My Life

Workplace or Home

ช่วงนี้ทำงานสองที่ แต่เป็นงานแบบเดียวกัน เลยมีอะไรให้เปรียบเทียบเยอะ
คาดว่าซีรี่ส์นี้คงเขียนไปอีกนาน เพราะไม่มีเวลาไปหาเรื่องอื่นมาเขียนแล้ว เลยกำหนดชื่อเรียกโรงพยาบาล ที่ผมทำงานดีกว่า ขี้เกียจพิมพ์ยาวๆ เริ่มจากโรงพยาบาลรัฐให้ชื่อย่อเป็น BL ส่วนโรงพยาบาลเอกชนให้ชื่อย่อเป็น SM แล้วกัน

ที่ทำงานของผมคือกลุ่มงานเภสัชกรรม หรือห้องยานั่นเอง ซึ่งที่ BL จะมี 2 ห้องยาคือห้องยานอกสำหรับจ่ายยาผู้ป่วยนอก และห้องยาในสำหรับจ่ายยาผู้ป่วยใน และผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยเวลาทำการของห้องยานอก ก็คือเวลาราชการ ส่วนห้องยาในจะเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง

โดยทั้งสองห้องนี้นอกจากส่วนที่ใช้เก็บยา และส่งมอบยาแล้ว ก็จะมีห้องครัว (มีไมโครเวฟไว้อุ่นของกิน มีหม้อหุงข้าว ไม่ถึงกับประกอบอาหารได้หรอก) ห้องพักเหมือนกับที่ทำงานทั่วไป เพียงแต่ห้องพักของเราจะใช้งานออกแนวห้องนอนมากกว่าห้องพัก เพราะการทำงานดึกๆ ข้ามคืน จะให้เจ้าหน้าที่ตื่นตลอดก็ไม่ไหว ต้องมีการผลัดกันนอนพักบ้าง (สำหรับเจ้าหน้าที่เภสัชกรรมนะครับ เพราะเภสัชกรที่นี่อยู่เวรแค่ 4 ทุ่ม)

ในขณะที่ทำงานอีกที่ของผมคือที่ SM ก็มีห้องยาเหมือนกัน แต่มีแค่ห้องยาเดียวจ่ายยาทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และผู้ป่วยฉุกเฉิน เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง โดยช่วงหลัง 4 ทุ่มจนไปถึง 7 โมงเช้าจะมีเภสัชกรอยู่เวร 1 คนกับเจ้าหน้าที่เภสัชกรรม 2-3 คน

ที่นี่ ก็มีห้องครัว แต่ไม่มีห้องพัก มีแค่โซนสำหรับให้เภสัชกร นอนหลับตอนเข้าเวรดึก แล้วก็ตื่นมาเป็นช่วงๆ เพื่อเช็คยา ส่งมอบยาให้ผู้ป่วยฉุกเฉิน เช็คยาที่ต้องให้ทันทีของผู้ป่วยใน แล้วก็ตอบคำถามแพทย์ กับพยาบาล ดังนั้นวันไหน มีผู้ป่วยฉุกเฉินน้อย ผู้ป่วยในไม่มีปัญหาอะไรตอนดึก เภสัชกรก็จะได้นอนหลับอย่างสบายใจ เปรียบดังย้ายที่นอนจากที่บ้าน มาเป็นที่โรงพยาบาล ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะที่นี่โรงพยาบาล ไม่ใช่โรงเรียน จะให้เงียบสลบตลอดคืนได้ไง

ไม่รู้เพราะที่นี่มีห้องยาเดียวหรือเปล่า ทุกคนถึงได้รู้สึกผูกพันกับมันจนเรียกว่าบ้าน มากกว่าที่จะเรียกว่าห้องยา จะบอกตำแหน่งอะไรในห้อง ก็จะบอกว่าหน้าบ้าน หลังบ้าน ในขณะที่ BLจะ็เรียกแค่ห้องยา ตอนแรกก็คิดว่าเกี่ยวกับการเป็นโรงพยาบาลรัฐ กับเอกชนหรือเปล่า แต่แฟนก็บอกว่า ที่โรงพยาบาลของเธอที่เป็นโรงพยาบาลของรัฐ ก็เรียกว่าบ้านเหมือนกัน (ที่นั่นมีห้องยาเดียว) ก็เลยคิดว่าความผูกพัน น่าจะเกิดจากการที่มีห้องยาเดียว และทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมง ได้ใช้ชีวิตในห้องนี้ ทั้งเวลากลางวัน และกลางคืน แล้วบางคนก็ใช้ชีวิตอยู่ที่ห้องยา มากกว่าอยู่ที่บ้านอีก ก็เลยรู้สึกผูกพันมาก เหมือนกับอยู่บ้านของเรา

แล้วคุณละรู้สึกผูกพันกับที่ทำงานหรือเปล่า

 

Posted by elixer

Part time work

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เขียนบล็อก เพราะมัวแต่ทำงานล่วงเวลา ซึ่งตอนนี้ก็ทำหลังเวลาเลิกงานในวันธรรมดา และเต็มเวลาในวันหยุด ลองคิดๆ ดูสัปดาห์หนึ่งทำงานเพิ่มมาอีกวันละ 5 ชั่วโมงในวันธรรมดา 10 ชั่วโมงในวันหยุด รวมแล้วเป็น 45 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

อ่านเรื่อง
OT (งานล่วงเวลา) สัปดาห์ละเท่าไรดี ของ นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ ก็รู้สึกดีที่ชั่วโมงการทำงานล่วงเวลาของผม ยังอยู่ในช่วงที่ไม่ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง เพราะว่างานของผมเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้ป่วย ถ้าประสิทธิภาพในการทำงานลดลง อาจส่งผลต่อชีวิตของผู้ป่วยได้เลย

ช่วงเดือน สองเดือนนี้ อาจจะยังรักษาระดับชั่วโมงไม่ให้มากไปกว่านี้ได้ แต่พอพ้นสองเดือนนี้ไปอาจจะต้องรับเวรดึก 17.00 – 7.00 น. (สิบสี่ชั่วโมงรวด) ซึ่งนอกจากจะทำให้ชั่วโมงการทำงานสูงเกินไปแล้ว ยังทำให้ร่างกายต้องปรับตัว เพื่อรับกับการทำงานต่อเนื่องยาวนานแบบนี้ด้วย ซึ่งแน่นอนนาฬิกาชีวภาพในร่างกาย แปรปรวนแน่

เรื่องนี้เป็นที่พูดคุยกันมายาวนานแล้ว ในวงการสาธารณสุขว่า บุคลากรสายงานนี้ทำงานเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี แต่ทำไมกลับไม่เคย สนใจที่จะดูแลสุขภาพตัวเอง เหมือนกับที่ผมทำกับตัวเองอยู่ตอนนี้ (ปกติจะวิ่งออกกำลังกายตอนเย็น แต่ชีวิตตอนนี้หาเวลาว่างตอนเย็นไม่เจอ เลิกงานก็สี่ทุ่มแล้ว)

แล้วพวกคุณละ ทุกวันนี้ได้ดูแลสุขภาพตัวเองแล้วหรือยัง 

Posted by elixer

Workflow

workflow ที่ผมจะเขียนถึงเป็น workflow ในโรงพยาบาลที่เริ่มจากแพทย์สั่งจ่ายยา จนคนไข้ได้รับยา ซึ่งช่วงนี้ผมได้ทำงานสองที่ ทำให้ได้เจอ workflow สองแบบ ที่ทำให้คนไข้รอยาช้าเร็วแตกต่างกัน

เริ่มจากของโรงพยาบาลรัฐ

แพทย์สั่งยา -> คนไข้เดินถือใบรับบริการมาที่ห้องยา -> ห้องยาพิมพ์ฉลากยา -> จัดยา -> เช็คยา -> เก็บเงิน (ในกรณีที่ไม่ได้ใช้สิทธิ์ 30 บาท) -> จ่ายยา
เวลาโดยเฉลี่ยของระบบนี้ประมาณ 20 นาที เวลารอยาประมาณ 15 นาที

ส่วนของโรงพยาบาลเอกชน
แพทย์สั่งยา -> ห้องยาพิมพ์ฉลากยา พร้อมกับส่งข้อมูลไปให้การเงินเก็บเงิน -> จัดยา -> เช็คยา -> จ่ายยา
เวลาโดยเฉลี่ยของระบบนี้ประมาณ 10 นาที ส่วนเวลาคนไข้รอยาเป็น 0 นาที เพราะคนไข้จ่ายเงินเสร็จแล้วสามารถรับยาได้เลย

จะเห็นว่าระบบของเอกชนจะไวกว่าของรัฐ แต่ก็ใช่ว่าเอาระบบนี้มาใช้กับรัฐแล้วจะทำให้เร็วขึ้นได้ เพราะจำนวนเจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชนมันแตกต่างกัน แล้วระบบนี้ยังเพิ่มโหลดให้กับห้องยาด้วย ถ้าเวลาคนไข้มาพร้อมกันทีละเยอะๆ นี่ก็แย่เหมือนกัน

อยากรู้ประสบการณ์การรอยาของคนอื่นว่าเป็นอย่างไรกันบ้างจัง

Posted by elixer

My work week 3

สัปดาห์ที่สามงานเริ่มเยอะแล้ว ทำงานครบเจ็ดวันเลย

จันทร์ จ่ายยา เช้า-บ่าย ไม่เหนื่อยมากเท่าไหร่ เพราะมีน้องฝึกงานมาช่วย
อังคาร จ่ายยา เช้า ตอนบ่ายมาดูงานห้องยาผู้ป่วยใน เตรียมฝึกงานเพื่อขึ้นเวร (สองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมทำงานอยู่ในห้องยาผู้ป่วยนอก)
พุธ จ่ายยา เช้า-บ่าย คนไข้เยอะมาก เพราะเป็นคลินิกโรคเบาหวาน ตอนเย็นเฝ้าร้านยาต่อจนสามทุ่ม
พฤหัสบดี วันนี้ตอนเช้าพี่ไปประชุมกันหมด ต้องเช็คยา จ่ายยาคนเดียวจนหมดสภาพ หน้าที่ยิ้มมาได้ตลอดสองสัปดาห์ เริ่มบึ้งบ้างแล้ว ตอนบ่ายอยู่ฝึกงานห้องยาผู้ป่วยในถึงห้าโมงครึ่ง
ศุกร์ เช็คยา เช้า-บ่าย น้องเจ้าหน้าที่เภสัชกรรม ฝึกงานเสร็จ กลับวิทยาลัยแล้ว คราวนี้เจ้าหน้าที่คงจัดยาได้ช้าลง ไม่มาตั้งรอเป็นกองกดดันให้เรารีบเช็คอีกแล้ว
เสาร์ เฝ้าร้านยาสี่โมงเย็นจนสามทุ่มเหมือนเดิม แต่วันนี้เจอชาวต่างชาติเมาสุรา เข้ามาซื้อ fisherman friend 2 เม็ด เซ็งมากบอกว่าไม่แบ่งขาย ยังไม่เข้าใจ แถมมาด่าเราด้วยว่าพูดภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง ทั้งทีตัวเองก็พูดไม่รู้เรื่อง non-native เหมือนกัน ยังจะมาว่าเราอีก เท่านั้นไม่พอยังเปิดประตูร้านกระแทกตู้ยา แล้วก็เดินหนีไปเลย เซ็งมาก อยากด่าแต่นึกศัพท์ที่ด่าแล้วเจ็บๆ ไม่ออก
อาทิตย์ ฝึกงานที่โรงพยาบาลเอกชนตั้งแต่เช้าจนเย็น เพื่อเก็บชั่วโมงเตรียมทำพาร์ทไทม์ บรรยากาศทำงานดีมาก แถมได้เจอรุ่นพี่มหาลัยอีกแล้ว เชื่อแล้วว่าที่ชลบุรีนี่ เภสัชนเรศวรเยอะจริงๆ

สรุปตอนนี้ทำงาน 2 โรงพยาบาลเจอโปรแกรม Hospital information system (HIS) ที่ใช้ในการจัดการงานของโรงพยาบาลสองโปรแกรม
โรงพยาบาลของรัฐใช้โปรแกรม MIT-NET ที่มีอินเตอร์เฟซเป็นดอส โปรแกรมเขียนด้วยภาษา FoxPro การเรียนรู้ค่อนข้างยากหน่อย แต่ถ้าใช้เป็นแล้วจะไวมากเพราะ keyboard friendly ไม่ต้องใช้เมาส์เลย
โรงพยาบาลของเอกชนใช้โปรแกรม Medtrak ที่มีอินเตอร์เฟซเป็นวินโดวส์ โปรแกรมเขียนด้วยภาษาอะไรก็ไม่รู้ แต่เรียนรู้ได้ง่าย แต่ใช้งานได้ไม่ไวมาก เพราะต้องใช้ทั้งเม้าส์ และคีย์บอร์ด

Posted by elixer

My work week 2

สัปดาห์นี้วันหยุดเยอะ สบายดีจัง

จันทร์ วันหยุด
อังคาร เช็คยา เช้า-บ่าย ตอนเย็นไปสมัครพาร์ทไทม์โรงพยาบาลเอกชน บอกพี่เค้าว่าเวรตอนเย็นวันธรรมดา เต็มวันเสาร์-อาทิตย์รับหมด  อืมพูดไปไม่คิด ไหนจะเวรโรงพยาบาลที่ทำอยู่อีก ถึงเวลาจะทำไหวมั้ยนี่
พุธ เช็คยา เช้า-บ่าย เหมือนเดิม แล้วก็ได้เสื้อฝ่ายสำหรับใส่วันพุธมาแล้ว เบอร์ใหญ่ไปไซส์นึง แต่พี่หัวหน้าบอกว่า

ผู้ชายใส่เสื้อใหญ่ๆ นะดีแล้ว เผื่ออ้วนจะได้พอดี

ฮือๆ พี่ผมไม่อ้วนมาหกปีแล้วนะ
พฤหัสบดี วันหยุด
ศุกร์ วันนี้ผู้ป่วยเอดส์มารับยามากมาย เช้าจ่ายยาจนคอแห้ง บ่ายเช็คยาได้พักนึง พี่ก็ให้ไปจ่ายยาต่อ จ่ายจนหมดทุกคนแล้วมองนาฬิกาดู เฮ้ยจะสี่โมงแล้วหรือนี่
เสาร์ เฝ้าร้านยาสี่โมงเย็นจนสามทุ่มเหมือนเดิม วันนี้เริ่มรู้สึกว่าขายยาได้เข้าที่แล้ว หลังจากเสียเวลาเคาะสนิมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไปซะหลายชั่วโมง (ก็ฝึกงานแต่ในโรงพยาบาล ไม่ได้ขายยามาตั้งปีกว่าแล้วนี่ )
อาทิตย์ เย้ดีใจจัง ไม่ต้องทำงาน

ผ่านไปสองสัปดาห์ตอนนี้ ทำงานอยู่สองรูปแบบ
เภสัชกรโรงพยาบาล – งานขึ้นกับคนไข้ คนไข้มาเริ่มงาน คนไข้หมดเลิกงาน
เภสัชกรร้านยา – งานขึ้นกับเวลา เริ่มงาน และเลิกงาน ตามเวลาที่ตกลงกันไว้

Posted by elixer