Year: 2017

สลับภาษาแล้วโปรแกรมค้างแก้ได้ (MS office and Windows 10)

สลับภาษาแล้วโปรแกรมค้างเป้นอะไรที่น่าเบื่อมากโดยเฉพาะเวลาที่ทำงานไปได้เยอะๆ แล้วไม่ได้เซฟไว้ ซึ่งปัญหานี้พบได้เมื่อใช้โปรแกรม Microsoft Office 2013 ขึ้นไป บน Windows 10 และมักจะพบเมื่อมีการเปลี่ยนภาษาไปมาหลายๆ ครั้ง ซึ่งเป็นบั๊กที่เกิดจากการใช้ grave accent (‘) ในการเปลี่ยนภาษา ถ้าใช้ Alt + Shift หรือ Win + Space ซึ่งเป็นวิธีเปลี่ยนภาษาที่ไมโครซอฟท์แนะนำ จะไม่เกิดปัญหานี้

แต่การจะเปลี่ยนมาใช้การกดสองปุ่มแทนการกดปุ่มเดียว และเป็นตำแหน่งที่ไม่คุ้นเคย ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ใช้ได้คล่องแคล่วเท่าเดิม จึงได้มีผู้พัฒนาโปรแกรมมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยโปรแกรมนี้มีชื่อว่า LJ Input Langs 2.0 (ดาวน์โหลด) พัฒนาโดยคุณ sumonchai

ขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรมและตั้งค่า

  1. ดาวน์โหลด โปรแกรม LJ Input Langs 2.0
  2. เมื่อดาวน์โหลดมาแล้วให้ติดตั้งตามวิธีนี้
  3. ตั้งค่าโดยคลิ๊กขวาที่โปรแกรม เลือกตั้งค่า
  4. ตั้งค่าให้เปลี่ยน grave accent (‘) เป็น Win + Space แทนเพื่อเปลี่ยนภาษา

เท่านี้ปัญหาการสลับภาษาด้วยปุ่มตัวหนอน หรือ grave accent แล้วโปรแกรมค้างก็จะหายไป ไม่มาทำให้อารมณ์เสียเวลาทำงานสำคัญอีก

ที่มา

Posted by elixer in cool, 0 comments

คะแนน Admissions 59 คณะเภสัชศาสตร์

คะแนน สูงสุด – ต่ำสุดของ คณะเภสัชศาสตร์ ใน Admissions 59

มหาวิทยาลัย/สาขา คะแนนสูงสุด คะแนนต่ำสุด
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม 21552 19781
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาวิชาเภสัชกรรมอุตสาหการ 19781 19781
มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ 21531 19539
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม 20395 18995.5
มหาวิทยาลัยขอนแก่น 20358.84 18979
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิชาเอกการบริบาลทางเภสัชกรรม 19941 18969.34
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 20256 18907.5
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สาขาวิชาเภสัชกรรมอุตสาหการ 19490 18838
มหาวิทยาลัยศิลปากร 19973 18820.4
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 20072 18752.5
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิชาเอกวิทยาศาสตร์เภสัชกรรม 19667 18684
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม 19277.5 18667.84
มหาวิทยาลัยนเรศวร สาขาวิชาบริบาลเภสัชกรรม 20007.84 18641.1
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 19604 18453
มหาวิทยาลัยพะเยา สาขาวิชาบริบาลเภสัชกรรม 18879 18313.8
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ 19525.1 18222
มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ 18751 17850.84
มหาวิทยาลัยพายัพ 18112 17392
มหาวิทยาลัยสยาม สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม 18534 16957
มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย 18069.4 16729

จะเห็นว่าจุฬาลงกรณ์ยังคงนำมาเป็นอันดับหนึ่งทั้งสองสาขา และตามด้วยมหิดลเหมือนปีก่อน

Posted by elixer in cool, 0 comments

First Climbing @Deep Climbing, Harbor Pattaya

อยู่ดีๆ ก็ได้กีฬาชนิดใหม่ให้เล่น เพราะความบังเอิญตอนไล่อ่านบล็อกคนอื่นในหน้ารวมลิ้งค์ของบล็อกตัวเอง จนไปเจอกับเรื่อง ประสบการณ์ปีนหน้าผาจำลองครั้งแรก ของคุณ panu พออ่านแล้วก็สนใจเพราะอยากหากีฬามาเล่นสลับกับการวิ่งบ้าง เพราะสงสารเข่า แล้วก็ลองหาคลิปรายการที่ไปถ่ายทำ Rock Domain Climbing Gym มาดู

หลังจากดูและประเมินศักยภาพของตัวเองแล้วก็คิดว่าน่าจะไหว แต่ติดตรงที่ต้องไปปีนถึงที่บางนา และต้องหาคนดึงเชือกไปด้วย ซึ่งอาจโดนบ่นได้ที่ต้องไปไกลขนาดนั้น ก็เลยลองหาว่ามีหน้าผาจำลองที่ไหนให้ปีนอีก แล้วก็พบว่าอยู่ใกล้ๆ บ้านนี่เอง คือที่ Deep Climbing, Harbor Pattaya ขับรถ 15 นาทีถึง

ผ่านไปสองสัปดาห์ก็ไปตามแผน โดยพาคนดึงเชือก หรือ belayer ไปกินข้าวก่อน เดินย่อยอีกพักนึง แล้วค่อยไปปีน พอไปถึงก็เกิดอาการวิตกเล็กน้อย แต่ก็ตัดสินใจปีน โดยปีนครั้งแรกเทรนเนอร์แนะนำให้จ้างเทรนเนอร์ก่อน 1 ชั่วโมง เพื่อสอนทั้งคนปีน และคนดึงเชือก จึงเสียค่าใช้จ่ายไป 950 บาท เป็นค่าเล่น 450 บาทสำหรับคนปีน (วันหยุดเล่นได้ 3 ชั่วโมง วันธรรมดาเล่นได้ทั้งวันจนห้างปิด) ค่าเช่ารองเท้าและอุปกรณ์ในการปีน 150 บาท ค่าเช่า Harness ให้คนดึงเชือก 50 บาท (ถ้าคนดึงเชือกไม่ปีนไม่ต้องเสียค่าเล่น) ค่าจ้างเทรนเนอร์ 300 บาท/ชม.

เริ่มแรกเทรนเนอร์ก็ให้ใส่อุปกรณ์เซฟตี้ แล้วก็ยืดเส้นยืดสายนิดหน่อย สอบถามผมเล็กน้อยว่าเล่นกีฬาอะไรมาบ้าง ทำไมมาอยากปีน พอตอบว่าวิ่งมินิ กับฮาล์ฟมาราธอนไป เทรนเนอร์ก็เหมือนจะอุ่นใจ แต่หารู้ไม่แล้ว หึหึ

พอสอนคนปีนก็มาสอนดึงเชือกต่อเทรนเนอร์ก็ให้ลองซ้อมดึงจนมั่นใจว่าไม่ทำให้คนปีนตายแน่ๆ จึงให้เริ่มปีนได้ 555 โดยการปีนนี้มีชื่อเรียกว่า Top Rope เริ่มด้วยการปีนแบบคละสีก่อน คือปกติหินที่ใช้จับและเหยียบจะแบ่งระดับความยากเป็นสีๆ ไว้ถ้าปีนสีไหนก็ต้องจับและเหยียบสีนั้นสีเดียว แต่ด้วยความเป็นมือใหม่เทรนเนอร์เลยแนะนำให้จับสีอะไรก็ได้ เพื่อให้ปีนรอดไปถึงบนสุด

การปีนรอบที่ 1 รู้สึกวางมือกับเท้าไม่ค่อยถนัดเลย หินแต่ละอันก็จับยาก คว้าหลุดๆ เลยต้องเน้นก้อนที่มีแง่งยื่นออกมาให้มือจับ พอโฟกัสกับการหาที่จับพบว่าขาไม่ค่อยขยับตามทำให้ต้องใช้แรงจากกล้ามเนื้อแขนมาก ทำให้ปีนไปไม่ถึงด้านบนสุด ขาดอีกเมตรกว่า แต่หมดแรงแล้ว เลยต้องยอมลงมาพักก่อน

การปีนรอบที่ 2 หลังจากพักได้ที่แล้วคราวนี้เปลี่ยนผาใหม่ เอาด้านที่เทรนเนอร์บอกว่าง่ายที่สุด รอบนี้เทรนเนอร์มาดึงเชือกให้เอง ซึ่งมีการดึงเชือกช่วยเวลาเราเอื้อมตัวไปจับหินก้อนที่อยู่ไกลๆ มือ คราวนี้เลยไปถึงด้านบนสุดภายใน 3 นาที จากนั้นก็ทิ้งตัวลงมาที่พื้นแบบภาคภูมิใจ ก่อนขอตัวกลับหลังจากเล่นไปแค่ชั่วโมงเดียว เพราะหมดสภาพแบบไปปีนอีกครึ่งทางก็คงไม่ไหว 555

หลังจากการปีนครั้งนี้พบว่าแขนล้าไปอีกเกือบสัปดาห์ และเข่าช้ำทั้งสองข้างจากการกระแทกผาตอนคว้าที่จับ มือขวาก็ช้ำเช่นเดียวกัน แต่ถามว่าเข็ดมั้ย ตอบเลยว่าไม่ ทีนี้เดือนไหน off จากการวิ่งก็จะไปปีนหน้าผาจำลองนี่แหละ โดยเป้าหมายครั้งหน้าคือต้องปีนโดยไม่มีการช่วยจากคนดึงเชือกเลย

Posted by elixer in cool, 0 comments