Month: March 2017

Wikis in Plain English

We made this video because wiki web sites are easy to use, but hard to describe. We hope to turn you on to a better way to plan a camping trip, or create the next Wikipedia.

คราวทีแล้วอธิบาย RSS แบบง่ายๆ ใน RSS in Plain English ครั้งนี้อธิบาย Wiki บ้าง

เห็นมาจาก The Common Craft Show

Posted by elixer in cool

interesting links: 20070529

  • LINA – open source everywhere Virtual Machine สำหรับรัน linux application บน Linux, Windows และ Mac OSX
  • Scratch เวบหัดเขียนโปรแกรม เค้าบอกว่าเหมาะสำหรับเด็กอายุ 8 ปีขึ้นไป
  • Wefi Wi-Fi society ช่วยกันเพิ่ม hotspot
  • Digg API Visualization Contest การประกวด Flash visualizations และ applications จาก Digg API
  • Snarfer free RSS reader น่าสนใจอีกตัว อ่านข่าวแบบ river of news ได้เหมือน GReader
  • speakeasy ทดสอบ internet connection speed
  • A Few URLs บุคหมายหลายเว็บด้วยลิ้งค์เดียว
Posted by elixer

Limited stability of lopinavir/r (Kaletra)

สมหญิงไม่มีตู้เย็น เรื่องราวของ “สมหญิง” ผู้ที่มีรายได้เพียง 1,700 บาทต่อเดือน แต่กลับต้องมาเสียเงินอีก 360 บาทเพื่อซื้อน้ำแข็งมาแช่ยาคาเลทตรา ยาต้านไวรัสสูตรสำรอง ที่กำลังโด่งดังอยู่ในปัจจุบันเนื่องจากการถูกทำ CL

ได้ดูวิดีโอเรื่องนี้แล้ว ก็เลยเกิดคำถามว่าจำเป็นหรือที่ต้องเก็บยาคาเลทตรา ไว้ในตู้เย็นตลอด เพราะจากการทดสอบความคงตัวของบริษัทยาเอง ก็บอกไว้ว่ายาจะยังคงประสิทธิภาพไว้ได้ประมาณ 2 เดือนถ้าเก็บไว้ในที่อุณหภูมิน้อยกว่า 25 องศาเซลเซียส

จริงอยู่ที่อุณหภูิมิในประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพสูงกว่า 25 องศาเซลเซียสอยู่แล้ว แต่จากการศึกษาของ Capparelli E et al ที่ศึกษาความคงตัวของยาโดยการเก็บไว้ในขวดพลาสติก ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิ 35 และ 45 องศาเซลเซียส และมีความชื้นสูง ซึ่งน่าจะใกล้เคียงกับสภาพอากาศของกรุงเทพ ผลการศึกษาพบว่าหลังจากผ่านไป 4 สัปดาห์ประสิทธิภาพของยามีมากกว่าร้อยละ 95 เมื่อเทียบกับยาที่เก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส และเหลือน้อยกว่าร้อยละ 85 เมื่อผ่านไป 8 สัปดาห์

อีกการศึกษาหนึ่งของ Lockman S et al ก็พบว่าที่อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส ยาจะยังคงมีความคงตัวได้ถึง 11 สัปดาห์

เพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นเลย ที่จะต้องเก็บยาตัวนี้ไว้ในตู้เย็นตลอด เพราะยาตัวนี้สามารถเอาไว้ที่อุณหภูมิปกติ ของประเทศไทยได้สบายๆ ถึง 1 เดือน ซึ่งจากการสอบถามพี่เภสัช ที่เคยจ่ายยาตัวนี้ ก็บอกว่า ปกติจะจ่ายยาเป็นช่วงสั้นๆ แค่ 1 เดือน สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องการเก็บยา

ซึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้คุณสมศรีต้องเสียค่าน้ำแข็งไปเพื่อเก็บยานี้ อาจจเกิดจากเภสัชที่จ่ายยาให้กับคุณสมศรี อาจจะสื่อสารกับคุณสมศรีได้ไม่ชัดเจน โดยอาจจะจ่ายยาที่แพ็คไปกับน้ำแข็ง (ยาที่ต้องเก็บในตู้เย็น จะแพ็คไปกับน้ำแข็งให้เสมอ) พร้อมกับบอกให้เก็บยาในตู้เย็นเพราะยาจะเสีย โดยคิดไม่ถึงว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่สามารถมีตู้เย็นได้

จากคำว่าเสียนี้ อาจจะทำให้คุณสมศรีเข้าใจผิดว่าเสียนี่ คือใช้ไม่ได้ ยาจะหมดประสิทธิภาพไปเลย เลยกลัวมาก ซึ่งอันที่จริงแล้ว ยาเพียงแค่มีประสิทธิภาพลดลงไปเล็กน้อย ตามผลการศึกษาด้านบนแค่นั้นเอง

เพราะฉะนั้นทางออกของปัญหานี้ ไม่ใช่ยาอลูเวียร์ เพียงอย่างเดียว เพราะการจ่ายยาครั้งละ 1 เดือน พร้อมกับอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงวิธีการเก็บรักษา ก็ช่วยแก้ปัญหานี้ได้แล้ว…

Posted by elixer in cool

My work week 4

สัปดาห์นี้ชีวิตแทบสิ้น ชีวาวายจากการทำงานดึกติดต่อกัน

จันทร์ – ศุกร์ (ยกเว้นพุธ) เช้า – บ่าย เช็คยา ตกเย็นขับรถไปอีกเกือบ 30 กิโลเมตร เก็บชั่วโมงพาร์ทไทม์จนสี่ทุ่ม
พุธ เช้า – บ่าย เช็คยา เย็นเฝ้าร้านยาต่อจนสามทุ่ม
เสาร์ เก็บชั่วโมงพาร์ทไทม์ตั้งแต่ เจ็ดโมงเช้าถึงเที่ยง บ่ายว่าจะไปดูหนัง แต่เซ็งหาที่จอดรถไม่ได้ เลยย้ายห้างไปหาอะไรกินแทน แล้วเลื่อนโปรแกรมการดูหนังเป็นพรุ่งนี้แทน ตอนเย็นว่าจะไปเฝ้าร้านยาตามปกติ แต่อยู่ดีๆ ร่างกายเกิดช็อต เพลียกระทันหัน ยกเลิกงานร้านยา กลับหอมานอนสลบจนมืด
อาทิตย์ ไปงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2550 ของชมรมเภสัชชลบุรี

สัปดาห์หน้าชีวิตก็กลับเป็นปกติ ไม่ต้องทำงานจนสี่ทุ่มทุกวันแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นทำงานสัปดาห์ละ 7 วันแทน ทำให้ค่าพาร์ทไทม์เดือนหน้า (ก่อนหักภาษี) มากกว่าเงินเดือนข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ได้อยู่แล้วซะงั้น

Posted by elixer

Workplace or Home

ช่วงนี้ทำงานสองที่ แต่เป็นงานแบบเดียวกัน เลยมีอะไรให้เปรียบเทียบเยอะ
คาดว่าซีรี่ส์นี้คงเขียนไปอีกนาน เพราะไม่มีเวลาไปหาเรื่องอื่นมาเขียนแล้ว เลยกำหนดชื่อเรียกโรงพยาบาล ที่ผมทำงานดีกว่า ขี้เกียจพิมพ์ยาวๆ เริ่มจากโรงพยาบาลรัฐให้ชื่อย่อเป็น BL ส่วนโรงพยาบาลเอกชนให้ชื่อย่อเป็น SM แล้วกัน

ที่ทำงานของผมคือกลุ่มงานเภสัชกรรม หรือห้องยานั่นเอง ซึ่งที่ BL จะมี 2 ห้องยาคือห้องยานอกสำหรับจ่ายยาผู้ป่วยนอก และห้องยาในสำหรับจ่ายยาผู้ป่วยใน และผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยเวลาทำการของห้องยานอก ก็คือเวลาราชการ ส่วนห้องยาในจะเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง

โดยทั้งสองห้องนี้นอกจากส่วนที่ใช้เก็บยา และส่งมอบยาแล้ว ก็จะมีห้องครัว (มีไมโครเวฟไว้อุ่นของกิน มีหม้อหุงข้าว ไม่ถึงกับประกอบอาหารได้หรอก) ห้องพักเหมือนกับที่ทำงานทั่วไป เพียงแต่ห้องพักของเราจะใช้งานออกแนวห้องนอนมากกว่าห้องพัก เพราะการทำงานดึกๆ ข้ามคืน จะให้เจ้าหน้าที่ตื่นตลอดก็ไม่ไหว ต้องมีการผลัดกันนอนพักบ้าง (สำหรับเจ้าหน้าที่เภสัชกรรมนะครับ เพราะเภสัชกรที่นี่อยู่เวรแค่ 4 ทุ่ม)

ในขณะที่ทำงานอีกที่ของผมคือที่ SM ก็มีห้องยาเหมือนกัน แต่มีแค่ห้องยาเดียวจ่ายยาทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และผู้ป่วยฉุกเฉิน เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง โดยช่วงหลัง 4 ทุ่มจนไปถึง 7 โมงเช้าจะมีเภสัชกรอยู่เวร 1 คนกับเจ้าหน้าที่เภสัชกรรม 2-3 คน

ที่นี่ ก็มีห้องครัว แต่ไม่มีห้องพัก มีแค่โซนสำหรับให้เภสัชกร นอนหลับตอนเข้าเวรดึก แล้วก็ตื่นมาเป็นช่วงๆ เพื่อเช็คยา ส่งมอบยาให้ผู้ป่วยฉุกเฉิน เช็คยาที่ต้องให้ทันทีของผู้ป่วยใน แล้วก็ตอบคำถามแพทย์ กับพยาบาล ดังนั้นวันไหน มีผู้ป่วยฉุกเฉินน้อย ผู้ป่วยในไม่มีปัญหาอะไรตอนดึก เภสัชกรก็จะได้นอนหลับอย่างสบายใจ เปรียบดังย้ายที่นอนจากที่บ้าน มาเป็นที่โรงพยาบาล ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะที่นี่โรงพยาบาล ไม่ใช่โรงเรียน จะให้เงียบสลบตลอดคืนได้ไง

ไม่รู้เพราะที่นี่มีห้องยาเดียวหรือเปล่า ทุกคนถึงได้รู้สึกผูกพันกับมันจนเรียกว่าบ้าน มากกว่าที่จะเรียกว่าห้องยา จะบอกตำแหน่งอะไรในห้อง ก็จะบอกว่าหน้าบ้าน หลังบ้าน ในขณะที่ BLจะ็เรียกแค่ห้องยา ตอนแรกก็คิดว่าเกี่ยวกับการเป็นโรงพยาบาลรัฐ กับเอกชนหรือเปล่า แต่แฟนก็บอกว่า ที่โรงพยาบาลของเธอที่เป็นโรงพยาบาลของรัฐ ก็เรียกว่าบ้านเหมือนกัน (ที่นั่นมีห้องยาเดียว) ก็เลยคิดว่าความผูกพัน น่าจะเกิดจากการที่มีห้องยาเดียว และทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมง ได้ใช้ชีวิตในห้องนี้ ทั้งเวลากลางวัน และกลางคืน แล้วบางคนก็ใช้ชีวิตอยู่ที่ห้องยา มากกว่าอยู่ที่บ้านอีก ก็เลยรู้สึกผูกพันมาก เหมือนกับอยู่บ้านของเรา

แล้วคุณละรู้สึกผูกพันกับที่ทำงานหรือเปล่า

 

Posted by elixer