rule

Divine and conquer

ได้อ่านเรื่อง Divide and conquer ของคุณเม่นมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่ได้เขียนถึงซะที เพราะปกติชอบใช้สัญชาตญาณ จัดการกับเรื่องราวที่เข้ามาในชีวิตไปเรื่อยเปื่อย พอได้ทบทวนก็พบว่าเสียเวลา และพลังงานไปกับเรื่องราวที่แก้ไม่ได้ตั้งมากมาย

แต่หลังจากพยายามพูดคุยกับตัวเองให้มากขึ้น เวลามีเรื่องราวต่างๆ เข้ามาในชีวิต จึงได้ลองนำวิธีของคุณเม่นไปใช้จัดการกับเรื่องราวของตัวเอง และคนอื่น หลังจากลองใช้อยู่ระยะหนึ่ง พบว่าผมนำวิธีไปจัดการกับเรื่องราวของคนอื่นเช่น คนไข้ ได้ค่อนข้างดี เพราะแยกแยะว่าเรื่องใดเป็น “กฎ” เรื่องใดเป็น “ปัญหา” ได้ชัดเจน แต่พอถึงคราวต้องจัดการกับเรื่องราวของตัวเอง มักจะเกิดอคติจัดทุกเรื่องราวให้เป็น “ปัญหา” เกือบทั้งหมด ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่น่าจะเยอะขนาดนี้ เพราะผมไม่ได้มีความสามารถที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างในโลกได้ ซึ่งมันส่งผลให้ผมต้องหมกมุ่นกับการพยายามแก้ “ปัญหา” หลายอย่าง ที่ควรจะเป็น “กฎ” ตั้งแต่แรก

ถ้าวนลูปแค่ครั้งเดียวก็ยังไม่เสียหายเท่าไหร่ แต่กับบางเรื่องผมก็พยายามซ้ำแล้ว ซ้ำอีก จนเรื่องราวใหญ่โตขึ้นแทนที่จะลดลง ซึ่งผลนี้เกิดจากการไม่ทำตามวิธีนั่นเอง ก็เลยต้องย้อนกับมาดูที่ตัวเอง ว่าทำไมถึงจัดการกับเรื่องราวของตัวเองได้ไม่ดี เหมือนกับจัดการเรื่องราวของคนอื่น เลยพบว่าเวลามองเรื่องราวคนอื่น ผมจะมองในฐานะ “คนนอก” ทำให้ทำตามวิธีได้ดี แต่พอมองเรื่องราวของตัวเอง ผมกลับไม่ได้มองในฐานะ “คนนอก” เข้าข้างตัวเองมากเกินไป เลยเกิดความลำเอียงในการตัดสินใจ

ทางแก้ก็คือต้องมองเรื่องราวของตัวเองในฐานะ “คนนอก” ให้ได้ ซึ่งการทำให้ได้แบบนั้นผมก็รู้จักอยู่ 1 วิธีนั่นคือ การดูจิต ที่ฝึกสังเกตการณ์จิตของเรา โดยไม่เข้าไปแทรกแทรงหรือควบคุมมัน ซึ่งน่าจะนำมาปรับใช้กับวิธีนี้ได้ ซึ่งมันก็ใช้ได้ดีจริงๆ และคงจะดีกว่านี้มาก ถ้าผมพยายามฝึกให้มากกว่านี้

ผมอาจจะใช้วิธีนี้ได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่ก็แก้ปัญหาของคนไข้ได้หลายคนเพราะวิธีนี้ ก็ต้องขอขอบคุณท่านเจ้าสำนัก ที่เขียนวิธีดีๆ แบบนี้ให้ผมได้นำมาใช้ครับ

Posted by elixer in cool

Rule for me 2010/1

ช่วงนี้เริ่มทำอะไรเรื่อยเปื่อยนอก Short list แถมทำไปก็ไม่ได้มีความสุข แค่ทำไปเพราะขี้เกียจ ก็เลยต้องออกกฎมาควบคุมตัวเองซะหน่อย เดี๋ยวเดินไปไม่ถึงจุดหมายซะที

กฎก็ง่ายๆ แบ่งกิจกรรมที่จะทำออกเป็น 3 ประเภทเหมือนการแบ่งประเภทอาหารที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานรับประทาน แบ่งออกมาได้ตามนี้
กิจกรรมที่ทำได้ไม่จำกัด
  • อ่าน แปล และเขียนหนังสือ 
  • เขียนบล็อก
  • สอนหนังสือ
  • ออกกำลังกาย
  • ซ้อมดนตรี
  • ฝึกสมาธิ
  • ท่องเที่ยว และถ่ายรูป
กิจกรรมที่ทำได้จำกัด
  • ดูหนัง กับ DVD รวมกันไม่เกินสัปดาห์ละ 4 เรื่อง
  • ดู anime ไม่เกินวันละ 1 ตอน
  • Facebook กับ Google reader ไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง
  • ดู TV ไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง
กิจกรรมที่ไม่ควรทำ
  • ขับรถแบบไร้จุดหมาย
  • เล่นเกมส์
  • เอางาน รพ. มาทำที่บ้าน
อะไรที่ไม่อยู่ในกฎก็ยกผลประโยชน์ให้ไปก่อน ช่วงแรกกำหนดให้มี free day no rule เดือนละ 3 วัน ลองใช้ดูว่าจะได้ผลมั้ย 
Posted by elixer in cool