I am neither red nor yellow but I am thai


[picture from pantip.com]

หลังจากโดนผลกระทบจากฝั่งเหลืองไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ล่าสุดโดนจากฝั่งแดงบ้างเริ่มจากวันที่ 9 วันที่ปิดถนนรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทำให้การเดินทางโดย MRT ของผมจากเดิมที่คนก็เยอะอยู่แล้ว ต้องเยอะมากขึ้นไปอีก (ต้องต่อแถวซื้อเหรียญนานกว่า 15 นาที)

วันที่ 10 ก่อนจะกลับชลบุรีก็ภาวนาไว้แล้วว่าอย่ามาปิดทางกลับบ้านผมเลย ออกจากสุขุมวิท 20 มาได้แปปนึงก็เจอการปิดแยกสุขุมวิท 71 ทั้งสองฝั่ง ทำให้คนที่รู้เส้นทางในกรุงเทพน้อยนิดอย่างผม ต้องวิ่งกลับไปเอกมัยไปออกมอเตอร์เวย์เพื่อกลับบ้าน (ยังดีเป็นช่วงมอเตอร์เวย์ยกเว้นค่าธรรมเนียมพอดี เลยอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย)

วันที่ 11 หลังจากเกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเหลืองกับน้ำเงิน มีคนเจ็บหลายคน คณะของรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขมาที่โรงพยาบาลผมด้วย ตอนแรกนึกว่างานจะเข้าคนเจ็บเทมาที่โรงพยาบาลผม ที่ไหนได้วันนี้ไปไม่เจอสักราย เพราะแบ็คของเสื้อแดงเค้าส่งคนเจ็บไปรักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในพัทยาหมด โรงพยาบาลผมเลยรอดไป (ไม่ได้กลัวคนไข้เยอะ เพราะเยอะเป็นปกติอยู่แล้ว แต่กลัวมาตีกันที่โรงพยาบาลมากกว่า)

แต่ในโชคร้ายก็มีโชคดี(หรือเปล่า) เพราะเมื่อวานมีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่เมืองพัทยา และจ.ชลบุรี ทำให้ผมที่เป็นข้าราชการในพื้นที่ได้อายุราชการเพิ่มขึ้น 2 เท่า เพิ่มมาอีก 1 วันน่าดีใจจังเลย (ไม่แน่ใจว่าช่วงสั้นๆ แบบนี้เค้าจะให้จริงหรือเปล่า แต่พี่ในโรงพยาบาลเค้าคุยเล่นกันขำๆ)

แต่ยังไงก็ตามผมเป็นคนไทย ไม่ได้เป็นเผ่าพันธ์เสื้อมีสีครับ

Facebook Comments