ยูธูป (podcast)

หลังจากฟังพอดแคสต์อย่างจริงจังได้ประมาณ 2 ปีก็พบว่าตัวเองติดยูธูปแบบไม่รู้ตัว โดยเริ่มแรกเดิมทีตั้งใจจะฟังเลคเชอร์ตอนขับรถไป-กลับที่ทำงาน เพื่อชดเชยเวลาอ่านหนังสือเรียนที่มีอยู่น้อย แต่ไปๆ มาๆ ก็กลายเป็นฟังแต่พอดแคสต์อย่างเดียว

เรื่องมันเริ่มจากผมใช้เวลาเดินทางไปทำงานประมาณ 15 – 20 นาทีพอฟังเลคเชอร์ยังไม่ทันถึงไหนก็ถึงที่ทำงานแล้ว เลยรู้สึกว่าไม่ได้ประโยชน์เท่าไหร่ เลยเปลี่ยนมาฟังพอดแคสต์แทน โดยค้นๆ จากกูเกิ้ลว่ามีอันไหนน่าสนใจบ้าง ตอนแรกก็เจอ WiTcast ก่อน ก็ฟังแล้วได้สาระดี แต่เค้าออกแต่ละตอนห่างเกินไป เลยลองหาอันอื่นดูอีกจนเจอ ยูธูป แล้วก็จักรวาล Gettalk  ก็เลยฟังไปเรื่อยทั้ง ชาบูบางรัก สัพเพฯ เสาๆๆ แต่ที่ฟังครบทุกตอนเลยคือยูธูป เลยขอพูดถึงรายการนี้ก่อน

ที่ชอบยูธูปคือ ทำให้จากเดิมเป็นคนกลัวการดูรายการผี ฟังรายการผี กลายเป็นว่าตอนนี้ชอบฟังมาก เพราะไม่ได้บิ้วบรรยากาศ ไม่ต้องคอยลุ้นว่าจะตุ้งแช่เมื่อไหร่ ฟังได้สบายๆ จนตอนนี้เริ่มเป็นคนหมิ่นผีบ้างแล้ว 555 แต่ถึงจะชอบยังไงก็ไม่ค่อยได้ฟังถึงอังกอร์ เพราะฟังแค่ตอนขับรถไปทำงานซึ่งสัปดาห์นึงรวมๆ กันแล้วก็ไม่เกิน 2 ชั่วโมง ซึ่งยูธูปเกือบทุกตอนจะยาวเกิน 2 ชั่วโมงตลอด

ทำให้ได้ฟังแต่ยูธูปนิวส์ จุดธุป แล้วก็ปักธูป ส่วนอังกอร์นานๆ ทีจะฟังถึง เพราะบางตอนสายโฟนอินฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเลยเลื่อนไปฟังอังกอร์เลย แต่อย่างที่บอกฟังได้วันละนิดหน่อย พอตอนใหม่มาก็จะทิ้งตอนเก่าเลย

หลังจากฟังมานานก็เคยคิดอยากจะสนับสนุนของกินบ้าง แต่ด้วยความที่ทำงานสายสุขภาพ การส่งเสริมให้ผู้ดำเนินรายการกินตอนกลางคืนเยอะๆ เป็นเรื่องไม่ดี ก็เลยขอสนับสนุนด้วยการฟังอย่างเดียวดีกว่า แต่ถ้าเริ่มกินยารักษาโรค NCDs กันเมื่อไหร่ ค่อยให้คำปรึกษาเรื่องยาแล้วกัน

สรุปแล้วใครที่กลัวการฟังหรือดูรายการผีแนะนำยูธูปแล้วคุณจะได้กลายเป็นคนหมิ่นผี

Altered Carbon

Altered Carbon เป็นเรื่องที่ผมเองมองข้ามไปตอนออกฉายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เพราะคิดว่าเป็นหนังแอคชันธรรมดา แต่พอได้มาดูแล้วพบว่ามันมีประเด็นน่าสนใจเยอะเลย แม้เนื้อเรื่องจะเป็นแค่หนังไขปริศนาหาฆาตกร มีความซับซ้อนไม่มากก็ตาม

เริ่มจากเรื่อง Stack ที่เป็นเหมือน memory card เก็บความทรงจำที่สามารถย้ายไปสู่ร่างอื่นหรือที่ในเรื่องเรียกว่า sleeve ทำให้ชีวิตมนุษย์ใกล้เคียงกับสิ่งที่เรียกว่าอมตะมาก แม้จะจำกัดเฉพาะคนรวย เพราะการ clone ร่างตัวเองนั้นใช้เงินมาก แถมรวยแค่ไหนก็ใช่ว่าจะไปยึด sleeve คนอื่นมาได้ง่ายๆ (แต่ในเรื่องยังมี sleeve สังเคราะห์คล้ายๆ ตุ๊กตายางเหมือนจริง แต่คนรวยไม่นิยม เพราะจะมีปัญหาในการสร้างความคุ้นเคยกับ sleeve)

นอกจากนี้ทำให้เกิดการก้าวกระโดดของมนุษย์ได้เลย ทั้งทำให้เดินทางไปที่ไกลๆ ในชั่วพริบตาด้วยการส่งจิตใน stack ไปยังอีก sleeve นึง ไหนจะทำให้คนเก่งมีเวลาพัฒนาตัวเองต่อเนื่องได้หลายร้อยปี ลองคิดดูว่าถ้าไอน์สไตน์มีชีวิตอยู่ถึงตอนนี้จะเจ๋งขนาดไหน

แต่ทุกสิ่งย่อมมากับด้านมืด เทคโนโลยีนี้ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าตายซ้ำๆ ได้ แถมสามารถทรมานเฉพาะจิตใจเราโดยไม่ให้ร่างกายเสียหายได้ด้วย ทำให้ในเรื่องมีการนำเรื่องศาสนาเข้ามาจัดการกับ stack สำหรับคนที่ไม่ชอบเทคโนโลยีนี้

เรื่องต่อไปคือ Martha Higareda หรือผู้หมวด Kristin Ortega ที่ครบรสมาก ขนาดอายุ 34 แล้วยังสวยขนาดนี้ ยิ่งดูยิ่งรักเธอ ส่วน เอดการ์ แอลลัน โพ ที่ AI โรงแรมที่พระเอกพักอยู่เอาร่างมาใช้แทนตัวเอง ก็มีความคูลสุดๆ เป็นตัวละครที่ออกมาแต่ละครั้งต้องคอยลุ้นว่าคราวนี้จะทำอะไรเจ๋งๆ อีก ส่วนคนอื่นรวมถึงพระเอกนี่เฉยๆ แต่ก็ต้องพูดถึงเค้าหน่อย นั่นคือ Laurens Bancroft มหาเศรษฐีผู้นำพระเอกออกมาจากคุกเพื่อมาไขปริศนาการตายของตัวเอง เป็นตัวแทนของคนรวยที่มีทุกอย่างแล้ว แต่ก็ไม่อยากให้ตัวเองเป็นคนไม่ดี แม้อำนาจเงินจะทำให้ตัวเองพ้นผิดได้

สรุปแล้วเรื่องนี้โดยรวมถือว่าสนุกมาก ซึ่งจริงๆ ดูแค่ผู้หมวดคนเดียวก็คุ้มแล้ว แนะนำสำหรับคนที่ชอบแนวไซไฟแอคชัน

La casa de papel

หลังจากดูจบทั้ง 2 ซีซันแล้ว ยิ่งรู้สึกชอบมาก ครั้งที่แล้วเขียนไปแค่คร่าวๆ ครั้งนี้จะเขียนความรู้สึกถึงตัวละครแต่ละตัวด้วย


เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตัวละครเกือบทุกตัวมีบทบาทสำคัญหมด เริ่มจากศาสตราจารย์ที่เป็นคนฉลาดและรอบคอบแบบเหลือเชื่อ วางแผนแบบซับซ้อน สำเร็จเกือบตลอด แต่ด้วยการละเมิดมีความสัมพันธ ์กฏเหล็กของการปล้นทำให้เสียท่าไปหลายครั้งเหมือนกัน

แต่ความฉลาดนี่แหละ ที่มันทำให้ดูไม่สมจริง เพราะไม่ได้มีการปูพื้นมากพอ โผล่มาก็เก่งเลย ในขณะที่คนอื่นยังมีภูมิหลังที่พอทำให้เชื่อได้บ้าง

ต่อมาคือ โตเกียวคนที่เล่าเรื่องนี้ทั้งหมด (ฝั่งโจรจะใช้ code name เป็นชื่อเมืองแทนชื่อจริง) เป้นคนที่บ้าดีเดือด แต่ก็เซ็กซี่ที่สุด แถมแฟนเซอร์วิสบ่อยมาก ดูแล้วตกหลุมรักตั้งแต่แรกเลย ใครสนใจไปตามต่อได้ที่ IG ของเธอ

ริโอ ตามบทคือสุดยอดแฮ็คเกอร์ แต่ได้แสดงความสามารถจริงๆ น้อยมาก หลักๆ จะเป็นคนก่อดราม่าคู่กับโตเกียวซะมาก

เดนเวอร์ เป็นคนที่บ้าระห่ำ หัวเราะสลับกับทำหน้าโหดได้ตลอด แต่ที่จริงเป้นการทำไปเพื่อกลบเกลื่อนความเศร้าหมองในจิตใจ แต่ด้วยความเป็นคนที่ฉลาดน้อยที่สุดในกลุ่ม ก็เลยโดนคนอื่นชักจูงได้ง่าย

มอสโก เป็นคนที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุด ถึงจะพูดน้อย แต่พูดเมื่อไหร่จะต้องได้สั่งสอนเด็กๆ ในทีม

ไนโรบี เป็นอีกคนที่เล่นไม่สมจริง เพราะเล่นใหญ่เกิน เลยดูไมเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะเวลาที่มีบทพูดยาวๆ

เบอร์ลิน นี่ตรงกันข้ามกับไนโรบีเลย เป็นคนที่เล่นสมจริงมาก สายตาทำให้ดูแล้วเชื่อเลยว่าเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำสูง ไม่เกรงกลัวอะไร รับมือกับสถานการณ์ได้ทุกแบบ แม้ตอนแรกๆ อาจจะดูน่ากลัว แต่พอดูไปจนจบแล้วจะพบว่าเป็นตัวละครอีกตัวที่ชอบมาก

ส่วนฝั่งตำรวจก็มี สารวัตรราเกซที่เก่งแบบสูสีกับศาสตราจารย์ แต่ก็ด้วยความหักมุมแบบที่ไม่เคยเจอในเรื่องไหนมาก่อนทำให้รู้สึกดีได้ในตอนจบ

ผู้พันปริเอโต นี่ก็เป็นคนที่มีความเห็นแก่ตัวสูงมาก เห็นผลประโยชนืตัวเองเป็นหลัก ไม่ได้ทำเพื่อประชาชนจริงๆ แถมเหยียดเพศ และเอาเปรียบลูกน้อง เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ฝั่งโจรได้ใจคนดู

อาร์ตูโร ก็เป็นอีกคนที่มีความเห็นแก่ตัวสูง เอาเปรียบลูกน้อง ทำลูกน้องท้องแต่ไม่รับผิดชอบ เลยทำให้ฝั่งตัวประกันดูไม่น่าสงสาร

ส่วน โมนิก้าเป็นอีกคนที่ถูกกระทำจากทั้งฝั่งตัวประกันและฝั่งโจร จนสุดท้ายเหมือนโลกพังทลายเลยตัดสินใจทำสิ่งที่คาดไม่ถึง


จะเห็นว่าด้วยเวลาที่มีเยอะ เลยทำให้ตัวละครหลายๆ ตัวทำให้เราหลงรักได้ แม้จะเป้นคนที่ทำผิด ซึ่งตัวหนังเองก็พูดเป็นระยะว่าการกระทำเดียวกัน แต่เปลี่ยนคนทำแต่ทำไมถึงโดนว่าเป็นคนเลวแค่ฝั่งเดียว แต่สิ่งนี้หนังก็สื่อได้ไม่มากนะ เพราะความผิดฝั่งโจรมันชัดมาก ดูไปนี่ตัวบทลอยขึ้นมาเลย ทั้งข่มขืนใจ กักขังหน่วงเหนี่ยว ปล้นทรัพย์ ทำร้ายเจ้าหน้าที่ แต่ก็ต้องพยายามคิดว่าเป็นหนังเดี๋ยวจะไม่สนุก

สรุปแล้วเป็นหนังแนวปล้นแบบทีม ที่สนุกมาก ใครชอบหนังตระกูล ocean ไม่ควรที่จะพลาดเรื่องนี้เลย

Annihilation

 

เห็นเรื่องนี้ใน netflix มาพักนึงแล้วแต่พึ่งได้โอกาสดู ตอนแรกคาดหวังไว้ค่อนข้างสูง จากการอ่านรีวิวหลายอันแบบผ่านๆ


เรื่องนี้จะเกี่ยวกับการสำรวจภัยคุกคามจากนอกโลกโดยทีมผู้หญิงที่ประกอบไปด้วยตัวเอกที่เป็นนักชีววิทยา นักมานุษยวิทยา นักฟิสิกส์ และ paramedic ซึ่งภัยคุกคามที่ว่าคือม่านสายรุ้ง (Shimmer) ที่เกิดขึ้นหลังจากมีอุกกาบาตพุ่งชนประภาคาร

หนังเรื่องนี้ต่างจากเรื่องอื่นตรงที่ไม่มีเอเลี่ยน หรือสัตว์ประหลาดนอกโลก แต่เป็นบางสิ่งจากนอกโลกที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่อยู่ในม่านสายรุ้ง

ตลอดเรื่องจะเป็นการเล่าเรื่องของนางเอก ที่แสดงโดย Natalie Portman ที่ยังคงสวยสะกดสายตาเหมือนเดิม เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการสำรวจ สลับกลับไปอดีตที่เป็นปมของนางเอกบ้าง โดยชั่วโมงแรกของหนังนี่ดำเนินไปแบบเรื่อยๆ มีตื่นเต้นบ้างเพราะช่วงที่ตื่นเต้นแบบต่อเนื่องจะมีแค่ครึ่งชั่วโมงสุดท้าย แถมสร้างคำถามอีกขึ้นมาในหัวอีก

คำถามที่ว่าคือภัยคุกคามแบบนี้มันก็มีอยู่แล้วในโลกทุกวันนี้ ซึ่งมันก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับเรามาก แต่หนังเอามาขยาย และเร่งความเร็วจนเหนือจินตนาการไปเลย ตามสไตล์หนังไซไฟ เลยทำให้ฉุกคิดว่าไม่ต้องรอตัวอะไรมาบุกโลกหรอก ณ จุดๆ หนึ่งโลกนี่แหละจะจัดการกับสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในโลกเอง


สรุปแล้วแนะนำสำหรับคอไซไฟ ส่วนใครที่ชอบหนังแอคชัน หรือทริลเลอร์ ผ่านไปได้เลยครับ มันคือเศษเสี้ยวของหนังเอง