Month: August 2017

replace wish list with freeze list

ถึงแม้เงินเดือนจะขึ้น โบนัสจะเพิ่ม (เทียบกับเอกชน ก็ยังน้อยกว่าเหมือนเดิม) แต่ก็ไม่ควรประมาทกับปีเผาจริงปีนี้ การใช้ wish list ต่อไปจะยิ่งทำให้เงินรั่วไหลไปกันใหญ่ ตอนนี้เลยต้องเปลี่ยนมาใช้ freeze list กับของที่อยากได้ทั้งหมด (want) ยกเว้นหนังสือแทน วิธีการใช้งานก็ง่ายๆ ไม่มีอะไรมาก ถ้าตัดสินใจจะซื้อของอะไรที่ไม่จำเป็น ให้เอามันมาใส่ไว้ใน freeze list แล้วของชิ้นนั้นจะถูกล็อกไป 30 วันไม่สามารถซื้อได้ พอครบ 30 วันแล้วค่อยคิดอีกทีว่ายังอยากได้อยู่หรือเปล่า

เริ่มใช้มาได้พักนึงแล้ว ประหยัดเงินไปได้มากพอดูเพราะวิธีนี้แหละ คุ้นๆ ว่าวิธีแนวนี้มาตั้งนานแล้วนะ ประโยคนี้ไง

“รอให้น้ำลายไหลก่อน ค่อยซื้อกิน”

Posted by elixer in cool

ARV counseling

ARV counseling หรืองานจ่ายยาให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี เป็นอีกหนึ่งงานประจำของผม งานจ่ายยาที่ค่อนข้างหนักสำหรับผม เป็นงานที่ใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมงแต่กลับทำให้ผมได้จ่ายยาผู้ป่วยจำนวนพอๆ กับตอนที่จ่ายยาในห้องยาผู้ป่วยในทั้งอาทิตย์

งานจ่ายยาให้คนผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี ต่างกับงานจ่ายยาให้ผู้ป่วยนอกทั่วไป เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีความผูกพันกับเจ้าหน้าที่ในคลินิก ทั้งพยาบาล แพทย์ และเภสัชกร เพราะพวกเขาต้องกลับมาที่คลินิกนี้อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งเพื่อติดตามอาการ และรับยา

ผู้ป่วยกลุ่มนี้แบ่งแบบง่ายๆ เป็นผู้ป่วยเก่า และผู้ป่วยใหม่

เริ่มจากผู้ป่วยใหม่ก่อน ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะต้องผ่านขั้นตอนหลายขั้นตอน เพื่อปรับสภาพจิตใจ และเตรียมความพร้อมก่อนที่จะได้เข้าคลินิก และได้มาคุยเรื่องการกินยากับผม

สิ่งที่ผมคุยหลักๆ มีอยู่ 3 เรื่องคือ
1. เวลากินยาที่ต้องปรับให้เข้ากับการดำเนินชีวิตของแต่ละคน เพราะยากลุ่มนี้ไม่ได้ยึดมื้ออาหารเป็นหลักเหมือนยาทั่วไป หลักสำคัญคือต้องกินยาให้อยู่ในรอบ 12 หรือ 24 อย่างสม่ำเสมอไปตลอดชีวิตเช่น เก้าโมง กับสามทุ่ม ซึ่งผู้ป่วยบางคนอาจจะติดเรื่องเวลานอน หรือเวลาทำงานไม่เหมือนปกติ บางคนก็ไม่อยากหยิบยากินในเวลางาน จึงต้องมีการปรับเวลาให้เหมาะสม
2. อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่มีมากมาย และเกิดได้ง่ายในผู้ป่วยกลุ่มนี้ จึงต้องเน้นย้ำให้กลับมาพบแพทย์ และเภสัชกรทันทีที่เกิดอาการผิดปกติ เพราะการหยุดยาเองเป็นการเพิ่มโอกาสในการดื้อยา และอาการที่เกิดบางครั้งก้ไม่ได้เกิดจากยา
3. ความสำคัญของการกินยา เพราะโรคนี้ไม่ใช่หวัด จะกินๆ หยุดๆ ไม่ได้ การตัดสินใจกินยาแล้วต้องพร้อมที่จะกินมันอย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอไปตลอดชีวิต การมีชีวิตไปให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป็นเรื่องที่ควรทำ เพราะในอนาคต อาจจะมีการคิดค้นการรักษาที่รักษาโรคนี้ให้หายขาดได้

ผู้ป่วยใหม่ที่ผ่านช่วงเวลา 2 สัปดาห์แรกไปได้ ก็จะกลายเป็นผู้ป่วยเก่าสำหรับผม ซึ่งการพูดคุยจะน้อยลงกว่าครั้งแรกค่อนข้างมาก เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้มีจำนวนมาก ผมจึงต้องใช้ คำถามหลักช่วยในการหาผู้ป่วยที่มีปัญหาในการใช้ยาออกมา ไม่ว่าจะเป็นการทวนเวลากินยา ชนิดของยาที่กิน ถามถึงสิ่งผิดปกติทีี่เกิดขึ้น เป็นต้น

ผู้ป่วยที่มีปัญหาแบ่งได้เป็นสองกลุ่มอีกคือ กลุ่มที่ไม่ทำตามสามเรื่องที่เคยคุยกับไว้ กับกลุ่มคนที่โชคร้ายร่างกายไม่ตอบสนองต่อยา หรือดื้อต่อยา ซึ่งกลุ่มแรกแก้ปัญหาได้โดยการพูดคุยทำความเข้าใจกันใหม่ แต่กลุ่มหลังต้องใช้การปรับเปลี่ยนสูตรยาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วย

ผู้ป่วยเหล่านี้จะมีสิ่งที่ต้องคอยลุ้นอยู่อีกอย่างคือ ผลการตรวจเลือดวัดภูมิคุ้มกันที่ตรวจทุก 6 เดือน กับจำนวนไวรัสในเลือดที่ตรวจเมื่อสงสัยว่าดื้อยา ซึ่งค่าพวกนี้มันจะเป็นตัวชี้วัดว่ายาได้ผลหรือเปล่า ซึ่งผมมักจะใช้ค่านี้เป็นอีกสิ่งหนึ่งในการแยกผู้ป่วยที่มีปัญหาออกมา

จะว่าไปแล้วผู้ป่วยคนไหนที่ถูกผมชวนคุยมากๆ นั้นถือว่าโชคร้ายเพราะผมต้องคุยเยอะเพราะสงสัยว่ามีปัญหา ส่วนใครที่ผมแทบไม่ชวนคุยเลยถือว่าโชคดี แสดงว่ามีภูมิคุ้มกันสูงมาก และปฏิบัติตัวดีจนผมไม่ต้องห่วง

สรุปแล้วผ่านไปเกือบ 2 ปีหลังจากเริ่มทำงานมา จำนวนผู้ป่วยที่ผมต้องจ่ายยาให้ต่อสัปดาห์เพิ่มขึ้นจากตอนแรกกว่า 50% การรณรงค์ไม่ได้ช่วยอะไรเลยหรือไงนี่

Posted by elixer in cool

Paburon

Pavulon drug by iMorpheus
[รูปภาพโดย iMorpheus]

วันนี้มีเหตุต้องเจอกับยาชื่อไม่คุ้นอย่าง Paburon จากคนไข้ชาวญี่ปุ่น เปิดจากหนังสือค้นหาข้อมูลยาในประเทศอย่าง MIMs ก็ไม่เจอ เลยต้องเข้าไปหาจากกูเกิ้ล

ค้นมาได้ผลการค้นหามา 4390 อัน ซึ่งแต่ละอันมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ดีสุดคือผลการค้นหาอันแรกที่มีภาพประกอบข้างบน พร้อมกับข้อความประกอบว่ามันเป็นยาแก้หวัดที่ซึโค่ยมาก ลองค้นหาต่อใน Google Japan จึงเจอกับเว็บไซต์ผู้ผลิต จึงได้รู้ว่ายาชื่อนี้มันมีหลายตัวมาก โดยทุกตัวจะมีชื่อขึ้นต้นด้วย Paburon หมด แต่ส่วนประกอบในยาแต่ละตัวดันไม่เหมือนกันซะงั้น

ลองอ่านๆ ดูจึงรู้ว่ายาในรูปคือ Pabulon S Gold มีส่วนประกอบของยา 2 ตัวคือ bromhexine hydrochloride 12mg ยาขับเสมหะที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปในประเทศไทย กับ lysozyme chloride 90mg ยาที่ไม่มีใช้ในประเทศไทย ซึ่งตัวนี้น่าจะเป็นตัวออกฤทธิ์ที่ดีมากในการแก้อาการเจ็บคอ (เค้าเคลมมาว่าอย่างนี้)

สรุปแล้วมันก็คือยาผสมแก้หวัดคล้ายๆ ทิฟฟี่ กับดีคอลเจนของไทย เพียงแต่มันมี lysozyme ผสมเข้ามาด้วยเท่านั้นเอง

Posted by elixer in cool