Sweet diary #1

ย้อนกลับไปสัปดาห์ที่แล้ว
1/12/51: หลังจากป่วยนานเป็นสัปดาห์ถึงจะหาย บวกกลับเริ่มมีอาการบ่งชี้บางอย่างของโรคประจำตัว เลยเกิดความสงสัย จึงเดินไปขอหมอให้สั่งเจาะน้ำตาลในเลือดให้ปรากฎว่าเท่ากับ 437 mg/dl โอ้ช่างสูงมากมาย แต่การเจาะน้ำตาลแบบนี้ (Random blood sugar;RBS) ใช้บ่งชี้ภาวะของโรคเลยไม่ได้ หมอเลยนัดมาเจาะน้ำตาลหลังอดอาหารในวันรุ่งขึ้น (Fasting blood sugar;FBS)

2/12/51: หลังจากอดอาหารมากว่า 12 ชั่วโมง และรอคอยผลการตรวจเลือดอีกชั่วโมงกว่าๆ ก็ได้ค่าน้ำตาลในเลือดออกมาเท่ากับ 238 mg/dl ดูดีกว่าเมื่อวาน แต่ในความเป็นจริงแล้วค่อนข้างแย่ เพราะค่าปกติของ FBS คือ 80 – 120 mg/dl เมื่อดูค่า HbA1C = 8.7 (ค่าปกติ น้อยกว่า 7) ประกอบ จึงสรุปได้ว่าการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วยการควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียว ที่ผมทำมากว่า 2 ปี ไม่ได้ผลแล้ว

ปรึกษากับหมอ สรุปได้ว่าผมคงต้องเริ่มกินยาใหม่อีกครั้ง พร้อมกับควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเริ่มแรกให้กินยาแค่ตัวเดียวในขนาดต่ำสุดก่อน อีก 1 อาทิตย์ค่อยมาดูกันอีกที

3 – 8/12/51: ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา กินยาสม่ำเสมอ กินอาหารได้ตามแผน ยกเว้นตอนขับรถกลับบ้านที่ต้องกินกาแฟเพื่อให้สามารถขับรถได้ถึงที่หมาย ซึ่งผมไม่ได้ชงกาแฟใส่น้ำตาลเทียมไว้ เลยต้องกินกาแฟสำเร็จรูปที่น้ำตาลค่อนข้างสูง กับตอนกลับบ้านที่กินข้าวหลัง 1 ทุ่มไปครั้งนึง เพราะติดธุระ ขนมตลอดสัปดาห์คือ ขนมปังธัญพืช กับนมพร่องมันเนย กินกันให้เบื่อไปเลย

9/12/51: ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง FBS ผมลดลงเหลือ 163 mg/dl ถึงแม้จะยังสูงกว่าเป้าหมายแต่ก็ถือว่าลดลงได้มาก แต่ข่าวร้ายคือ ไขมันในเลือดผมกลับสูงกว่าปกติ (LDL = 146 mg/dl) เนื่องจากผมใช้เป้าหมายของคนเป็น DM (LDL < 100 mg/dl) ซึ่งต่ำเตี้ยมาก ถ้าใช้เป้าหมายของคนทั่วไปก็ไม่ผิดปกติแล้ว ก็เลยต้องเพิ่มเงื่อนไขในการกินอาหารมาอีกอย่างคือ ลดอาหารที่มีไขมันสูงอย่างเช่น อาหารทะเล ส่วน Triglyceride กลับกันต่ำกว่าเป้าหมาย เพราะผมคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี เลยเหลือภารกิจอีกอย่างคือ ต้องเพิ่ม HDL (ไขมันดี) ที่มันเท่ากับ 55 mg/dl ให้สูงขึ้นมาดัน LDL ให้ต่ำลง ซึ่งที่เป็นอยู่ก็ปกติแล้ว (40 - 60 mg/dl) แต่มันสามารถเพิ่มได้อีกเยอะด้วยการออกกำลังกาย สรุปแล้วภารกิจใหม่ของปีหน้าคือ ควบคุมระดับน้ำตาลให้ปกติ จนไม่ต้องใช้ยาอีกครั้ง และป้องกันไม่ให้มีโรคประจำตัวเพิ่ม ปล. บทความนี่เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค เพราะ DM ที่ผมเป็นมันไม่ใช่ชนิดที่คนปกติทั่วไปเป็นกันนะครับ

Facebook Comments