cool

เปลี่ยนแบตเตอรี่ MacBook Air 13 นิ้ว (early 2015)

หลังจาก apple care ของ MacBook Air หมดอายุไปได้เกือบๆ ปี แบตเตอรี่ก็ขึ้นเตือน service battery ซะแล้ว ก็เลยคิดว่าคงต้องเปลี่ยนแล้ว ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ค่อยได้เอาไปใช้นอกบ้าน แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานๆ แบตเตอรี่ก็อาจจะบวมจนดันเคสเบี้ยวได้

แต่ด้วยความที่เป็นอุปกรณ์ของ Apple จะเปลี่ยนแบตเตอรี่เอง ก็ทำไม่ได้ ต้องไปให้ศูนย์เปลี่ยนให้ พอเช็คราคาจากหน้าเว็บไซต์ของ apple ก็พบว่าค่าเปลี่ยนตั้ง 4,900 บาท แถมต้องหิ้วเครื่องไปศูนย์อีก (รู้งี้เก็บค่า apple care มาเปลี่ยนแบตเตอรี่ดีกว่า)

ทีนี้เลยลองค้นดูว่าเปลี่ยนแบตเตอรี่เองนี่ทำได้มั้ย ก็ไปเจอบทความ MacBook Air 13″ Mid 2013 Battery Replacement ของ IFIXIT ก็พบว่ามันเปลี่ยนไม่ยากแฮะ แค่ถอดน็อตสองชุดเอง (MBA 2013 – 2015 จะเป็นรุ่นเดียวกันทำตามบทความนี้ได้เลย)

จากนั้นเลยไปหาต่อว่าที่ไหนมีแบตเตอรี่ขายบ้าง ก็ไปเจอมา 2 – 3 ที่ แต่ผมเลือกซื้อที่ MacParts เพราะเคยซื้ออุปกรณ์พวกสายต่อพ่วงมาก่อน ราคาก็ไม่แรงมาก 1,750 บาท บวกค่าแรงตัวเองอีก 200 ยังถูกกว่าศูนย์ตั้งครึ่งนึง

สั่งของออนไลน์ไป 2 วันก็ได้ของมาเรียบร้อยแล้ว จากนี้ไปจะเป็นขั้นตอนการเปลี่ยนแบตเตอรี่

  1. แกะกล่องแบตเตอรี่ชุดใหม่ที่ซื้อมา ก็จะเห็นแบตเตอรี่ กับไขควง 2 อันสำหรับเปิดเคส MacBook Air ซึ่งที่ตัวไขควงไม่มีเลเบลบอก ต้องลองๆ ขันดู แต่อย่าพึ่งออกแรงเยอะถ้าใช้ผิดหัวมันจะทำให้น็อตพังได้ (ดูจาก IFIXIT มันคือหัว P5 กับ T5)

2. คว่ำ MacBook Air ลงบนพื้นนุ่มๆ หันด้านหน้าเข้าหาตัว จากนั้นเริ่มถอดน็อตที่เคสฝาหลังด้วยไขควงหัว P5 โดยมีน็อตยาว 2 ตัว (กรอบสีน้ำเงิน) กับน็อตสั้น 8 ตัว (วงสีแดง)

3. ที่นี้ใช้เล็บดันเข้าไปที่ร่องของเคสด้านบนตรงแถบสีดำ งัดเบาๆ จะถอดฝาหลังออกมาได้

4. ทีนี้ถอดน็อตที่ยึดตัวแบตเตอรี่ทั้ง 5 ตัวออกด้วยไขควงหัว T5 (น็อตที่ถอดออกมาผมจะแปะไว้ที่กาวของโพสอิท แต่จริงๆ แล้วหาถาดมาใส่จะดีกว่า)

5. ทีนี้ดึง connector ของแบตเตอรี่กับลอจิคบอร์ดออกโดย ดึงแถบพลาสติกในกรอบสีเขียวเข้าหาตัวเราจนหลุดออกมา จากนั้นยกแบตเตอรี่เก่าออกมาได้เลย

6. จากนั้นใส่แบตเตอรี่ชุดใหม่เข้าไปแทน โดยเสียบ connector เข้าไปด้วย

7. จากนั้นแกะแผ่นพลาสติกที่ตัวแบตเตอรี่ทั้ง 4 แผ่นออกก่อนที่จะใส่น็อตกลับตามเดิมทั้งหมด (ใน IFIXIT ไม่ได้พูดถึงแผ่นพลาสติกอันนี้ แต่ผมไปเจอคลิปของร้านนี้เค้าแกะออก ก็เลยคิดว่ามันคงต้องแกะออกจริงๆ ดังนั้นใช้วิจารณญาณก่อนทำตามตรงนี้นะครับ ผมหาข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้เลย)

8. หลังจากไขน็อตจนเรียบร้อยดีแล้ว ก็มาลองเปิดเครื่องแล้วเช็คแบตเตอรี่ดู ก็จะเห็นว่า cycle count กลับมาเริ่มที่ 1 แล้ว ส่วน service battery ก็หายไป

9. ขั้นตอนสุดท้ายคือ คาลิเบรทแบตเตอรี่โดยการเปิดเครื่องทิ้งไว้ทั้งคืนจนแบตเตอรี่หมดให้เครื่องดับไปเอง ทำอย่างนี้สองครั้ง จากนั้นก็ใช้ได้ตามปกติแล้ว

สุดท้ายนี้ใครคิดจะทำตามบทความนี้ ขอแจ้งไว้ก่อนว่าเครื่องอาจมีปัญหาได้ ถ้าเกิดความผิดพลาดในขั้นตอนใด ขั้นตอนหนึ่ง คุณต้องรับความเสี่ยงเอง ถ้ารับความเสี่ยงนี้ไม่ได้ หรือไม่มีความชำนาญพอ แนะนำให้ไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ศูนย์บริการของ apple โดยเช็คที่ตั้งของศูนย์บริการได้ที่นี่ครับ รายชื่อศูนย์บริการของ Apple ในไทย (Apple Authorized Service Provider)  

Posted by elixer in cool, 0 comments

ผลการเลือกตั้งกรรมการสภาเภสัชกรรม วาระที่ 9 (พ.ศ.2562 – 2564)

เปิดให้ลงคะแนนวันที่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2561 นับคะแนนวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561

บรรยากาศตอนนับคะแนน 



ที่มา – สภาเภสัชกรรม

Posted by elixer in cool, 0 comments
งานเภสัชกรรมโรงพยาบาล

งานเภสัชกรรมโรงพยาบาล

สไลด์ประกอบการบรรยายงานเภสัชกรรมโรงพยาบาล ในโครงการแนะแนวการเรียนและการเลือกสาขาเน้น ให้กับนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยบูรพา
วันที่ 14 กันยายน 2561 เวลา 14.00 – 15.00 น.

Posted by elixer in cool, 0 comments

Development of a Temperature Monitoring and Alerting System for a Pharmaceutical Refrigerator using Raspberry Pi

by Tassanai Wongjaroenchai Pharm.D. Department of Pharmacy, Pathum Thani Hospital.

เป็นระบบติดตามอุณหภูมิและความชื้นบริเวณที่เก็บยา เหมาะสำหรับโรงพยาบาลที่ไม่มีงบซื้อระบบสำเร็จรูป ได้ทำใช้เอง ด้วยค่าใช้จ่ายไม่มาก

สไลด์นำเสนอระบบ

คู่มือติดตั้งและใช้งาน

ที่มา – เอกสารการประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์การพัฒนาสารสนเทศด้านบริหารเวชภัณฑ์และบริการเภสัชกรรม ปีงบประมาณ 2561

ปล. ถ้าไฟล์ต้นทางหายไปดาวน์โหลดได้ที่ Evernote

Posted by elixer in cool, 0 comments

My Subscription review (2018)

ตั้งใจมานานแล้วว่าจะรีวิว online subscription ของตัวเองว่ามากน้อยแค่ไหน ตัวไหนยังจำเป็นอยู่หรือเปล่า แต่ก็ไม่ได้ทำซักที ล่าสุดพึ่งเสียเงินติดๆ กันกับหลายบริการ เลยคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องรีวิว

  • 1Password บริการเก็บรหัสผ่าน ที่พึ่งเปลี่ยนมาจาก lastpass เลย – 35.88 usd/year
  • iCloud 50 GB สำหรับ Backup ข้อมูลใน iphone – 35 baht/month
  • Google Drive 100 GB สำหรับเก็บไฟล์ที่ใช้ไม่บ่อย – 700 baht/year
  • Office 365 Home Premium สำหรับใช้งานตัวโปรแกรมเป็นหลัก OneDrive นี่แทบไม่ได้ใช้เลย – 2,899 baht/year (แต่ปกติซื้อจาก jib มาใส่ code เพื่อต่ออายุราคาก็แกว่งตั้งแต่ 2000 – 2500 baht)
  • Netflix premium สาธารณูปโภคหลักรองจากน้ำ ไฟ และอินเทอร์เน็ต – 420 baht/month
  • iflix สมัครไว้ก่อนที่ netflixTH จะมา – 1,000 baht/year
  • Spotify premium สำหรับช่วงที่อยากผ่อนคลายหรือสร้างสมาธิ  – 129 baht/month
  • Bear Pro เก็บบันทึกส่วนตัว – 14.99 usd/year
  • Evernote plus เก็บบันทึกเรื่องงานในส่วนที่แชร์ได้ – 400 baht/year (ล่าสุดไม่มี plan นี้แล้วแฮะเหลือแต่ premium กับ business)
  • Lawphin Plus Student สำหรับค้นตัวบทกับฎีกา – 589 baht/year

รวมๆ แล้วก็ปีละหมื่นกว่า แต่ก็ยังโอเคอยู่ เพราะยังจำเป็นต้องใช้ทุกตัว ยกเว้น iflix ที่คิดว่าคงไม่ต่ออายุสมาชิกเพราะแค่ netflix ก็เพียงพอแล้ว

Posted by elixer in cool, 0 comments