Paracetamol

ได้อ่านบล็อกเรื่อง Paracetamol ยาสามัญประจำบ้าน ของหมอ X แล้วเกิดคันมืออยากเขียนถึงยาตัวนี้บ้าง เพราะยาที่แสนจะธรรมดา และถูกพูดถึงเวลาไม่พอใจโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นประจำ (โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เดิม)

30 บาทรักษาทุกโรค ไปหากี่ทีก็ได้แต่ยาพารา

มีอะไรที่น่าสนใจตั้งหลายอย่าง จนคุณคาดไม่ถึง

เริ่มจากยาต้นตำรับ (original drug) คือ Tylenol ซึ่งเป็นยา paracetamol ตัวแรกของโลก ส่วนยาที่ทำออกมาที่หลังเรียกว่ายาชื่อสามัญ (generic drug) หรือยา copy นั่นเอง เช่น ซาร่า หรือยาพาราองค์การเภสัชกรรม เป็นต้น

สรรพคุณการรักษาก็รู้ๆ กันอยู่ว่า แก้ปวด กับลดไข้ ไม่มีอะไรพิเศษไปกว่านี้

ขนาดการใช้ยาก็ 10 – 15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อครั้ง ให้ห่างกันทุก 4 – 6 ชั่วโมง ถ้าผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องการทำงานของไต ก็เพิ่มระยะห่างของการให้ยาออกเป็นทุก 6 – 8 ชั่วโมง ส่วนผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการทำงานของตับ ก็ลดขนาดยาลง และใช้ยาเป็นระยะเวลาสั้นๆ

จากขนาดการใช้นี้ทำให้ผู้ป่วยน้ำหนักตัวประมาณ 30 – 80 กิโลกรัม ได้รับยาเพียงครั้งละ 1 – 2 เม็ดก็เพียงพอแล้ว ทานมากไปกว่านี้ ก็ไม่ได้ฤทธิ์ในการแก้ปวดเพิ่มขึ้นมา นอกจากทำให้ตับต้องทำงานหนักขึ้น เพราะฉะนั้นการกินยาครั้งละ 5 – 6 เม็ด เพราะคิดว่าจะทำให้หายปวดเร็วขึ้น เป็นความเข้าใจที่ผิดนะครับ

รูปแบบยา ยาเม็ด ยาน้ำ และยาเหน็บทวาร! (เหน็บก้นแก้ปวดสนใจมั้ยครับ)

ความแรงของยา
ยาเม็ดมีอยู่ 3 ขนาดคือ 325, 500 และ 650 มิลลิกรัม

ส่วนยาน้ำนี่หลากหลายมากเลย
เริ่มจากขนาดสำหรับเด็กทารก และเด็กอ่อน คือ para drop ความแรงของยาก็คือ 60 มิลลิกรัม ต่อ 0.6 มิลลิลิตร ถ้าเด็กหนักประมาณ 6 กิโลกรัม ก็ใช้ยาประมาณ 0.6 มิลลิลิตรหรือ 1 drop นั่นเอง

เด็กโตขึ้นมาหน่อยน้ำหนักตั้งแต่ 10 – 30 กิโลกรัม มียาให้เลือกใช้หลากหลายความแรงคือ
120 มิลลิกรัม ต่อ 5 มิลลิลิตร (1 ช้อนชา), 160 มิลลิกรัม ต่อ 5 มิลลิลิตร และ 240 มิลลิกรัม ต่อ 5 มิลลิลิตร

ตอนเรียนนี่ผมใช้วิธีจำเอาว่ายาน้ำแต่ละรส ความแรงเท่าไหร่เอา และจำได้ขึ้นใจเลยว่าขนาดคำนวณยากอย่าง 160 มิลลิกรัม ต่อ 5 มิลลิลิตร นี่เป็นของเจ้าตำรับคือตัว Tylenol นั่นเอง (แต่เดี๋ยวนี้บริษัทอื่นก็ทำขนาดนี้ออกมากันหลายเจ้าแล้ว)

ยานี้มีหลายรสทั้ง รสส้ม สตรอเบอรรี่ องุ่น ทับทิม โดยยาของบริษัทเดียวกัน จะใช้หนึ่งรส ต่อหนึ่งความแรงเท่านั้น เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่าแค่เปลี่ยนรสยาแล้วจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะขนาดยาที่ได้รับต้องเปลี่ยนแน่ครับ และถ้าอยากรู้ว่าแต่ละรสมีความแรงเป็นเท่าไหร่ ลองไปพลิกๆ ขวดยาของเด็กๆ ที่บ้านดูนะครับ มีบอกไว้ทุกขวดครับ

แล้วรู้มั้ยครับว่าทำไม ยาตัวนี้ต้องปรุงรสหลากหลาย ก็เพราะว่ายาตัวนี้ มันมีรสชาดขมมากสำหรับเด็ก ถ้าไม่ทำการปรุงแต่งเลย เด็กคงไม่ยอมกินแน่ ขนาดตอนเรียนผมทำ para syrup เอง ยังไม่กินเลย

สำหรับตอนนี้ขอจบแค่นี้ก่อน เพราะง่วงนอนแล้ว เดี๋ยวจะมาเขียนถึงอีกส่วนคือการแก้พิษของยา ซึ่งน่าสนใจไม่แพ้กันครับ

Facebook Comments

2 comments

แหม ข้อเขียนวันนี้ ก็ยังคงน่าสนใจ ให้ความรู้ดีเช่นเคยนะครับ

มารับความรู้ครับ

แล้วจะคอยติดตามต่อด้วยนะครับ