บล็อกส่วนตัวของ รชานนท์ (@elixer)เภสัชกรโรงพยาบาล และผู้ประกอบการ

ทะลวงน็อตหัวเกลียวรูด

18 May, 2014

เป็นสามีได้ไม่กี่วันก็ได้เริ่มงานช่างงานแรกแล้ว เหตุเริ่มมาจากคุณภรรยาทำความสะอาดห้องน้ำ แล้วพยายามขัดล้างประตูห้องน้ำ โดยการราดน้ำจนชุ่ม แล้วก็ขัดๆๆๆ แต่บานพับประตูมันเก่าและเป็นเหล็ก พอโดนน้ำเข้าไปไม่ถึงวันสนิมก็จับเลย พอสนิมจับทีนี้ก็งานเข้าเลย ปิดประตูห้องน้ำไม่ได้เพราะบานพับมันขัด พับสุดไม่ได้ จะให้เปิดประตูอาบน้ำก็ลำบากต้องคอยมาเช็ดน้ำที่กระเซ็นออกมาข้างนอกอีก ช่างจำเป็นอย่างเราก็เลยต้องลงมือแก้ไขโดยการเปลี่ยนบานพับตัวที่เป็นสนิม ซึ่งก็คือตัวล่างสุด จากทั้งหมดสามตัว ด้วยความใจร้อนรีบไขน็อตโดยไม่ได้ดูให้ดีก่อนว่าน็อตบางตัวมันโดนสนิมกินที่หัวเกลียวแล้ว ทำให้หัวเกลียวรูดไป 4 ตัวจากทั้งหมด 8 ตัว ทีนี้ทำไงต่อละ ก็ต้องใช้คีมหมุนออก ก็หมุนออกมาได้อีก 2 ตัว ส่วนอีก 2 ตัวไม่สามารถใช้คีมจับได้เพราะมันเสมอขอบประตู ก็เลยต้องใช้ Sonax มาพ่นๆ แล้วก็รอมันซึม แล้วก็ตอกไขควงลงไปแรงๆ ออกแรงหมุนเต็มที่ เพื่อพบว่ามันไม่ขยับเลย ก็เลยต้องหาวิธีอื่น ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ใช้ดอกถอดเกลียวซ้าย แต่ไปหาซื้อที่ร้านแถวบ้านดันไม่มี ก็เลยต้องไปซื้อสว่านกับหัวเจาะเหล็กมาทะลวง โดยใช้ดอกสว่านเล็กลงมาหน่อย เจาะมันเข้าไปเรื่อย จนควันขึ้นแล้วหัวน็อตมันก็จะหลุดออกมาเป้นชิ้นเล็กๆ น่ารัก แต่ก็ทำหมดเงินไปพันกว่าบาท แล้วก็เหลืองานให้ทำต่อ นั่นคือซื้อบานพับอันใหม่มาใส่ งานนี้ทำให้รู้ว่าความกลัวดอกสว่านหักกระเด็นมาทิ่มตัวยังคงมีอยู่ ไม่ว่าเราจะใช้สว่านบ่อยแค่ไหน  

Insulin Log #1

30 April, 2014

W: 67 ; 12 – 0 – 6 หลังจากปรับเปลี่ยนการรักษาครั้งใหญ่ มาใช้วิธีที่ต้องเจ็บนิดหน่อย ก็พบว่าผลการรักษาออกมาดีมาก ลด HbA1C จาก 11 เหลือ 7.3 (ลดลง 34%) ภายในเวลาเพียงแค่ 6 สัปดาห์ (แต่ก็เจอภาวะ hypoglycemia ไปเฉลี่ยสัปดาห์ละครั้ง) เลยได้หยุดยาไปทั้งหมด 2 ตัว (หนึ่งในนั้นคือตัวที่กำลังโดนเล่นงานอย่างหนักในตอนนี้) ที่เหลืออยู่ตัวเดียวก็ได้ลดขนาดเหลือต่ำสุด ส่วน HDL (ไขมันดี) ก็เพิ่มมาเป็น 82 ผลจากการปั่นจักรยานอย่างสม่ำเสมอ ไขมันตัวอื่นก็ปกติหมด สรุปแล้วเราน่าจะยอมใช้ insulin ตั้งแต่ห้าปีก่อน  

Seven years

12 April, 2014

ตามธรรมเนียมของตัวเองคือ พยายามเขียนอะไรเกี่ยวกับชีวิต และการทำงานอย่างน้อยปีละครั้ง เอาไว้ย้อนกลับมาดูความคิดของตัวเองในแต่ละปี และอีกไม่กี่วันก็จะทำงานครบ 7 ปีแล้ว ยังคงเป็นเภสัชกรโรงพยาบาลอยู่ และเป็นเภสัชกรร้านยาควบคู่ไปด้วยเป็นปีที่ 2 พบว่าเหนื่อยน้อยลง เพราะร้านไม่ได้ขายดีมาก มีช่วงให้นั่งเล่นตลอด ไม่เหมือนการอยู่เวรที่แทบจะไม่ได้หยุดพักเลย อีกอย่างไม่ต้องอดนอนอยู่เวรดึกแล้วด้วย (ได้เลิกอยู่เวรดึกไวกว่าที่คิด เพราะพึ่งผ่านหลัก 30 มาได้แค่ปีเดียวเอง) สุขภาพก็เรื่อยๆ มีปรับเปลี่ยนการรักษาครั้งใหญ่ พร้อมกับได้โรคประจำตัวเพิ่มมาอีกหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ปรับตัวจนใช้ชีวิตกับมันได้แล้ว (นึกย้อนกลับไปตอนเด็กพบว่าตัวเองมีปัญหาสุขภาพแบบหนักๆ ทุก 10 ปี) ได้สัมผัสบรรยากาศเดียวกับพ่อ เพราะต้องไปรักษาที่รพ.เดียวกัน เลยเข้าใจว่าพ่อเหนื่อยมากๆ กับการมารพ. ย้อนกลับมาเรื่องงาน พบว่างานที่ไม่มีลูกน้อง มันทำให้เราแทบไม่ต้องรับโทรศัพท์นอกเวลางาน ไม่ต้องคอยแก้ปัญหาซ้ำซาก เหมือนเดิมทุกวัน ได้มีเวลาโฟกัสกับงานสำคัญ ได้ลอง implement GTD อีกรอบ โดยลงทุนซื้อ app สมัครใช้ premium app และซื้อหนังสือ หมดเงินไปเกือบหมื่น (พึ่งเริ่มได้สองเดือนยังสรุปไม่ได้ว่าสำเร็จหรือเปล่า) เริ่มเบื่องานโรงพยาบาลนิดๆ แต่ก็ยังทำต่อไป เพราะงานยังมีประโยชน์กับคนไข้ และค่าตอบแทนก็ยังดีอยู่เหมือนเดิม (ถึงแม้รุ่นน้องจะเงินเดือนไล่มาติดๆ แต่พอเราไม่ไปเปรียบเทียบมันก็จบ) […]

  • Advertise