Month: March 2017

Sweet diary #16

follow up case ต่อจากครั้งที่แล้ว

S&O: ชายไทยเชื้อชาติไทยจีนป่วยเป็นโรคหวานเกินมาประมาณ 7 ปี มาติดตามอาการที่คลินิกผู้ป่วยนอกทุก 2 เดือน มาครั้งนี้ยอมรับว่ายังคุมอาหารได้ไม่ดี แทบไม่ได้ออกกำลังกายเลย แต่เชื่อมั่นว่ากินยาครบทุกมื้อไม่มีขาด และอาจจะเกินในบางวัน (อันนี้เป็นตัวอย่างที่ผิด)

ค่าน้ำตาลสะสมเมื่อสองเดือนที่แล้ว และวันนี้เท่ากับ 8.7 และ 7.2 ตามลำดับ ปัจจุบันใช้ยากินในกลุ่ม Sulfonylureas, Biguanides และ Thiazolidinediones อย่างละ 1 ตัว ช่วงที่ผ่านมาไม่มีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ

น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ BMI = 21.4 แต่คนรอบๆ ตัวก็ยังทักว่าผอมอยู่ดี

A: คัมภีร์ ADA 2010 บอกว่าค่าน้ำตาลสะสมที่มากกว่า 7 จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนที่หัวใจ ไต ตา การเพิ่มยาอีก 1 ตัว เป็น triple therapy ทำให้ระดับน้ำตาลเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น คิดว่าการคุมอาหารที่เข้มงวดขึ้น และการออกกำลังกายที่มากขึ้น น่าจะทำให้ค่าน้ำตาลสะสมอยู่ในเป้าหมายได้ในนัดติดตามอาการครั้งต่อไป

จากผลทางห้องปฏิบัติการและการตรวจร่างกายยังไม่พบอาการแทรกซ้อนที่หัวใจ และไต ไม่มีอาการบวม น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอาจจะเป็นผลจากการควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้น ไม่น่าเป็นผลข้างเคียงของยาในกลุ่ม Thiazolidinediones

P: เป้าหมายคือ ลดค่าน้ำตาลสะสมให้ต่ำกว่า 7

แผนการรักษา คงขนาดยาเดิมทั้งสามตัวไว้

ติดตามผลการรักษาจาก ค่าน้ำตาลหลังอดอาหาร และค่าน้ำตาลสะสม

ติดตามความปลอดภัยจากการใช้ยาจาก ค่าการทำงานของตับ และไต อาการน้ำตาลในเลือดต่ำ อาการบวม และน้ำหนักขึ้น

แผนในอนาคต ถ้าควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ให้ค่อยๆ ปรับลดขนาดยาสองตัวแรกลงทีละตัว แต่ถ้าควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ ให้เพิ่มขนาดยาในกลุ่ม Thiazolidinediones ถ้ายังควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้อีก อาจต้องพิจารณาเพิ่ม Basal insulin และ หยุดใช้ยาในกลุ่ม Sulfonylureas

ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้

Posted by elixer in cool

การร่วมพัฒนา HIS แบบ Open Source

โปรแกรมระบบโรงพยาบาลมีความจำเป็นต่อการดำเนินการของโรงพยาบาลในยุคปัจจุบัน เพราะช่วยให้การจัดการข้อมูลผู้ป่วย ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการดูแลรักษาผู้ป่วย เป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยให้การคิดคำนวณ ค่าใช้จ่าย การทำสถิติต่างๆเป็นไปอย่างถูกต้อง แม่นยำมากขึ้น

การได้โปรแกรมระบบโรงพยาบาลมาใช้ เกิดขึ้นได้ 2 รูปแบบ คือ ได้จากการพัฒนาโปรแกรมเอง หรือ การซื้อโปรแกรมมาใช้ ซึ่งโดยปกติ ระบบโรงพยาบาลมักจะมีอายุการใช้งานไม่เกิน 5-6 ปี ก็จะล้าสมัย ไม่ตอบสนองความต้องการใหม่ ไม่รองรับการเปลี่ยนแปลงระดับนโยบาย ฯลฯ ทำให้โรงพยาบาลต่างๆต้องจัดหาโปรแกรมใหม่ทุกๆ 5-6 ปี ซึ่งราคาของโปรแกรมระบบโรงพยาบาลในปัจจุบัน จะอยู่ที่ 25-75 ล้านบาท จากเดิมเมื่อ 5 ปี ก่อน ราคาอยู่ในช่วง 12-30 ล้านบาท และคาดว่าอีก 5 ปี ข้างหน้า ราคาอาจขยับขึ้นไปเป็น 50-150 ล้านบาท

การขยับของราคาโปรแกรมระบบโรงพยาบาลซึ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ทางเลือกการพัฒนาโปรแกรมใช้เอง กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบัน ภาษาที่ใช้ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นภาษาที่ง่ายขึ้น และแนวทางทฤษฎี Object Oriented (ซึ่งทำให้สามารถนำโปรแกรมย่อยมาต่อๆกันกลายเป็นโปรแกรมใหม่ได้โดยง่าย) รวมทั้งเครื่องมือการพัฒนาโปรแกรมใหม่ๆ ทำให้การพัฒนาโปรแกรมใช้เองเป็นสิ่งที่ไม่ยากเกินไป และน่าจะใช้เงินน้อยกว่าการซื้อโปรแกรม นอกจากนั้นการพัฒนาโปรแกรมเองทำให้เกิด ความรู้ที่สามารถนำมาใช้ดูแลรักษาโปรแกรมได้อย่างต่อเนื่องระยะยาวได้ โครงการพัฒนาโปรแกรมระบบคอมพิวเตอร์โรงพยาบาลจึงน่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

สรุปแล้วเป็นการร่วมมือกันพัฒนาโปรแกรมระบบโรงพยาบาล (HIS) เพื่อนำไปใช้ในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดย Open Source ทุกขั้นตอน ถ้าใครอยากช่วยเหลือติชม หรือแนะนำอะไรก็เข้าไปที่เว็บไซต์ของทีมพัฒนาได้ครับ (ล่าสุดยังเข้าไปในส่วนของเว็บบอร์ดไม่ได้ครับ)

Posted by elixer in cool

รหัสมาตรฐานยา: บูรณาการสารสนเทศยาเพื่อคุณภาพการดูแลผู้ป่วย

รหัสมาตรฐานยา 24 หลักเป็นการกำหนดรหัสให้กับยาทุกตัวในประเทศไทยทั้งแผนปัจจุบัน และแผนโบราณ เพื่อนำข้อมูลมาใช้บูรณาการการดูแลผู้ป่วย กำหนดทิศทางการใช้ยาของประเทศ

เนื้อหาของ session นี้จะออกไปทางเทคนิคเกี่ยวกับความหมายของรหัสเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสามารถหาอ่านได้จากเอกสารของคณะทำงาน แต่ส่วนที่น่าสนใจคือตัวอย่างการนำไปใช้ใน Antidote Project

Antidote Project มีที่มาจากการขาดแคลนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษ หรือเกิดพิษจากการได้รับยาเกินขนาด ซึ่งขาดแคลนมากเพราะมีไม่ถึง 10 คนในประเทศไทย

ทางผู้พัฒนาจึงสร้างระบบ teleconsult ขึ้นมาให้แพทย์ทั่วไปได้ศึกษากับผู้เชี่ยวชาญผ่านระบบวิดีโอ หลังจากปรึกษาแล้ว ยังสามารถค้นหาได้ว่าโรงพยาบาลใดที่อยู่ในรัศมี xx กิโลเมตร (กำหนดระยะได้) มียาต้านพิษที่ต้องใช้ โดยตัวโปแกรมเป็นการสร้างเลเยอร์มาครอบกูเกิลแมป

เมื่อคลิ๊กที่จุดในแผนที่จะมีการแสดงจำนวนยาคงคลัง พร้อมเบอร์โทรศัพท์ผู้รับผิดชอบคลังยา หลังจากส่งคำขอเบิกยาที่โปรแกรม ตัวโปรแกรมจะมีการส่ง SMS ไปยังผู้รับผิดชอบคลังยา เพื่อทำการยืนยันการเบิกยา และตัดยอดในระบบ (ระบบคงคลังจะมีการเชื่อมต่อกับองค์การเภสัชกรรม เมื่อจำนวนยาลดลงถึงจุดที่ต้องสั่งซื้อเพิ่ม ทางองค์การเภสัชกรรมจะดำเนินการส่งยามาเติมให้อัตโนมัติ)

ผู้พัฒนาคือ ภก.ไตรเทพ ฟองทอง บอกว่าระบบนี้เป็นการประยุกต์นำเครื่องมือฟรีในอินเทอร์เน็ตมาผนวกเข้ากับฐานข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อสร้างระบบช่วยเหลือในการดูแลผู้ป่วย ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะมีการพัฒนาโปรแกรมแนวนี้ออกมาได้อีกหลายตัว (จริงๆ มีอีกโปรแกรมที่เป็นการนำ pivot chart มาแสดงข้อมูลทางระบาดวิทยาของหน่วยบริการย่อย แต่ยังเป็นแค่ mock up เพราะพี่เขายังหาเครื่องมือฟรีที่ทำงานได้ใกล้เคียงกันมาใช้ไม่ได้)

Posted by elixer in cool

Health Information Exchange Interoperable Standard and HL7

บรรยายโดย รศ.นพ.อาทิตย์ อังกานนท์ และ รศ.ดร.อัศนีย์ ก่อตระกูล

  • HL 7 เป็นมาตรฐานของชุดข้อมูลสารสนเทศในโรงพยาบาลที่ใช้กันในระดับนานาชาติ
  • HL7 ออกมาเพื่อช่วยเรื่อง interoperatability เพราะเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลกใบนี้ ต้องมีการสื่อสารกับผู้อื่น
  • Stake holder ควรออกมาตกลงเรื่องนี้ว่าจะใช้มาตรฐานใด ซึ่งในไทยตอนนี้ได้มีนักวิชาการจาก Nectec เข้ามาช่วยเรื่องนี้แล้ว โดยช่วยเรื่องการวิเคราะห์โครงสร้างฐานข้อมูล และการเข้ารหัสเข้อมูล
  • มาตรฐานของไทยจะเป็นการผนวกรวมหลายมาตรฐานของนานาชาติเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ได้ใช้เพียงแค่ HL7 ตัวเดียว
  • ตอนนี้กำลังมีการ implement กับสองโปรแกรมในสองจังหวัดคือ นนทบุรีกับร้อยเอ็ด โดยสร้าง data conversion tool มาช่วยแปลงข้อมูลเดิมให้เป็นไปตามมาตรฐาน
  • สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ตอนนี้มีการรวมกลุ่มกันทำ OpenEHR ที่เป็นการ Open Source กระบวนการให้บริการทางการแพทย์ เพื่อสร้าง Dream Ecosystem สำหรับการให้บริการทางการแพทย์

session นี้แสดงให้เห็นว่าการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานช่วยให้งานที่ยากๆ ง่ายขึ้น และดำเนินการได้ไวขึ้น แต่เรากลับไม่ค่อยเห็นการร่วมมือกันแบบนี้ได้บ่อยนัก เพราะมักจะเกิดเหตุการณ์เกี่ยงกันทำงาน แต่แย่งกันเอาหน้า

Posted by elixer in cool