Pharmacist and risk at work

แสดงความเห็น: จากการศึกษาที่ยกมา จะเห็นว่า งานที่เกี่ยวข้องกับยาเคมีบำบัด เป็นงานที่เสี่ยงต่อสุขภาพอนามัย แต่ก็ขอตั้งประเด็นเพื่อนำไปประกอบการพินิจพิจารณาของผู้ที่ต้องมาทำงานด้าน นี้

(1) ถึงแม้ท่านไม่ทำงานด้านเคมีบำบัด ท่านคิดว่าท่านมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินกับการอยู่ในประเทศนี้แล้ว หรือ ไม่แน่ว่าจะโดนลูกหลงนักเรียนช่างกลหรือไม่ก็ไม่รู้ (ถ้าท่านอยู่ในประเทศนี้ได้ ยังมีอะไรให้ท่านกลัว)

(2) สำหรับท่านที่อยู่ในเมืองหลวง แต่ละวันที่ท่านอยู่บนท้องถนนท่าน ตราบเท่าที่ท่านมีชีวิตอยู่มาจนปัจจุบัน ท่านได้รับ CO รวมถึง Pb ไปมากน้อยเท่าไร ทำไมชีวิตของท่านยังคงอยู่ได้ (ยังมีอะไรให้ท่านกลัว)

(3) ตลอดเวลาที่ท่านเรียนวิชาเภสัชศาสตร์มา 5 ปี ท่านทราบหรือไม่ว่าท่าน expose กับสารเคมีที่เป็นพิษ carinogenic agent, organic solvent, Cl2, Br2 มามากน้อยเท่าไร ทั้งสัมผัส ทั้งสูดดม และกินเข้าปากในจำนวนมากมาก (ในขณะที่ท่านล้างเครื่องมือ) ท่านยังอยู่รอดมาได้ (ยังมีอะไรให้ท่านกลัว)

(4) มีอาชีพอะไรบ้างในโลกที่ไม่เสี่ยง ทหาร ตำรวจ หรือแม้เต่เพื่อนเภสัชกรใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เสี่ยงต่อการวางระเบิด เภสัชกรที่ทำงานวิเคราะห์ก็เสี่ยงกับสารเคมี เภสัชกรที่ทำงานการตลาดก็เสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ รถชน เภสัชกรที่จ่ายยา ที่ให้คำแนะนำยาแก่ผู้ป่วยติดเชื้อก็เสี่ยง เภสัชกรฝ่ายจัดซื้อก็เสี่ยง (เสี่ยงต่ออาหารเป็นพิษ) (ยังมีอะไรให้ท่านกลัว)

(5) การที่เราได้รับสารพิษตัวใดตัวหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นโรคมะเร็งทันที (มิเช่นนั้นเราคงต้องสร้างบ้านที่เป็น negative pressure clean room อยู่เป็นแน่ เพราะในบรรยากาศบ้านเรามีสารที่ก่อมะเร็ง เช่น Dioxin อยู่ไม่น้อย) การเกิดมะเร็งยัต้องมีปัจจัยร่วมอย่างอื่นอีก (เรื่องนี้ต้องพูดยาว)

เมื่อ 18 ปีที่แล้ว ผมเป็นรับหน้าที่ทำร่าง “คู่มือการทำความสะอาดและการทำลายเชื้อในโรงพยาบาล” ผมมีโอกาสได้เห็นการทำงานตั้งแต่ระดับหัวหน้าหอผู้ป่วย พยาบาล จนไปถึง ระดับคนงาน คนเหล่านี้ทำงานที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง และ “ความไม่รู้” หลายคนเป็น Acute Hepatitis หลายคน เป็น Chronic Hepatitis บางคน 3 วันดี 4 วันไข้ โดยเฉพาะคนงานล้างเครื่องมือโดยปราศจากการป้องกัน เราจึงกำหนดข้อแนะนำวิธี ปฏิบัติ รวมทั้งหาเครื่องป้องกัน เช่น รองเท้าบูท ถุงมือ ผ้ายางกันเปื้อน ผ้าแมสค์ ผลปรากฏว่าอัตราการเจ็บป่วยลดลง

ที่ยกตัวอย่างมาตรงนี้เพื่อให้เข้าใจ บางคนทำงานเสี่ยง แต่ไม่รู้ ไม่เข้าใจ และขาดความตระหนักว่าเสี่ยง ทำให้ไม่กลัว

– ท่านรู้หรือไม่ว่า Endoxan Tablet, Purinethol Tablet เป็นยาเคมีบำบัด ท่านกลัวหรือไม่ในขณะนับยา ตรวจสอบยา (ตอนนี้ไม่หนาว เพราะไม่รู้ ไม่ alert)

– ท่านรู้หรือไม่ มีการตรวจพบตัวยาเคมีบำบัดไม่ว่าจะเป็น Etoposide, Ifosfamide, 5-FU, Cyclophosphamide, Doxorubicin, Doxetaxel มีการปนเปื้อนยู่ทีนอกขวดยา (vial) (J Oncol Pharm Practice,2003) (ตอนนี้ไม่หนาว เพราะไม่รู้)

(อย่าให้เภสัชกรจ่ายยารู้ว่าเสี่ยงนะ ประเดี๋ยวจะขอมาเตรียมยาเคมีบำบัดกันหมด)

ที่เขียนมายืดยาว ไม่มีความประสงค์จะยียวน กวนใจ ให่เป็นที่หมั่นไส้ แต่อยากให้มีมุมมองหลายด้าน และอยากจะ”ย้ำ” ว่า การที่เราได้ทำงานในสิ่งงานที่เรารู้ว่าเสี่ยงนั้นเป็นความโชคดีอย่างมหาศาล เพราะจะรู้วิธีป้องกัน แก้ไขเชื่อว่าด้วยสติปัญญาและความเป็นมนุษย์ของเราท่านสามารถ “จัดการ” (บริหาร) ความเสี่ยงเหล่านั้นได้ ไม่ยาก

ตัดมาจากคำตอบของ ภก.เจษฎา นพวิญญูวงศ์ ในกระทู้เรื่อง อยากทราบอัตราความเสี่ยงใ

Facebook Comments

2 comments

ภก.เจษฎา นพวิญญูวงศ์

บังเอิญพลัดหลงเข้ามา และได้พบความเห็นที่เคยแสดงไว้ในเว็ปไซด์ของสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล

ต้องขอขอบคุณท่านเจ้าของเว็ปที่กรุณานำความเห็นมาเผยแพร่ ปัจจุบันเป็นที่น่ายินดีว่าเภสัชกรส่วนใหญ่มีทัศนคติต่องานเตรียมยาเคมีบำบัดในทางที่ดี และทำงานด้านเตรียมยาเคมีบำบัดมากขึ้น

จากข้อความในวงเล็บ …(เคยทำไปแล้ว 3 สัปดาห์ตอนฝึกงาน บรึ๊ย)… ทำให้อดแสดงความเห็นเพิ่มเติมไม่ได้

ความเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยในการเตรียมยาเคมีบำบัด เกิดจาก 3 ปัจจัย คือ (1) ต้องมีละอองยาเคมีบำบัด (2) ต้องมีการแพร่เข้าสู่ร่างกาย ทางปาก ทางจมูก และ สัมผัส (3) สภาพแวดล้อมการเตรียมยา

ตู้เตรียมยาและชุดป้องกันที่ลงทุนนั้น ความจริงแล้วช่วยป้องกันได้ประมาณ 20% ส่วนอีก 80% ขึ้นอยู่กับตัวผู้ปฏิบัติงาน ได้แก่ สุขภาพ สุขอนามัย และ ทักษะ ความชำนาญของการผสมยา ซึ่งต้องผ่านการฝึกฝน และประเมินก่อนที่เข้าปฏิบัติงานจริง ละอองยาเกิดขึ้นจากการกระทำของ “ผู้ปฏิบัติงาน”

สำหรับที่ รพ. เภสัชกรใหม่ (หรือนักศึกษาฝึกงาน) ต้องฝึกการใช้ syringe เข็ม การดูดยาจาก ampoule, vial ประมาณ 3-4 สัปดาห์ และต้องผ่านการประเมินก่อนเตรียมยา เพราะไม่ต้องการให้ผู้ป่วยต้องเสี่ยงกับการรับยาจากผู้เตรียมยาที่ไม่มีความชำนาญ

และที่สำคัญคือ ต้องป้องกันผู้เตรียมยาจากความไม่พร้อม ผู้ที่ขาดทักษะและความชำนาญทำให้เกิดละอองยาหรือการหกของยาได้ง่าย ทำให้ผู้เตรียม (นักศึกษาฝึกงาน) ขาดความมั่นใจ เกิดความกลัวและเกิด bad impression บางคนถึงขั้นหันหลังให้งานเตรียมยาเคมีบำบัดไปเลย

Rachanont

ขอบคุณครับ ที่เข้ามาแนะนำ ตอนนี้ผมยังฝันว่าจะได้เตรียมอีก แต่คงอีกนานกว่าจะมีโอกาสครับ (ตอนนี้ทำงานในโรงพยาบาลชุมชน)