Month: March 2017

The A-Team (2010)

ตอนแรกว่าจะไม่ดูเหมือนกับ The loser แล้ว แต่เห็นหลายคนยอกว่าดีก็เลยเปลี่ยนใจไปดู

  • มันสุดๆ ทั้งทีม แถมดีกว่า Mission impossible ตรงที่หัวหน้าทีมไม่ได้เด่นคนเดียว ทุกคนสำคัญหมดสมชื่อ A – Team จริงๆ
อยากรู้ว่ามันแค่ไหน ก็ไปพิสูจน์เองแล้วกันครับ 
Posted by elixer in cool

เราสองสามคน (That sounds good)

หนังไทยเรื่องแรกของปีนี้ที่ได้ไปดูที่โรงภาพยนต์ 

  • อยากไปคาราวานแบบนี้บ้าง (ไทย – ลาว – เวียดนาม – จีน) แต่คงเมื่อยน่าดูขับรถกันตลอดเลย ตั้ง 4000 กว่ากิโลเมตร
  • ในหนังใช้รถ Suzuki caribian เดินทางกัน 7 คัน แต่ไม่ค่อยไ้ด้ใช้ความเป็นรถออฟโรดซักเท่าไหร่ นอกจากที่ทะเลทราย กับแม่น้ำที่ไม่ต้องลงไปก็ได้
  • สุนทรีย์ ได้ยินไม่ชัดมากๆ จนน่ารำคาญ ยังดีที่หนังจำลองสิ่งที่สุนทรีย์ได้ยินให้คนดูได้รับรู้ด้วย
  • การมองไม่ชัดของเต๋อที่หนังจำลองมานี่ โดนมาก อยากให้คนตาปกติได้รับรู้ว่า เฮ้ยมันมองไม่ชัดแบบที่เห็นในหนังเลยนะ เวลาไม่มีแว่นนี่
  • ใครที่คิดจะไปดู Elly Tran Ha อย่างเดียว ดูแค่เบื้องหลังอันนี้ก็น่าจะพอนะ
  • เต๋อ (ยิบโซ รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์) อารมณ์ดีตลอด น่ารัก
  • หนังเรื่องนี้เป็นหนังฟอร์มเล็กแต่ก็ใช้ทุนสร้างไปกว่า 30 ล้านบาท
  • ถ้าใครคิดจะไปดูสถานที่สวยๆ เยอะๆ อาจจะมีผิดหวัง

เนื้อเรื่องอาจจะเบาโหวงไปหน่อย แต่ก็ยังพอสัมผัสได้ถึงสิ่งที่หนังต้องการสื่อ สรุปแล้วก็ดูได้เรื่อยๆ คุ้มกับที่ไปดูในโรงครับ 

Posted by elixer in cool

Puzzle

  • อากาศดี มีฤดูครบสามฤดู ร้อน ฝน หนาว
  • ความหนาแน่นไม่เกินเทศบาลเมือง
  • อยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยที่มีคณะเภสัชศาสตร์ไม่เกิน 15 นาที
มาลองค้นหากันดูว่าสถานที่ตามเงื่อนไขนี้ มีอยู่ที่ไหนบ้างในประเทศไทย
Posted by elixer in cool

ทำไมถึงเลือกมาเรียนเภสัช

ทำไมถึงมาเรียนเภสัช

คำถามนี้เป็นคำถามที่ผ่านมาแล้ว 9 ปี แต่ผมก็ยังไม่เคยตอบมันอย่างจริงจังได้เลย

คำถามนี้เป็นหนึ่งในงานที่ได้รับมอบหมายของวิชา Pharmacy Orientation วิชาแนะนำงานของเภสัชกรว่าเป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง

คำตอบที่ผมตอบไปตอนนั้นคือ
มาเรียนเพราะไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรดี แล้วก็ไม่ได้ชอบวิชาชีพนี้เป็นพิเศษ

สารภาพตามตรงว่าตอนนั้นตอบไปแบบส่งๆ เพราะเห็นเพื่อนๆ ตอบกันประมาณว่า “รักวิชาชีพนี้ ฝันอยากจะเป็นมาตั้งแต่เด็ก” ก็เลยหมันไส้ตอบมันกวนทีนแบบนี้แหละ (นึกแล้วก็ขำตัวเองตอนนั้น นิสัยเด็กจริงๆ ที่เพื่อนตอบก็ถูกของเพื่อน ก็พวกเค้าฝันแบบนี้กันจริงๆ นี่)

แล้วคำตอบนี้มันก็ส่งผลให้ผมได้เกรดบีในวิชานี้ วิชาที่แจกเอเกือบหมดชั้นปี มีแค่ผมกับเพื่อนอีกคนที่ได้บี แล้วมันก็ซิ่วไปเรียนแพทย์จนกลายเป็นนายแพทย์ไปแล้วด้วย แต่จะโทษคำตอบนี้อย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะตอนนั้นผมชอบเลี่ยงการออกไปนำเสนอด้วย ก็สมควรหรอกที่จะได้คะแนนน้อย

ถึงผมจะย้อนเวลากลับไปแก้คำตอบนี้ไม่ได้แล้ว ผมก็อยากหาคำตอบของคำถามนี้ให้ได้ ก่อนที่ผมจะลืมความรู้สึกของตัวเองเมื่อ 9 ปีที่แล้วไปซะก่อน

ขั้นแรกก็ต้องย้อนอดีตกลับไปว่าตอนนั้นผมกำลังคิด กำลังทำอะไรอยู่ มีอะไรที่พอจะเป็นคำตอบได้บ้าง

  1. ช่วงก่อนจะยื่นคะแนนโควต้าของมหาวิทยาลัยนเรศวรประมาณ 2 เดือน น้าชายที่ใกล้ชิดกับผมมาตั้งแต่เด็ก ได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับอาชีพเภสัชให้ผมฟัง ซึ่งผมจำรายละเอียดไม่ได้แล้ว แต่สรุปได้ว่าอาชีพนี้น่าสนใจ และเหมาะกับผมดี
  2. แพทย์เป็นอาชีพที่ผมใฝ่ฝันมาตั้งแต่มัธยมต้น แล้วก็ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับการเรียนมาค่อนข้างเยอะ แล้วก็ได้รู้ว่าต้องเรียนกับอาจารย์ใหญ่ด้วย แล้วผมก็กลัว แล้วผมก็คิดเอาเองว่าเรียนเภสัชไม่ต้องเรียนกับอาจารย์ใหญ่ แล้วผมก็ได้รู้ว่าผมเข้าใจผิด เภสัชก็ต้องเรียนกับอาจารย์ใหญ่ด้วย แค่ไม่ต้องผ่าเท่านั้นเอง
  3. ทันตแพทย์ก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ผมคุ้นเคย แต่ก่อนจะยื่นคะแนนไม่กี่เดือน เพื่อนของน้าชายในข้อแรกที่เป็นทันตแพทย์ มาบอกกับผมว่าทำฟันมันปวดหลังนะ แค่นั้นแหละความทรงจำของความทรมานจากการปวดหลังเพราะโดนลงโทษตอนเรียนนักศึกษาวิชาทหารจนหมอนรองกระดูกสันหลังอักเสบกลับมาหลอกหลอนเลย แล้วมันก็มีผมต่อลำดับการเลือกคณะของผมจาก 1.แพทยศาสตร์ 2.ทันตแพทยศาสตร์ 3.เภสัชศาสตร์ กลายเป็น 1.เภสัชศาสตร์ 2……… 3………… (สุดท้ายโดนอาจารย์ที่รับสมัครให้เขียนคณะที่เลือกให้ครบสามลำดับจนได้)
  4. หลังจากสอบติดโควต้าแล้ว ผมยังมีโอกาสไปยื่นคะแนน และสอบที่อื่นได้อีกตั้งหลายที่ แต่แม่บอกให้ไปมอบตัวเลย ไม่ต้องไปสอบอีกแล้ว ผมก็เลยตามใจแม่ตอนนั้นผลโควต้าออกประมานเดือนพฤศจิกายน กว่ามหาวิทยาลัยจะเปิดเทอมก็ตั้งเดือนมิถุนายนปีถัดไป ผมเลยคิดว่าถ้าไปมอบตัวก็ไม่ต้องอ่านหนังสือ ไม่ต้องตั้งใจเรียนอีกตั้งครึ่งปีกว่า แล้วผมก็ไม่ตั้งใจเรียนจริงๆ เช้ามาเรียน บ่ายโดดออกไปร้านเกม ทำอย่างนี้แทบทุกวันจนเรียนจบ เกรดก็เลยร่วงจาก 3.2 เหลือ 2.6 สมควรแล้วจริงๆ
  5. เคยไปซื้อยาที่ร้านยา เคยไปรับยาที่โรงพยาบาล แล้วประทับใจเภสัชกร เลยฝันอยากจะเป็นอย่างนั้นบ้าง เอ่อคงไม่ใช่เรื่องของผมหรอก ในความทรงจำไม่มีเรื่องแบบนี้อยู่เลย
  6. อยากคิดค้น วิจัยยาใหม่ นี่ก็คงไม่ใช่เรื่องของผมอีกแหละ ถึงตอนนั้นผมจะชอบประดิษฐ์สิ่งของ แต่ก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องยาเลย
  7. อยากรู้เรื่องยาเยอะๆ จะได้เอาความรู้ไปดูแลพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง หรือคนรู้จัก เรื่องอยากดูแลคนอื่นนะใช่ แต่ความอยากรู้เรื่องยานี่รู้สึกว่ามันจะไม่มีอยู่ในควาทรงจำตอนนั้นนะ

โอเคผมเหมือนจะรู้แล้วว่าทำไมตอนนั้นผมถึงเลือกมาเรียนเภสัช

ผมไม่เคยฝันอยากเป็นเภสัชกร ไม่เคยประทับใจเภสัชกรคนไหนๆ มาก่อน ไม่เคยอยากคิดค้นยา ไม่เคยสนใจเรื่องยาเป็นพิเศษ

ผมคิดอย่างเดียวว่า การเรียนมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะเรียนคณะอะไร ผมก็จะได้พบกับผู้คนมากขึ้น ได้เจอเพื่อนใหม่ ได้พบกับความรัก ได้เจอกับความเสียใจ ได้เปิดโอกาสให้ผมได้ค้นหาความรู้ ได้อ่านหนังสือมากขึ้น ได้เจอกับคนเก่งๆ ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผม ได้สอนให้ผมคิดเป็น เปิดมุมมองของผมให้กว้างขึ้น และได้ไว้ผมยาว

ดังนั้นผมเรียนคณะอะไรก็ได้ ที่ไม่ทำให้แม่ต้องผิดหวังและเสียใจ และคณะเภสัชศาสตร์ก็เป็นคณะที่ผมตั้งใจแล้วว่าจะมาเรียนเอง

ถึงผมจะไม่รักอาชีพนี้มาก แต่ผมก็ไม่เคยเกลียดเลยนะครับอาจารย์

– ศิษย์เก่ารุ่น 9 รหัสเข้า 44

Posted by elixer in cool

Postcard from Mom

แม่ เติ้ลยังไม่เคยไปปายเลยอะ 
รักแม่นะ
Posted by elixer in cool