Seven years

This entry is part 5 of 13 in the series Life log

ตามธรรมเนียมของตัวเองคือ พยายามเขียนอะไรเกี่ยวกับชีวิต และการทำงานอย่างน้อยปีละครั้ง เอาไว้ย้อนกลับมาดูความคิดของตัวเองในแต่ละปี และอีกไม่กี่วันก็จะทำงานครบ 7 ปีแล้ว

ยังคงเป็นเภสัชกรโรงพยาบาลอยู่ และเป็นเภสัชกรร้านยาควบคู่ไปด้วยเป็นปีที่ 2 พบว่าเหนื่อยน้อยลง เพราะร้านไม่ได้ขายดีมาก มีช่วงให้นั่งเล่นตลอด ไม่เหมือนการอยู่เวรที่แทบจะไม่ได้หยุดพักเลย อีกอย่างไม่ต้องอดนอนอยู่เวรดึกแล้วด้วย (ได้เลิกอยู่เวรดึกไวกว่าที่คิด เพราะพึ่งผ่านหลัก 30 มาได้แค่ปีเดียวเอง)

สุขภาพก็เรื่อยๆ มีปรับเปลี่ยนการรักษาครั้งใหญ่ พร้อมกับได้โรคประจำตัวเพิ่มมาอีกหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ปรับตัวจนใช้ชีวิตกับมันได้แล้ว (นึกย้อนกลับไปตอนเด็กพบว่าตัวเองมีปัญหาสุขภาพแบบหนักๆ ทุก 10 ปี) ได้สัมผัสบรรยากาศเดียวกับพ่อ เพราะต้องไปรักษาที่รพ.เดียวกัน เลยเข้าใจว่าพ่อเหนื่อยมากๆ กับการมารพ.

ย้อนกลับมาเรื่องงาน พบว่างานที่ไม่มีลูกน้อง มันทำให้เราแทบไม่ต้องรับโทรศัพท์นอกเวลางาน ไม่ต้องคอยแก้ปัญหาซ้ำซาก เหมือนเดิมทุกวัน ได้มีเวลาโฟกัสกับงานสำคัญ ได้ลอง implement GTD อีกรอบ โดยลงทุนซื้อ app สมัครใช้ premium app และซื้อหนังสือ หมดเงินไปเกือบหมื่น (พึ่งเริ่มได้สองเดือนยังสรุปไม่ได้ว่าสำเร็จหรือเปล่า) เริ่มเบื่องานโรงพยาบาลนิดๆ แต่ก็ยังทำต่อไป เพราะงานยังมีประโยชน์กับคนไข้ และค่าตอบแทนก็ยังดีอยู่เหมือนเดิม (ถึงแม้รุ่นน้องจะเงินเดือนไล่มาติดๆ แต่พอเราไม่ไปเปรียบเทียบมันก็จบ)

การเปลี่ยนแปลงวิชาชีพ ยังคงไม่มีไอเดียอะไรดีๆ ได้แค่ตัวทำให้ถูกต้อง เป็นตัวอย่างกับน้องๆ แต่ก็ยังไม่อยากถอดใจ เพราะสักวันคงคิดออก เพราะเรามีเวลาอยู่กับวิชาชีพนี้ไปจนตาย

สุดท้ายเรื่องครอบครัวมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และต้องผ่านมันไปให้ได้ เพราะกำลังทำสิ่งที่ตัวเองในอดีค ไม่เคยคิดไว้เลย

2013 year’s goal summary

ปีนี้เป็นปีที่เขียนบล็อกน้อยมาก มองผ่านๆ แล้วนึกว่าไดอารี่คนป่วย แต่ก็ยังมีอะไรที่น่าจดจำอยู่หลายอย่าง แต่ด้วยความที่ไม่ได้บล็อกไว้ ทำให้ระลึกได้ยากหน่อย ไม่รู้ว่าดีขึ้นกว่าปีที่แล้วหรือเปล่า

  • Presentation 4 ชิ้น เท่าปีก่อนเลย #1 #2 #3 #4
  • No Marathon this year
  • นำเสนอโปสเตอร์ที่งาน การประชุมวิชาการ 14th HA National Forum #5
  • ส่งประกวดผลการพัฒนางาน งานประชุมประจำปีของจังหวัดผ่านรอบคัดเลือก #6
  • ส่งประกวดผลการพัฒนางาน งานประชุมประจำปีของจังหวัดได้รางวัลชมเชย #7
  • ผลงานได้ตีพิมพ์ 1 เรื่อง #8
  • ยกเลิกการบริจาคเงินให้ green peace แล้วสนับสนุนโครงการในเทใจแทน #9
  • กลับบ้าน 4 ครั้ง และเฝ้าพ่อหลังผ่าตัด #10
  • ได้เกษียณตัวเองจากเวรดึกอีกครั้ง (ดึกสุดท้ายคือวันที่ 20/12/56) #11
  • ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นเภสัชกรชำนาญการซะที (ใช้เวลา 4.5 ปีหลังบรรจุ แต่คำสั่งมาตอนผ่านไปแล้ว 6 ปี) #12
  • HbA1C น้อยกว่า 7 (เฉียดฉิวมาก) #13
  • ประชุมวิชาการ 4 เรื่อง #14 #15 #16 #17
  • ได้เป็นหัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรมการผลิต #18
  • ได้เป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการและบริบาลเภสัชกรรม #19
  • มีโต๊ะทำงานและคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเองจริงๆ ซะที #20
  • เปิดร้านยาได้ครบ 1 ปี #21
  • ทำบัญชีรายรับ รายจ่ายได้ต่อเนื่องตลอดปี และได้เริ่มต้นการจัดการที่ดีขึ้นโดยใช้ YNAB (You Need A Budget) #22
  • ซื้อเสื้อผ้าไม่เกินงบประจำปี #23
  • ยังหยุดพักอยู่ที่เดิมได้อีก 1 ปี #24
  • ทำขนมออกมาแล้วพอกินได้ #25
  • ได้เลี้ยงชิวาว่าอยู่พักนึง #26
  • ไปงานแต่งงานของลูกพี่ลูกน้อง 2 งาน งานของน้องรหัส 1 งาน งานเพื่อนรุ่น 9 อีก 1 งาน #27
  • ปลดประจำการ iPad 2 แบบไม่เต็มใจ และเปลี่ยนมาใช้ iPad Air #28
  • ซื้อ iPad mini ให้แม่ #29
  • กดดันน้องให้ซื้อโทรศัพท์ใหม่ให้แม่ #30
  • กลับมาออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องโดยการปั่นจักรยาน #31

สรุปได้ 31 โครงการเท่าปีที่แล้ว คิดเป็นดัชนีได้ 110.71 จุด สงสัยพลังชีวิตเราจะทำได้ประมาณนี้แหละ

Six years

This entry is part 6 of 13 in the series Life log

หกปีชีวิตการทำงานผ่านไปไวมาก อายุก็เข้าหลักที่สามแล้ว พลังชีวิตก็หดหายไปเยอะตามกาลเวลา

ถึงตอนนี้อยากบอกตัวเองเมื่อสามปีก่อนว่าสามปีข้างหน้านายจะต้องกลับมาทำงานหนักอีกรอบนะ แต่เป็นบทบาทใหม่ที่นายคิดไม่ถึงหรอก

ส่วนตัวเองเมื่อสองปีก่อน (1, 2) นายต้องเลือกทางเลือกที่สามแหละนายไม่มีพลังพอไปเลือกทางอื่นหรอก แล้วก็อย่าคิดว่าความสนุกจะอยู๋กับเราไปตลอด มันผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเหมือนความเบื่อแหละ

และคนสุดท้ายคือตัวเองเมื่อปีก่อน นายทำไม่สำเร็จนายไม่ได้เกิดมาเพื่อทำภารกิจนี้ ถึงนายจะพยายามเต็มที่แล้ว แต่นายต้องถอยอยู่ดี

อ้าวลืมตัวเองอีกคนเมื่อตอนสามปีก่อนไป career path นายอาจยังไม่จบ งานที่นายคาดไว้นายได้ทำทั้งสามทางเลือกเลย มันฟังดูเหลือเชื่อใช่มั้ย แต่มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ แต่นายกำลังกลายเป็นคนนิสัยแบบเตียบ่อกี้ คนแบบที่นายเกลียด

กลับมาปัจจุบัน ผมผ่านหลักชีวิตที่ไม่รู้สึกผิดอะไรกับคณะและอาจารย์แล้ว ถ้าจะออกนอกเส้นทาง เพื่อไปยังจุดหมายอื่น แต่การจะออกไปก็ไม่ใช่ง่าย เพราะชีวิตที่ผ่านมามันผูกพันกับคนมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ผมจะตัดเชือกที่ผูกไว้ตั้งแต่ตอนเรียนจบออกไปได้ แต่กลับมีเชือกเส้นใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกหลายเส้น ดึงผมไม่ให้ออกไปนอกเส้นทางนี้ และเส้นที่สำคัญที่สุดเส้นที่ออกมาจากตัวผมเอง

สามสิบปีที่ผ่านมาสอนให้รู้ว่า

เวลาไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้ผมโตขึ้น ถ้าผมไม่พยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ผ่านมาในแต่ละวัน ผมมันก็แค่คนที่นั่งรอตัวเองแก่แล้วก็ตาย

เงินให้ความสุขได้จริงแต่ถึงจุดๆ หนึ่งความสุขมันจะไม่เพิ่มขึ้นตามจำนวนเงินแล้ว และเงินยิ่งมากขึ้นเท่าไหร่มันยิ่งซื้อความสุขได้น้อยลง (ความสุขมันแพงขึ้น)

งานเป็นสิ่งที่ต้องทำไปจนตายเพราะถ้าเจองานที่รักแล้ว การเลิกทำอาจเป็นทุกข์กว่า ดังนั้นความฝันของผมไม่ใช่ รวยแล้วออกเที่ยวไปเรื่อยๆ หรอกครับ (เพราะการเที่ยวไม่ใช่งานที่ผมรัก)

สุดท้ายแล้ว Work Life Balance ก็ยังสำคัญที่สุดถ้าเสียสมดุลไป อาจถูกชีวิตใช้จนไม่ได้กลับมาใช้ชีวิตก็เป็นได้

2012 year’s goal summary

ปีนี้เริ่มใช้กระบวนท่าสุดยอดเพลงกระบี่คือ ลืมกระบี่แทบไม่ได้วางแผนอะไร พยายามทำกิจกรรมให้หลากหลายเท่าที่จะทำได้ และสิ้นปีของผมคือสิ้นเดือนนี้ ก็เลยต้องไล่ว่าช่วง 1 ปีที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปบ้าง จะดีกว่าปีที่แล้วหรือไม่

  • Presentation 4 ชิ้น #1 #2 #3 #4
  • Chonburi Funrun Mini-Half Marathon 2011 #5
  • ภาพสีน้ำการ์ด Happy New Year 2012 #6
  • แปลคำบรรยายคลิปวิดีโอ Dropbox in Plain English (Sub Thai) #7
  • สรุปการบรรยาย Rational Drug Use #8
  • Pattaya Marathon 2012 #9
  • ส่งประกวดผลการพัฒนางาน งานประชุมประจำปีของจังหวัดผ่านรอบคัดเลือก #10
  • นำเสนอโปสเตอร์ CQI ที่งานประชุมวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ประจำปี 2555 ได้รางวัลชนะเลิศ #11
  • ตามรอยเท้าพ่อเศรษฐกิจพอเพียง ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 3 #12
  • บริจาคเงินให้ green peace อีก 1 ปี #13
  • เที่ยวทริปของฝ่ายตอนต้นปี และของโรงพยาบาลตอนปลายปี #14 #15
  • ไปเที่ยวใต้โดยการนั่งรถโดยสารไปคนเดียว (แต่ขากลับนั่งเครื่องบิน) #16
  • กลับมาอยู่เวรดึกอีกครั้งที่โรงพยาบาลที่ทำงานประจำ ซึ่งหนักกว่าเดิมเพราะไม่ได้นอนสบายๆ เหมือนที่เคยอยู่ #17
  • กลับบ้านแม่ 4 ครั้ง และนอนเฝ้าพ่อเข้ารับการผ่าตัด #18
  • ทำผลงานเพื่อขอเลื่อนตำแหน่งเสร็จทั้งหมด ส่งไปแล้ว ถูกส่งกลับมาแก้ไข 1 ครั้ง และผ่านการตรวจจากคณะกรรมการเรียบร้อย รอคำสั่งเลื่อนตำแหน่ง #19 #20
  • HbA1C น้อยกว่า 7 #21
  • ได้ Moleskine มาครอบครอง 2 เล่ม #22
  • ได้ Galaxy Nexus มาใช้แทน HTC Tattoo #23
  • ประชุมวิชาการ 3 เรื่อง #24 #25 #26
  • ทำบัญชีรายรับ รายจ่ายได้ต่อเนื่องตลอดปี #27
  • ไปงานเลี้ยงสมาคมศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ครั้งแรก #28
  • ดูหนังทั้งในโรงและดีวีดีเกิน 52 เรื่อง (เฉลี่ยสัปดาห์ละเรื่อง) และดู anime จบไป 3 เรื่อง #29
  • ซื้อเสื้อผ้าเกินงบประมาณประจำปีไป 2 เท่า #30 (จริงๆ แล้วมันน่าจะติดลบมากกว่า)
  • และที่ดีที่สุดของปีนี้คือเจอที่พักของสายลมแล้ว #31

หลังจากพยายามนึกเท่าที่นึกได้ แถเท่าที่แถได้ ก็ได้มา 31 โครงการ (ปีนี้เขียนบล็อกน้อย อาจจะตกหล่นบางเรื่องไป) เทียบกับปีฐานคือปีที่แล้วคือ 28 โครงการคิดเป็นดัชนีได้ 110.71 จุด โตประมาณ 11% ก็พอไหวอยู่ หวังว่าปีหน้าจะยังคงโตต่อเนื่องได้อีก

Almost 5 years

This entry is part 7 of 13 in the series Life log

อีกแค่ 3 เดือนก็จะทำงานครบ 5 ปี แต่ยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กอยู่เลย

เด็กที่ไม่รู้ประสา เด็กมีปัญหา เด็กขี้แย เด็กหนีปัญหา

แต่นั้นก็แค่ความรู้สึก เพราะในตอนนี้ทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว ไม่อาจยอมให้ตัวเองทำงานคนเดียว เก่งคนเดียวอีกแล้ว เพราะชีวิตการทำงานที่เปลี่ยนไป ทำให้มีผู้ร่วมชะตากรรมอีก 14 คนที่ต้องดูแล

ก้าวต่อจากนี้ไป ต้องคิดถึงใจทุกคน เมื่อก่อนหัวหน้าทำอะไร แล้วรู้สึกว่าไม่ดี ถ้าถึงเวลาที่ตัวเองต้องทำบ้าง ต้องถามตัวเองเยอะๆ ว่ามันใช่สิ่งที่จำเป็นต้องทำหรือเปล่า มีทางอื่นอีกมั้ย จากเดิมที่เคยรับฟังคนอื่นมากเท่าไหร่ ตอนนี้ต้องรับฟังให้มากกว่านั้นอีกเท่าตัว จำไว้ว่าต้องไม่พาทุกคนลงเหว ทุกคนต้องก้าวไปด้วยกัน จะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ตัวเองสามารถทำผิดได้ แต่ที่สำคัญต้องยอมรับว่าตัวเองผิด จะพี่หรือน้องทุกคนสอน ทุกคนบอกเราได้ ตัวเรานั้นมีความรู้เพียงแค่น้อยนิดกับหน้าที่นี้ เราต้องพร้อมที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ

สุดท้ายนี้ถึงทุกคนจะไม่ได้เลือกเรา แต่เราก็เป็นคนที่เลือกจะอยู่กับทุกคนเอง ถ้าเมื่อใดทุกคนมีความรู้สึกว่าอยากมาทำงานกับเราทุกวัน หน้าที่นี้ก็ถือว่าทำสำเร็จแล้ว

แต่ถ้าสับสน หรือหลงทางให้กลับมาที่นี่