอย่างไร ในขณะที่ทำตามเป้าหมายไปด้วย เพราะเบื้องต้นคิดว่าเป้าหมายถูกเลือกมาจากการทำงานเบื้องหลังของจุดแข็งพวกนี้แหละ แค่เลือกไปโดยไม่รู้ตัว ทีนี้พอรู้ตัวแล้วก็ต้องทำให้ดีกว่าเดิม

สรุปแล้ว 405 บาท นี่คุ้มอยู่ ดีกว่าหนังสือ self help ที่เสียเวลาอ่านตั้งนาน แล้วพบว่าได้อะไรเพิ่มมานิดเดียว

Posted by elixer in cool, 0 comments

5 – Todoist

Todoist เป็นหนึ่งในแอพ todo ที่ผมใช้มานานที่สุด ตอนนี้จะใช้เป็นปีที่ 5 แล้ว แต่กว่าจะมาลงตัวที่แอพนี้ก็ลองเกือบสิบแอพทั้งฟรี และเสียเงิน

สามเหตุผลที่ชอบแอพนี้คือ

  1. ความไม่รก แต่ก็ไม่ขาด สิ่งที่ต้องใช้ก็ยังเข้าถึงได้ตั้งแต่หน้าแรก
  2. multi platform ทำให้ใช้ได้ตลอด เพราะเข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์ เคยใช้ OmniFocus แล้วเลิกใช้ไปเพราะใช้บนวินโดวส์ กับบนเว็บไม่ได้นี่แหละ
  3. Comment ของ task ที่เก็บข้อความและแนบไฟล์ได้ ทำให้เก็บข้อมูลที่ใช้แค่ช่วงสั้นๆ ไว้ในแอพได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาไปเปิดดูจากเมล หรือจาก evernote

คิดว่าคงใช้แอพนี้ต่อไปอีกนาน ถ้าไม่มีเทคโลยีอะไรที่เปลี่ยนแปลงการใช้โทรศัพท์ไปมากๆ อย่างเช่น wearable device ที่รับคำสั่งจากเสียง และแสดงผลบนพื้นผิวอะไรก็ได้นอกจากที่จอแสดงผล

ปล. Todoist premium ที่ผมใช้ มีค่าบริการ $28.99 / ปี

Posted by elixer in cool, 0 comments