Month: July 2017

interesting links: 20070731

  • Migratr – ทำให้การย้ายรูปภาพจาก flickr ไปยัง picasa เ็ป็นเรื่องง่ายๆ
  • imcooked – video sharing การทำอาหาร
  • Portable Firefox and Nightly Build Updater – ทดสอบ FF nightly build โดยไม่ต้องติดตั้ง
  • BitLet – โหลดบิตง่ายๆ โดยไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม
Posted by elixer in cool

homo unius libri

beware the man of a single book (homo unius libri).
Clinical Cases and Images – Blog

เพราะชีวิตคนไม่ควรขึ้นกับหนังสือเพียงหนึ่งเล่ม หรือแหล่งข้อมูึลเพียงแหล่งเดียว 

Posted by elixer

Bookstore and Reader

Bookstore – XKCD
bookstore

ถ้ามันมีเซนเซอร์แบบนี้จริง มันจะรู้หรือเปล่าว่าความจำอันไหน ได้มาจากที่ร้าน ไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องเข้าร้านหนังสือกันแล้วละ หรือไม่ก็ต้องให้ร้านตรวจความจำในสมองก่อนเข้า เหมือนตรวจหนังสือก่อนเข้าห้องสมุด

Reader – Tricks of the Trade

If you are in a middle of a book and someone who has already read it before asks you where you are in the story, always name a point a few chapters earlier than where you really are. Then,if they say something boneheaded like “Oh, the part where X gets shot?” it won’t ruin anything for you.

— Todd

ถ้าเจอจริงๆ วิธีนี้คงจะใช้ไม่ได้ผล เพราะมันอาจจะสปอยล์ไปถึงตอนจบเลย

Posted by elixer

Dispensing hack

เคยเขียนเกี่ยวกับเทคนิคการจ่ายยาไปแล้วครั้งนึง คราวนี้ก็เป็นเทคนิคอีก แต่ออกแนวแฮ็คมากกว่า

เริ่มแรกดูจากกระบวนการเดิมก่อน สมมติว่าจ่ายยาคนไข้ ท้องเสียปวดท้องได้ยา 4 ตัวคือ Norfloxacin Buscopan  Domperidone และผงเกลือแร่

  1. เรียกผู้ป่วยรับยา
  2. ยืนยันตัวผู้ป่วยโดยการถามนามสกุล
  3. ถามว่า “เคยแพ้ยาหรือเปล่าครับ”
  4. สมมติว่าคนนี้ไม่มีประวัติแพ้ยา ก็เริ่มจ่ายยาเลย
    • ยานี้ชื่อ Norfloxacin เป็นยาฆ่าเชื้อ ทานครั้งละ 1 เม็ดหลังอาหารเช้า เย็น ทานติดต่อกันทุกวันจนหมดนะครับ
    • ยานี้ชื่อ Buscopan เป็นยาแก้ปวดท้อง ทานครั้งละ 2 เม็ดเมื่อมีอาการปวดท้อง ถ้าไม่หายปวดสามารถทานซ้ำได้ทุก 8 ชั่วโมงครับ
    • ยานี้ชื่อ Domperidone เป็นยาแก้คลื่นไส้ อาเจียน ทานครั้งละ 1 เม็ดก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง เช้า กลางวัน เย็น ครับ
    • นี่คือผงเกลือแร่ ใช้ 1 ซองผสมน้ำ 1 แก้ว จิบบ่อยๆ แทนน้ำ วันนึงดื่มไม่เกิน 4 ซองนะครับ
  5. เรียบร้อยแล้ว สวัสดีครับ

จากประโยคการสนทนาข้างบน เฉพาะข้อ 4 และ 5 ผมต้องพูดถึง 110 คำ ใช้เวลา 20 วินาที หนึ่งวันจ่ายยาเคสแบบนี้ 300 เคส ต้องพูดถึง 33,000 คำ ใช้เวลา 100 นาที (เหมือนจะไม่เยอะนะครับ แต่อย่าลืมว่างานผมไม่ได้มีแค่จ่ายยา ต้องเช็คยา ตามคนไข้แพ้ยา เป็นต้น) ซึ่งปัญหาสำคัญไม่ใช่การที่พูดมากหรอกครับ แต่เป็นเวลาที่เสียไปมากกว่า

ก็เลยต้องมีการแฮ็คกันบ้าง โดยผมจะเปลี่ยนเฉพาะข้อ 4 ได้แบบใหม่ตามนี้

  • ยานี้เป็นยาฆ่าเชื้อ กิน 1 เม็ดหลังข้าวเช้า เย็น กินทุกวันจนหมดนะครับ
  • ยานี้เป็นยาแก้ปวดท้อง กิน 2 เม็ดเมื่อมีอาการ กินซ้ำได้ทุก 8 ชั่วโมงครับ
  • ยานี้เป็นยาแก้คลื่นไส้ อาเจียน กิน 1 เม็ดก่อนข้าวครึ่งชั่วโมง เช้า เที่ยง เย็นครับ
  • นี่คือผงเกลือแร่ 1 ซองผสมน้ำ 1 แก้ว จิบบ่อยๆ แทนน้ำ วันนึงดื่มไม่เกิน 4 ซองนะครับ

ลองนับคำใหม่ คราวนี้เหลือ 90 คำ ใช้เวลา 15 วินาที 300 เคสใช้เวลา 75 นาที วันนึงได้เวลาเพิ่มมาอีกตั้ง 25 นาที เอาไปทำงานอื่นอย่างคู่มือการใช้ยาฉีด แนวทางการใช้ยา บัญชียาโรงพยาบาล ได้ตั้งเยอะ

นี่เป็นแค่การคิดคร่าวๆ เพราะสถานการณ์จริงมีปัจจัยอื่นที่ทำให้เสียเวลาอีกเช่น ผู้ป่วยเดินมาช้า ผู้ป่วยมีประวัติแพ้ยา (บางเคสใช้เวลาสัมภาษณ์ประวัติไปซะ 10 นาที) ผู้ป่วยไม่ได้ยินเรียกชื่อเพราะไปเข้าห้องน้ำ เป็นต้น

ทุกวันนี้ยังใช้การจ่ายยาทั้ง 2 แบบอยู่ แล้วแต่ว่าช่วงเวลานั้นผู้ป่วยเยอะหรือน้อย อารมณ์ยังดีอยู่หรือไม่ (หงุดหงิดเพราะต้องรอมาทุกจุดให้บริการแล้ว) ซึ่งผู้ป่วยน้อยๆ ที่สามารถใช้แบบเดิมได้นี่ก็มักจะเป็นที่ SM กับที่ BL เฉพาะช่วงก่อนลงเวรบ่าย บอกแล้วว่าผม double standard โดยจำเป็นเนื่องจากระบบของโรงพยาบาลเอง

แต่ทุกวันนี้ก็พยายามเอาสิ่งที่ปฏิบัติกับผู้ป่วยโรงพยาบาลเอกชน มาใช้กับผู้ป่วยโรงพยาบาลรัฐบาลอยู่ตลอด เพราะถือว่าสิ่งพวกนี้เป็นการเพิ่มคุณค่าให้องค์กร และทำประโยชน์ให้คนไข้ โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มนอกจากแรงเลย

ปล. อ่าน Part time = นักเทคนิคการแพทย์ ของหมอหนึ่งแล้ว ขึ้นเวรดึกของผมนี่แสนจะธรรมดา ของหมอหนึ่งเค้าเหนื่อยกว่าเยอะเลย

Posted by elixer in cool