Month: August 2017

อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป – Book Review

ซื้อหนังสือเล่มนี้มาเพราะอยากรู้ว่านอกจากวิถีแห่งคนมาริ (ผู้เขียนหนังสือ ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้าน ด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว) แล้วยังมีวิธีในการจัดการกับข้าวของในบ้านแบบไหนได้อีก พออ่านไปก็พบว่าไม่ต่างกันมาก แต่คุณซะซะกิจะเน้นทิ้งของมากกว่าจัดของให้เป็นระเบียบ และเขียนลงลึกไปถึงการเป็นมินิมัลลิสต์ ข้อดีของการใช้ชีวิตแบบมินิมัลลิสต์ มินิมัลลิสต์แก้ปัญหาได้แทบทุกอย่าง ซึ่งออกจะเกินจริงไปหน่อย แต่หลายๆ เรื่อง ก็หยิบมาใช้ได้อยู่

สรุปแล้วเหมาะมากสำหรับผู้ที่เบื่อหน่ายชิวิตที่ต้องแข่งกันสะสมข้าวของ ผู้ที่ชอบสะสมประสบการณ์ ผู้ได้รับผลกระทบจากการถูก humblebrag (https://goo.gl/kkVa1L) บ่อยๆ

อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป
by ซะซะกิ ฟุมิโอะ
– https://www.goodreads.com/book/show/34917450-goodbye-things
– http://readery.co/9786161818388
#tleread

Continue reading →

Posted by elixer in cool, 0 comments

เทคนิคอ่านให้ไม่ลืมที่จิตแพทย์อยากบอกคุณ – Book Review

ปกติถ้าเราต้องการให้ผู้ป่วยสามารถดูแลสุขภาพ และปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง เราก็จะต้องให้คำแนะนำ อบรม หรือทำสื่อให้ความรู้ แต่คุณหมอคะบะซะวะ เค้ามองไปไกลกว่านั้น เค้าเขียนหนังสือเพื่อเชิญชวนคนมาอ่านหนังสือกันให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้มีความรู้จากการอ่านหนังสือมาดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการอ่านหนังสือลดลง แล้วเปลี่ยนไปอ่านบทความในอินเทอร์เน็ตหรือ facebook แทน ซึ่งคุณหมอได้ชี้ให้เห็นว่ามันทดแทนกันไม่ได้ เพราะความรู้นั้นยังไม่ผ่านการเรียบเรียงและตรวจสอบแบบหนังสือ และส่วนใหญ่มักจะเป็นข้อมูลมากกว่าความรู้ ทำให้นำมาใช้ประโยชน์ได้น้อยกว่า

ถึงแม้ชื่อหนังสือและคำโปรยจะทำให้นึกว่าหนังสือนี้เน้นสอนเทคนิคการจำแบบเข้มข้นก็ตาม แต่โดยรวมถือว่าเป็นหนังสือที่คุ้มค่าแก่การอ่าน

เทคนิคอ่านให้ไม่ลืมที่จิตแพทย์อยากบอกคุณ
by คะบะซะวะ ชิอง
– https://www.goodreads.com/book/show/34921877
– http://www.welearnbook.com/index.php…
#tleread

Continue reading →

Posted by elixer in cool, 0 comments

อบรมเข้มประสบการณ์วิชาชีพกฎหมาย 3 – 7 กค. 60

กิจกรรมที่นักศึกษามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ทุกคน ต้องเข้าร่วมก่อนจบคือ การอบรมเข้มประสบการณ์วิชาชีพ ซึ่งเป็นวิชาที่จะลงทะเบียนเรียนได้เมื่อเหลือชุดวิชาที่ต้องเรียนไม่เกิน 3 ชุดวิชา

โดยชุดวิชาประสบการณ์จะแบ่งคะแนนเป็น 2 ส่วนคือ คะแนนจากการอบรม 60% และคะแนนจากการสอบอีก 40% (เกณฑ์ในการผ่านคือได้คะแนนรวม 60% ขึ้นไป)

โดยตัวผมสอบผ่านไปแล้ว 15 ชุดวิชาเมื่อตอนต้นปี (ตามหลักสูตรต้องเรียน 18 ชุดวิชา) เลยได้ลงทะเบียนวิชานี้ในเทอม 2/2559 ได้ไปอบรมเมื่อวันที่ 3 – 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

 

Day 1

เริ่มจากวันแรก ออกเดินทางจากที่บ้านประมาณตี 5 กว่าๆ ไปถึงที่ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ที่ มสธ. นนทบุรี ประมาณ 8 โมงเช้า ตอนแรกไปจอดรถที่ลานจอดใหญ่ด้านหน้า แต่พอไปถึงอาคารที่จัดอบรม เจอที่จอดด้านหน้ายังพอมีเหลืออยู่ ก็เลยย้ายรถมาจอดที่ด้านหน้าตึกจะได้ไม่ต้องขนสัมภาระมาจากด้านหน้ามหาวิทยาลัย (ใครที่เอารถไปแนะนำให้ไปแต่เช้า และลองไปดูที่ด้านหน้าตึกก่อนนะครับ เพราะลานจอดรถด้านหน้าค่อนข้างไกล จะไม่สะดวกกับคนที่มีสัมภาระเยอะ)

จากนั้นเดินเข้าไปด้านใน ให้ไปลงทะเบียนและรับบัตรประจำตัวที่กลางโถง (ถ้าใครทานอาหารอิสลาม แจ้งตรงจุดนี้ได้เลย) จากนั้นติดต่อที่ฟร้อนท์เพื่อจ่ายค่าที่พักและอาหารเป็นเงิน 2500 บาท โดยเจ้าหน้าที่จะให้รอจนครบ 4 คนก่อนถึงจะให้กุญแจเพื่อเอาของไปเก็บที่ห้องพัก

จากนั้นก็พูดคุยกับเพื่อนร่วมห้องอีก 3 ท่านเพื่อรอเข้าห้องประชุมตอน 10.30 น. เพื่อเปิดการอบรมโดยหัวหน้าวิทยากร จากนั้นจะมีการชี้แจงรายละเอียดและข้อควรปฏิบัติระหว่างเข้ารับการอบรม ช่วงบ่ายจะมีกิจกรรมให้ทำกัน ก่อนจะแยกย้ายไปตามกลุ่มย่อยของแต่ละสาขาวิชา โดยผมได้อยู่สาขาวิชานิติศาสตร์ กลุ่มที่ 2 มีสมาชิกทั้งหมด 27 คน

พอเข้าห้องย่อยจะได้พบกับอาจารย์ที่ปรึกษาประจำกลุ่มคือ อาจารย์ ดร.พงษ์สิทธิ์ อรุณรัตนากุล (อ.โย) โดยอาจารย์จะให้ทำกิจกรรมเพื่อให้พวกเรารู้จักกันมากขึ้น เริ่มตั้งแต่แนะนำตัวทีละคน ให้ถามชื่อและเบอร์โทรเพื่อนให้ได้มากที่สุดภายใน 5 นาที  ให้นั่งเรียงกันตามอายุและไล่ชื่อเพื่อนตามลำดับซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ผมจำชื่อเพื่อนได้เกือบครบทุกคนตั้งแต่วันแรกถึงแม้จะเคยทำแบบนี้มาแล้วตอนรับน้องเภสัชแต่จำชื่อเพื่อนได้ไม่เร็วเท่าครั้งนี้แน่

จากนั้นอาจารย์ก็จะชี้แจงกิจกรรม และข้อควรปฏิบัติ ก่อนจะปล่อยพัก แล้วกลับมาดูวิดีโออธิบายขั้นตอนการดำเนินคดีตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงศาลพิพากษา เพื่อเป็นความรู้ก่อนจะทำกิจกรรมศาลจำลองในวันที่สาม (วิดีโอตั้งแต่ปี 2528 อารมณ์เหมือนดูหนังย้อนยุค)

หมายเหตุ ทุกวันหลังทานข้าวจะต้องเข้าทำกิจกรรมในห้องประชุมใหญ่ (ห้องยักษ์) วันละสองครั้งตอน 8.00 น. และ 16.30 น. โดยกิจกรรมที่ให้ทำก็จะมีการร้องเพลงมหาวิทยาลัยฟังเรื่องเล่าจากอาจารย์และจับผู้โชคดีมาเล่นเกมส์ที่ด้านหน้าหรือเต้น

 

Day 2

วันที่สองจะเริ่มกิจกรรมในห้องย่อย โดยของสาขาวิชานิติศาสตร์จะเป็นการฝึกร่างสัญญาต่างๆ โดยเริ่มจากแบบทำคนเดียวก่อน จากนั้นจึงร่วมกันทำเป็นกลุ่ม โดยอาจารย์จะแบ่งเป็นกลุ่มย่อย 4 กลุ่ม ซึ่งสี่กลุ่มนี้จะมีการเปลี่ยนสมาชิกกันไปเรื่อยๆ ทำให้เราทุกคนได้สนิทกัน พอทำเสร็จอาจารย์จะให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอ และให้กลุ่มที่เหลือถามคำถามสลับกันไปจนครบ ซึ่งสนุกมากจนเลยเวลาพักไปเป็นชั่วโมง (ช่วงบ่ายจะมีการถ่ายรูปรวมกลุ่มเพื่อลงในหนังสือรุ่นด้วย)

พอช่วงค่ำจะได้รับแจกสำนวนสำหรับทำศาลจำลอง โดยกลุ่มผมต้องรับบทเป็นทนายความฝั่งจำเลย เพื่อสู้คดีกับฝั่งโจทย์คือกลุ่มที่ 1 ช่วงแรกทุกคนก็พยายามหาประเด็นในการต่อสู้ กำหนดคนที่จะรับบทบาท แต่ด้วยความที่ไม่เคยทำกันก็จะงงๆ อาจารย์เลยชี้แนะให้สมมติตัวเองเป็นฝั่งโจทย์ด้วย เพื่อจะได้เตรียมรับมือได้รอบด้าน ก็หาประเด็นกัน แล้วก็ซ้อมศาลจำลองกันจนเกือบเที่ยงคืน ซึ่งทุกคนก็สู้กันไม่ถอย แต่อาจารย์กลัวพวกเราจะไม่มีแรงในวันรุ่งขึ้นเลยให้เลิกเพื่อกลับไปพักผ่อนกันก่อน

 

Day 3

ศาลจำลองในส่วนของกลุ่ม 1 และ 2 ได้รับเกียรติจากท่านสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม มาเป็นผู็ให้ความรู้ในการดำเนินกิจกรรมศาลจำลอง โดยท่านพยายามเน้นย้ำถึงขั้นตอนต่างๆ ว่ามีอยู่ในตัวบทแล้วทั้งสิ้น เราจึงควรจำได้ และเข้าใจเหตุผลของมาตราแต่ละมาตรา ไม่พยายามคิดเอาเองว่าทำอะได้ ทำอะไรไม่ได้ และยังได้เล่าถึงสิ่งที่น่าสนใจที่ท่านพบจากการทำงานเป็นผู้พิพากษา ทำให้ผมได้เรียนรู้สิ่งดีอีกเยอะเลย

หลังจบกิจกรรมศาลจำลองช่วงบ่ายจะเป็นกิจกรรมวิพากษ์กฎหมาย แต่อาจารย์เปลี่ยนเป็นให้ตัวแทนกลุ่มมาเล่าเรื่องตามหัวข้อที่กำหนดไว้ แล้วให้กลุ่มที่เหลือวิจารย์แบบสร้างสรรค์ เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม และทำให้เพื่อนที่ยังกลัวการพูดหน้าห้องได้ฝึกพูดและระบายความในใจกันด้วย

Day 4

วันนี้เป็นการเรียนเรื่องการไกล่เกลี่ยจากท่านผู้พิพากษาอาวุโส และได้แยกย้ายไปทำการไกล่เกลี่ยตามโจทย์ก่อนจะมาเล่าบรรยากาศและข้อคิดที่ได้รับให้เพื่อนๆ อีกสามกลุ่มฟังในห้องยักษ์ โดยอาจารย์ท่านจะช่วยเสริมเรื่องของทุกคนทำให้เราได้เข้าใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนได้ทำกิจกรรมนี้

ช่วงบ่ายเป็นการฟังบรรยายเรื่องคุณธรรม จริยธรรมจากจากท่านผู้พิพากษาอาวุโสอีกท่านนึง และพอฟังจบได้มีกิจกรรมรับพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก่อนจะพักทานข้าวเย็น

ช่วงค่ำเป็นกิจกรรมสังสรรค์เป็นการแสดงจากตัวแทน 6 กลุ่ม แต่ก่อนเริ่มการแสดงจะมีพิธีไหว้ครูก่อน ต้องมีตัวแทนถือพานด้วยทำให้นึกถึงสมัยเด็กเลย ระหว่างการแสดงจะมีอาหารค็อคเทลอย่าง ไก่ทอด ไส้กรอก เฟรนซ์ฟรายให้ทานด้วย มีการจับฉลากแจกรางวัลเป็นช่วงๆ ซึ่งของรางวัลก็มาจากเงินที่เก็บคนละ 200 เพื่อทำหนังสือรุ่นและจัดกิจกรรมสังสรรค์แล้วเหลือ พอการแสดงครบก็มีการเปิดฟลอร์ให้เต้นกันจนเกือบ 5 ทุ่มจึงแยกย้ายกลับห้องพัก

Day 5

หลังจากทานข้าวเสร็จจะแยกกันเข้าห้องย่อยเพื่อคิดคติพจน์มาประกวดกัน แต่ก่อนจะกลับห้องยักษ์อาจารย์จะให้แต่ละคนมาพูดความในใจ ความประทับใจในการอบรมครั้งนี้ ทำให้รู้ว่าทุกคนต่างก็มีความรู้สึกดีๆ กับการอบรม จากนั้นกลับห้องยักษ์ จะมีการประกวดคติพจน์เพื่อนำมาเป็นคติพจน์ประจำรุ่น ก่อนจะเป็นพิธีปิดซึ้งๆ และส่งนักศึกษาทุกคนกลับบ้านโดยคณาจารย์

ปล. รุ่นของผมชื่อรุ่น “งามวิจิตรเขียวทองผ่องสัมพันธ์ 60”
ประธานรุ่นคือ คุณภัทรพิมพ์ สวัสดิ์วงค์

Posted by elixer in cool, 0 comments