Slowing the progression of renal function decline
การชะลอไตของผู้ป่วยให้เสื่อมช้าลง เป็นอีกบทบาทหนึ่งของเภสัชกรในฐานะทีมดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยประเด็นหลักที่ต้องดูแลและจัดการมีตามนี้
- Blood Pressure Management: ความดันโลหิตสูงจะทำให้เกิดการเสียหายของไต เราจึงต้องจำเป็นช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมความดันโลหิตให้ได้ ด้วยการให้ได้รับยาที่จำเป็น และปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต
- Diabetes Control: โรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ ก็เป็นอีกปัจจัยที่เร่งการเสื่อมของไต นอกจากปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตอย่างอาหารการกินแล้ว ต้องดูแลการใช้ยาอย่างเข้มงวดให้เป็นไปตามแผนการรักษาด้วย
- Medication Review: เภสัชกรจำเป็นต้องทวนรายการยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่เสมอ เพื่อเฝ้าระวัง ไม่ให้เกิดการใช้ยาบางตัวที่มีผลกระทบต่อไต โดยการปรับขนาดการใช้ยาให้เหมาะสมกับการทำงานของไต หรือแจ้งแพทย์ให้หยุดยาพร้อมทั้งเสนอยาหรือหารรักษาทางเลือก
- Monitor Protein Intake: การรับประทานโปรตีนมากเกินไป จะทำให้ไตทำงานหนัก ควรแนะนำให้ผู้ป่วยควบคุมอาหาร หรือพบโภชนากรเพื่อปรับเปลี่ยนและวางแผนมื้ออาหาร
- Salt Restriction: การจำกัดการบริโภคเกลือช่วยลดทั้งความดันโลหิต และลดผลกระทบต่อไต จึงควรแนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการรับประททานอาหารที่มีโซเดียมสูง
- Hydration: การดื่มน้ำอย่างเพียงพอเป็นปัจจัยสำคัญในการดูแลการทำงานของไต จึงจำเป็นต้องเน้นย้ำให้ผู้ป่วยดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอตลอดวัน ประมาณ 2 - 3 ลิตรต่อวัน
- Quit Smoking: บุหรี่ทำร้ายไตอย่างมาก การสนับสนุนให้ผู้ป่วยเลิกบุหรี่เป็นอีกเรื่องที่สำคัญลำดับต้นๆ
- Regular Monitoring: ติดตามการทำงานของไตเป็นระยะผ่านการตรวจเลือดเพื่อหาค่าการทำงานของไต (eGFR) และตรวจปัสสาวะเพื่อดูการรั่วของโปรตีน
- Medication Adherence: ดูแลให้ผู้ป่วยใช้ยาอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง เพราะการลืมรับประทานยาบ่อยๆ ส่งผลต่อการควบคุมโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง
- Lifestyle Modification: แนะนำให้ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต ตั้งแต่การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนัก และบริหารความเครียด
- Patient Education: สรุปข้อแนะนำทุกข้อ ให้เข้าใจง่าย เป็นขั้นๆ ตั้งแต่ สาเหตุ ปัจจัยความเสี่ยง จนไปถึงการจัดการ
- Collaboration: ร่วมมือกับทีมโดยให้ข้อมูลเรื่องการใช้ยา และ drug interactions ที่อาจเกิดได้
การชะลอไตให้เสื่อมช้าลง ต้องอาศัยการดูแลเป็นทีม และเน้นไปที่การให้ความรู้และเสริมพลังให้ผู้ป่วยมีความเชื่อมั่นในการดูแลและจัดการตนเองตามแผนของทีม