elixer

เปิดชมรมโฟโต้

วันนี้ตอนเย็นอุตส่าห์รอเปิดชมรมอย่างใจจดใจจ่อ ขนาดไม่หวังมากกะว่ามีคนมาสมัครเข้าชมรมสัก 20 คนก็พอใจแล้ว ที่ไหนได้ไม่มีซักคน เพราะดันมาเปิดชมรมตรงกับวันปิดห้องเชียร์ ยังดีนะที่ได้ไปพูดแนะนำชมรมให้น้องๆฟัง ไอ้ตัวผมก็ไม่ใช่คนพูดเก่งซะด้วยสิเค้าให้เวลามาตั้งห้านาที่พูดไม่ทันถึงนาทีก็จบแล้ว น้องคงงงว่าพี่คนนี้มาทำอะไรนี่พูดๆแล้วก็ไป ที่เซ็งกว่าคือไม่มีน้องปี 2 3 4 มาสมัครเลยอะดิ ขนาดหลานรหัสที่บอกว่าอยากเข้าชมรมนักหนาวันนี้กลับไม่มาเฉยเลย เลยแก้เซ็งด้วยการไปกินข้าวต้มกับไอ้กวาง ไอ้วี สมาชิกชมรมที่ร่วมทุกข์สุขกับชมรมมาตั้งแต่ปีสาม (เดี๋ยววันหลังจะเขียนเรื่องของไอ้สองคนนี้ให้อ่านครับ)
เซ็งจริงๆเลยเซ็งๆๆๆ เมื่อไหร่จะหาแฟนได้เนี่ย (อ้าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ตรงไหนเนี่ย)

 

ปล. เขียนบล็อกอันนี้เสร็จก็ต้องมานั่งอ่าน PT เรื่อง Diabetes Melitus, UTI, Pneumonia ไว้ไปทำ SOAP NOTE พรุ่งนี้อีก พรุ่งนี้ไม่ได้จ็อกกิ้งตอนเช้าแน่เลย

Posted by elixer in cool, 0 comments

SOAP NOTE มันคือสบู่เหรอ

วันนี้ได้ทำ SOAP อีกแล้วหลังจากไม่ได้ทำมาเดือนกว่าๆ มึนมากเลยขนาดอ่านเตรียมมาบ้างแล้วนะนี่ ยังดีนะที่เคสวันนี้ยังไม่ค่อยยากเท่าไหร่ เพราะอาจารย์ต้องการให้รู้แนวทางการทำ SOAP NOTE, Hospital Course, Discharge Counseling โดยค่อยๆแจก patient chart มาทีละวันเพื่อให้เหมือนกับการไปเก็บเคสทีละวัน (ไม่รู้ถึงคราวไปเก็บจริงๆมันจะได้ chart อ่านง่ายๆแบบที่อาจารย์ให้มามั้ยนี่)

โดยผู้ป่วยมาด้วยอาการของ pneumonia ซึ่งรักษาที่ รพช.ไม่หาย จึงส่งต่อมาที่รพศูนย์. แล้วผู้ป่วยก็เป็น DM อยู่แล้ว รักษาไปได้ไม่กี่วันอาหาร pneumonia ทุเลาลงแต่เกิดการติดเชื้อที่กรวยไต ไอ้ตรงนี้แหละที่เป็นปัญหา เพราะพี่ถามว่าจะให้ amikacin แบบ once daily dose ในผู้ป่วยคนนี้ที่มีภาวะการทำงานของไตบกพร่องอย่างไร ผมก็เปิดปาล์มดูทั้ง drug info ทั้ง sanford2005 ไม่เจอวิธีการปรับช่วงเวลาการให้ยาของ once daily dose เลยอะดิ มันมีแต่ของการให้แบบปกติที่ให้ทุก 8 ชั่วโมง อาจารย์เห็นหาไม่ได้ซักทีก็เลยบอกว่าขว้างปาล์มทิ้งได้แล้วเนี่ย ไปเปิดหนังสือ drug fact 2005 ดีกว่ามั้ง(ฮือฮือเจ็บใจตัวเองมากก็มันหาไม่เจอนี่) ที่ไหนได้ drug fact ก็ไม่มีวิธีปรับช่วงของการให้ยาเหมือนกัน (แล้วไปปาล์มเกือบแพ้หนังสือแล้ว)

สรุปแล้วเลยนึกได้ว่าวิธีการปรับช่วงของการให้ยา amikacin ในผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตบกพร่องมันต้องไปเปิด brown nomogram ดูนี่หว่าซึ่งมันก็อยู่ในหนังสือ CK (Clinical Pharmacokinetic) ซึ่งไม่มีใครเอามาแน่อาจารย์ก็เลยเฉลยแล้วยอมให้ผ่านตรงนี้ไป (เลยคิดไว้ว่าต้องเอาข้อมูลยาที่ต้องทำ TDM มาใส่ไว้ในปาล์มให้ได้คราวหลังจะได้ไม่พลาดอีก)
ตอนแรกคิดว่าเคสเดียวไม่น่าจะทำเกิน 3 ชั่วโมง ที่ไหนได้กว่าจะเสร็จปาไปเที่ยงครึ่ง แต่ก็ยังโชคดีกว่าบางกลุ่มเพราะทำกันไม่เสร็จแล้วต้องนัดมาทำต่อวันอื่นอีก ตอนบ่ายก็มานั่งฟังนำเสนอฝึกงานที่ตกค้างมาจากเดือนที่แล้ว ซึ่งรู้สึกว่ามีคนสนใจน้อยกว่าครั้งที่แล้ว สงสัยเป็นเพราะเลยฝึกงานมาได้พักหนึ่งแล้วมั้ง ส่วนตัวผมก็หลับยาวจนนำเสนอกันเสร็จนะแหละ ก็มันเพลียนี่นอนตั้งเกือบตีสอง แล้วต้องตื่นตอน 6 โมงมาอ่านหนังสือ ตอนเช้าก็ต้องใช้สมองทำ SOAP อย่างหนัก บ่ายก็เลยสลบซะเลย
นำเสนอฝึกงานจบแล้วก็ต้องมานำเสนอแบบฟอร์มบันทึกข้อมูลผู้ป่วยบนหอผู้ป่วย กับ คำถามที่จะใช้เพื่อหาข้อมูลการใช้ยาจากผู้ป่วยอีก ยังดีนะที่สุ่มนำเสนอแค่ 5 คน (ซึ่งผมก็รอดมาได้แบบหวุดหวิดอาจารย์เรียกเลยไปแค่รหัสเดียว) กว่าจะเสร็จก็ปาไปเกือบสี่โมงครึ่ง
ยังไม่จบนะวันนี้ ต้องเอาไอ้ที่ทำเมื่อเช้ามาเรียบเรียงใหม่เพื่อส่งอีก ทำกันจนทุ่มครึ่งจนทุกคนหิวข้าวกันแล้วจึงเลิกทำ สรุปแล้วทำตั้งนานได้แค่ SOAP สามปัญหาเสร็จ แต่ยังไม่ได้ทำ Hospital Course กับ Discharge Counseling เลยต้องนัดมาทำกันวันอาทิตย์อีก
วันนี้เหนื่อยจังเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

Update: ตอนนี้ Sanford 2010 มันมีตารางปรับยาที่ต้องการแล้ว

Posted by elixer in cool, 0 comments

Pharmacy practice in Thailand

Pharmacy practice in Thailand
Raymond C. Chan and Pui Ling (Amy) Ching 
เข้าไปอ่าน fulltext ที่นี่ครับ
http://www.ajhp.org/cgi/content/full/62/13/1408

ส่วนอันนี้ตัดมาแค่สรุปครับ

Thai drug manufacturing practices are still far from meeting international standards. Drug compounding is mostly conducted in regional and general hospital pharmacies, which differs from the practices of many other countries. Career opportunities for pharmacists are limited in Thailand, and those seeking jobs as clinical pharmacists face fierce competition. Opportunities for pharmacists in the pharmaceutical industry are plentiful, and the number may increase as local drug companies develop research and development functions to gain a competitive advantage over foreign drug firms.

อ่านดูแล้วรู้สึกว่าภาพรวมของวงการเภสัชกรรมไทยในสายตาฝรั่งนี่ไม่ค่อยดีเลยครับ

Posted by elixer in cool, 0 comments