Government corporation


[ภาพโดย noodlepie]

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องทำบะหมี่ และประชาชนชอบทานบะหมี่ จนรัฐบาลต้องจัดตั้งรัฐวิสาหกิจสำหรับจัดทำเส้นบะหมี่ และเครื่องปรุงมีชื่อว่า การบะหมี่แห่งสารขัณฑ์ (กบมส.)

องค์กรนี้มีหน้าที่ผลิตเส้นบะหมี่ และเครื่องปรุง จำหน่ายให้กับร้านบะหมี่ทั้งของรัฐ และของเอกชน ด้วยความที่ประชาชนชอบทานบะหมี่ทำให้ร้านของรัฐมีเป็นจำนวนมาก จึงได้เกิดบริษํทเอกชนมากมายทั้งในประเทศ และต่างประเทศมาทำเส้นบะหมี่ขายแข่งกับ กบมส. 

ด้วยความที่ กบมส. เป็นของรัฐ รัฐบาลจึงได้มีการออกระเบียบให้ร้านบะหมี่ของรัฐสั่งซื้อเส้นบะหมี่จาก กบมส. เป็นหลักถึงแม้ว่าจะมีเอกชนทำเส้นบะหมี่แบบเดียวกันออกมาขายในราคาที่ต่ำกว่าก็ตาม นอกจากนี้เส้นบะหมี่ของ กบมส. ยังมีแนวโน้มที่จะผ่านการตรวจสอบคุณภาพได้ง่ายกว่าเอกชนอีกด้วย ทำให้ผู้เล่นในตลาดเส้นบะหมี่ระดับเดียวกับ กบมส. ไม่สามารถแข่งขันกันด้วยราคา และคุณภาพ ต้องมาแข่งกันด้วยของแถม ว่าใครจะแถมมากน้อยกว่ากันแทน ซึ่งประโยชน์ไปตกกับคนซื้อเส้นบะหมี่ ไม่ใช่คนกินบะหมี่ แล้วประชาชนรายได้น้อย ก็ต้องกินบะหมี่ที่ไม่รู้ว่าคุณภาพ เทียบเท่ากับของเอกชนจริงหรือเปล่าต่อไป เพราะร้านบะหมี่ของเอกชนใช้เส้นบะหมี่คุณภาพสูง แต่ราคาก็สูงตามไปด้วย

อ่านเรื่องนี้จบแล้ว คุณคิดว่ารัฐบาลในเรื่องนี้ทำผิดอย่างไรครับ

หมายเหตุ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคล สมาคม และองค์กรใดๆ ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

Facebook Comments

4 comments

บริษัทบะหมี่เอกชน เค้าจะแบ่งบะหมี่เป็น 2 เกรดครับ
เกรดที่ขายให้กับร้านบะหมี่ของรัฐก็จะเป็นแบบนึง
เกรดที่ขายให้กับร้านบะหมี่เอกชนก็เป็นแบบนึง
ที่จริงตอนทำบะหมี่เค้าจะทำเหมือนกัน ออกจากเครื่องจักร์เดียวกัน
แต่อันที่ผ่านสเป็ค QC ละเอียด ความสม่ำเสมอดี จะขายให้ร้านบะหมี่เอกชนก่อน
อันที่ไม่ผ่าน ต้องเอาไปผลิตซ้ำ หรืออันที่ไม่ค่อยตรวจสเป็ค
หรือขนาดเส้นบะหมี่ไม่ค่อยเสมอกัน ก็จะเอาไปขายให้ร้านบะหมี่รัฐ
เพราะถ้าทำบะหมี่คุณภาพเดียวกัน ราคาจะสูงมาก จนขายให้ร้านบะหมี่ของรัฐไม่ได้

ตอบได้เพราะเคยอยู่บริษัทบะหมี่มาหลายแห่งล่ะ ทั้งงานขาย ทั้งงานผลิต

เมื่อไหร่ที่เลิกระเบียบบังคับซื้อบะหมี่จากองค์กรบะหมี่
หันมาควบคุมคุณภาพ ต่อราคาบะหมี่แทน
เมื่อนั้นแหละคนกินบะหมี่จะได้ประโยชน์

OldDevil : โอ้ขอบคุณความรู้ใหม่ ถึงว่าบะหมี่บางแบบลูกค้าถึงชอบบ่นว่ากินแล้วไม่ค่อยอิ่ม ที่แท้เป็นเส้นคนละเกรดนี่เอง
ที่น่าโมโหอีกอย่างคือแทนที่เงินมันจะหมุนเข้ากระเป๋ารัฐบาล กลับไปเข้ากระเป๋ากรรมการบริหาร ที่ไม่ค่อยได้ช่วยองค์กร แต่กลับชุบมือเปิบซะงั้น

ขายบะหมี่ให้ร้านบะหมี่ของรัฐบางแห่งนี่ก็ ขายย้ากกก ยากกก นะครับ

ปกติคือเก็บเงินเต็ม ร้านบะหมี่ก็เบิกจากรัดตะบานเต็ม
แล้วบริษัทบะหมี่ก็ตีเช็ค 5% เข้ามูลนิธิบะหมี่ประจำจังหวัด หรือเข้าบัญชีลับของร้าน
(ไม่เป็นไร ผมบวกไว้ในราคาบะหมี่แล้ว)

อาจจะดีในเจตนาว่าจะเอาไปช่วยคนที่ไม่มีตังค์ซื้อบะหมี่กิน
แต่มันไม่สามารถตรวจสอบการใช้เงินได้ ว่าเงินไหลไปที่ไหนบ้าง เพราะมันเป็นบัญชีลับ
และเท่าที่เห็นมาหลายๆ ร้าน มักจะไหลเข้าบัญชีผู้บริหารเสียมากกว่า

บางร้านโหดกว่านั้นอีก โดยเฉพาะในค่ายตาหาน
ก่อนจะเอาไปขาย ต้องจ่ายสามหมื่น ห้าหมื่นเข้าบัญชีส่วนตัวเจ้าของร้านก่อน
พอได้ขายก็จ่าย 5% ให้ร้าน
ยังต้องจ่ายส่วนแบ่งเข้าบัญชีให้คนสั่งบะหมี่ คนซื้อบะหมี่ กับเจ้าของร้าน ด้วย
ถึงหน้าเทศกาลก็ต้องมีของขวัญหลักหมื่นให้อีก ไม่งั้นอดขาย
(ไม่เป็นไร ผมบวกราคาไว้ในค่าบะหมี่อยู่แล้ว)

งบประมาณการขายและการตลาด ของบะหมี่สูตรเก่าๆ ที่ไม่โปรโมทอะไร
บริษัทผมก็ยังตั้งไว้ 10% ของยอดขายเชียว
ในขณะที่สูตรใหม่ๆ โฆษณาเยอะๆ ก็ตั้งไว้แค่ 15% เท่านั้น

แสดงว่าเปอร์เซนต์ใต้โต๊ะ พวกนี้สูงกว่าค่าโฆษณาบนโต๊ะเยอะมาก

ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ครับ น่าจะมีคนเขียนหนังสือเปิดโปงเหมือนที่เคยเปิดโปงบริษัทหมี่ข้ามชาตินะครับ ผมว่าฝั่งร้านหมี่ไปๆ มาๆ นี่เป็นต้นตอความเลวร้ายของระบบเลยนะนี่