One Drug Many Indications

ยาไม่ใช่ OTOP จึงไม่จำเป็นต้อง One Drug One Indications เพราะยาแต่ละตัวล้วนมีข้อบ่งใช้มากกว่า 1 อย่าง ได้อ่านบล็อกเรื่อง หมอให้ยาผิด…..หรือเปล่า ของหมอแมวทำให้นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้

ด้วยความที่ยามันมีหลายข้อบ่งใช้ จะให้ใส่มันไปทั้งหมดในฉลากยา ซองยาคงจะติดลมบน (เพราะมีฉลากยายาวเป็นหางว่าว) โรงพยาบาลส่วนใหญ่จึงเลือกใส่ข้อบ่งใช้ที่ใช้มากที่สุดหนึ่งถึงสองอย่างแทน และเลือกไม่ใส่ข้อบ่งใช้เลย กับยาที่ใ้ช้รักษาอาการที่ผู้ป่วยไม่ต้องการให้คนอื่นรู้

ดังนั้นด้วยสิทธิ์ของผู้ป่วย หรือผู้บริโภคยา และการรักษา คุณสงสัยอะไรก็ควรถามผู้เกี่ยวข้องอย่างแพทย์ และเภสัชกรให้มากที่สุด ไม่ต้องเสียเวลาคิด keyword ไม่ต้องเปิดคอมให้เปลืองไฟ ใช้ความกล้าสักเล็กน้อย (หรือเปล่า) ถามให้หายสงสัย ก่อนที่จะก้าวขาออกจากโรงพยาบาล คุณจะได้กินยาอย่างสบายใจ ถ้าเจอแพทย์หรือเภสัชกรไม่ให้ความร่วมมือ แถมว่าคุณกลับ ก็ให้คิดซะว่าวันนี้คุณโชคดีมีเรื่องมาเขียนบล็อก หรือโพสในบอร์ดตั้งหนึ่งเรื่อง

ไหนๆ หมอแมวก็ยกตัวอย่างยาที่แพทย์มักเจอผู้ป่วยเข้าใจผิดแล้ว เภสัชกรอย่างผมจะไม่ยกตัวอย่างที่เภสัชกรเจอบ้างก็กระไรอยู่ เอาไปอีก 10 ตัวอย่างแล้วกันครับ

1. Ranitidine ยายับยั้งการหลั่งกรดกลุ่ม Histamine 2 antagonist ด้วยความที่มันบล็อก histamine receptor ได้ แพทย์จึงมักสั่งใช้ยานี้ในคนไข้ที่มาด้วยอาการผื่นแพ้ คัน โดยสั่งใช้ร่วมกับยา anti histamine หรือเสตียรอยด์
หลายครั้งที่คนไข้อ่านฉลากยาแล้วงงๆ ว่าตัวเองไม่ได้เป็นโรคกระเพาะนี่ จะให้ยาลดกรดมาทำไม ซึ่งเจอบ่อยมาก ถ้าไม่อธิบายตอนจ่ายยาให้ดี

2. Furosemide และ Hydrochlorothiazide ยาลดความดันโลหิตกลุ่มยาขับปัสสาวะ ด้วยฤทธิ์ของมันที่ช่วยขับน้ำที่คั่งอยู่ในร่างกายได้ดี ในบางเคสที่มีอาการบวมน้ำ จากการใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่เสตียรอยด์ (NSAIDs) เป็นระยะเวลานานๆ หรือจากสาเหตุอื่น แพทย์อาจจะสั่งใช้ยานี้ เพื่อช่วยขับน้ำที่คั่งออกมา เพราะฉะนั้นไม่ต้องตกใจไป ถ้าได้ยาลดความดันโลหิตมา ทั้งที่ไม่ได้เป็นโรคความดันโลหิตสูงครับ

3. ยาจิตเวช หรือยารักษาอาการผิดปกติทางจิตประสาทบางตัว นอกจากใช้รักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางจิตประสาทแล้ว มันยังใช้รักษาอาการปลายมือ ปลายเท้าสั่น อาการอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาการทางจิตได้ ดังนั้นไม่ต้องตกใจไปถ้าคุณเอาชื่อยาที่คุณทานยาอยู่ ไปถามคนอื่นหรือค้นจากอินเทอร์เน็ต แล้วพบว่ามันเป็นยาจิตเวช

4. ยาป้ายตา ที่ปกติเอาไว้ป้ายตาฆ่าเชื้อ แต่บางทีแพทย์ก็สั่งให้ใช้ป้ายแผลที่แขน ขา เพราะมันสามารถฆ่าเชื้อที่ผิวหนังบางชนิดได้เหมือนกับยาสำหรับป้ายแผล โรงพยาบาลขนาดเล็กหลายแห่งจึงเลือกที่จะมียาป้ายตาอย่างเดียว แทนที่จะมีทั้งสองแบบ เพราะกรอบรายการยาที่จำกัด จึงต้องเลือกเอาแต่ยาที่จำเป็นมาใว้ก่อน

5. ยาหยอดตา ทำไมไม่ให้หยอดตา แต่กลับเอามาให้หยอดหู เพราะมันมีฤทธิ์เหมือนกับยาหยอดหูไงครับ ต่างกันที่มันถูกปรับ pH ให้เหมาะสมกับตาเพื่อไม่ให้ระคายเคืองดวงตา ซึ่งหูไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ ด้วยเหตุผลเดียวกับข้อ 4 ยาหนึ่งรายการใช้ได้สองจุดย่อมเหมาะสมกับรายการยาที่มีได้จำกัดอยู่แล้ว แต่กลับกันอย่าคิดเอายาหยอดหูมาหยอดตาเชียวนะ ได้ตาบวมเป็นลูกกอล์ฟแน่ เพราะมันไม่ได้ปรับ pH ให้เหมาะสมกับตา เผลอหยอดไป เคืองครับ

6. Ibuprofen Syrup สำหรับลดไข้สูง แต่ลูกไม่ได้มีไข้สูง เลยไม่กล้ากิน
ปัญหานี้ผมพบบ่อยในคุณพ่อ คุณแม่ขี้สงสัยมารับยาให้ลูก (ซึ่งดีครับ ผมส่งเสริม)
เนื่องจากยานี้ในผู้ใหญ่จะใช้แก้ปวด ลดอาการอักเสบกล้ามเนื้อ จึงไม่มีปัญหา แต่ในเด็กจะระบุว่าสำหรับลดไข้สูง เพราะยานี้มักใช้เพื่อลดไข้ที่สูงเกินกว่าจะลดด้วยยาพาราเซตามอลได้ดี แต่ยาก็ใช้ในการแก้ปวด ลดการอักเสบกล้ามเนื้อได้เหมือนกับผู้ใหญ่ ดังนั้นไม่ต้องสงสัยถ้าลูกคุณปวดกล้ามเนื้อมา แล้วได้ยานี้ไปครับ

7. Pseudoephedrine ยาแก้คัดจมูก แต่บางทีก็ใช้เพื่อแก้หูอื้อ ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่มันก็มีปัญหา เพราะยานี้มักผสมรวมอยู่กับยาลดน้ำมูก บางคนอาจจะงงว่าไม่ได้มีน้ำมูกซะหน่อย จะให้ยาลดน้ำมูกมาทำไม ก็ขอให้เข้าใจว่ามันบรรเทาอาการหูอื้อได้ครับ

8. Terbutaline ยาขนาดหลอดลม สำหรับผู้ป่วยโรคหืด (หอบเป็นอาการหนึ่งของโรค) แต่ในคนท้องมันมีฤทธิ์ลดการบีบตัวของมดลูก ลดความเสี่ยงของการแท้งได้ อันนี้ผู้ป่วยไม่ค่อยงง เพราะหมอสูติที่สั่งใช้ยานี้ มักจะอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจแล้ว แต่เภสัชกรมือใหม่กลับไปอธิบายว่ามันเป็นยาขยายหลอดลม คนไข้จากที่เข้าใจเลยกลายเป็นสงสัยซะงั้น

9. Valproic acid ยากันชัก หรือยาควมคุมไม่ให้เกิดอาการชัก ที่ในปัจจุบันมีการนำมาใช้ป้องกันอาการปวดหัวไมเกรนมากขึ้น ถ้าปวดหัวแล้วได้ยานี้ไป ทั้งที่ไม่ได้เป็นโรคลมชักก็ไม่ต้องตกใจไปนะครับ แพทย์ไม่ได้ยัดเยียดโรคลมชักให้คุณหรอก

10. Domperidone ยาแก้คลื่นไส้ อาเจียน ที่กลไกการออกฤทธิ์ของมันคือการกระตุ้นให้ทางเดินอาหาร มีการเคลื่อนไหวมากขึ้น ตามชื่อกลุ่มยา prokinetic drug ดังนั้นในคนที่ไม่ได้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน แต่มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้อง บลาๆ ๆ ๆที่เกิดจากทางเดินอาหารเคลื่อนไหวน้อยลง แพทย์มักจะสั่งยานี้เพื่อช่วยให้ทางเดินอาหารมันทำงานดีขึ้นครับ ดังนั้นไม่รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน ก็กินยานี้ได้ครับ

จริงๆ แล้วนอกจากความหลากหลายของข้อบ่งใช้แล้ว ยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่พบได้เหมือนกันคือ ใช้ในข้อบ่งใช้ที่ไม่มีการรับรอง แต่มีการศึกษาวิจัยบางอัน ที่ทดลองแล้วได้ผล หรืิิอ unlabeled use ซึ่งอันนี้แม้กระทั่งบุคลากรทางการแพทย์ด้วยกัน แต่ไม่ได้ศึกษาเรื่องนั้นมากพอ ก็อาจจะไม่รู้เหมือนกัน ผมจึงเ้น้นย้ำว่าสงสัยอะไรให้ถามเลยครับ โดยเฉพาะ unlabeled use ถ้าไม่ถามผู้สั่งใช้ แต่ไปถามคนอื่น อาจจะได้เรื่องเข้าใจผิดมาอีกมากมายครับ

Facebook Comments