ทางแยก ก้าวแรก

ผ่านไปแล้ว 1 เดือนกับการตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพ แบบกลับตัว 180 องศา แล้วเดินถอยกลับไปทางแยกที่ผ่านมาเมื่อ 15 ปีก่อน เพื่อที่จะก้าวเดินไปอีกทางที่ตอนนั้นไม่เคยแม้แต่จะเหลียวแล

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนที่แล้วคือตอนปีใหม่งานที่ผมจะทำไปได้ตลอดชีวิตคืองานอะไร ?ทุกๆ ปี ก็ตอบคำถามนี้ได้ตลอด แต่คำตอบดันไม่ตรงกันเกิน 2 ปีสักที เพราะประสบการณ์ในแต่ละปี ภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากงาน ล้วนแต่เปลี่ยนไปมาทุกปี มากบ้าง น้อยบ้าง ก็เลยลองคิดดูสาเหตุอาจเกิดจากการตั้งคำถามไม่ถูกก็ได้ จนได้อ่านเจอ “แนวทาง 6 ข้อ” เพื่อวิเคราะห์ว่างานที่ทำอยู่ใช่อาชีพในฝันหรือไม่ จากหนังสือ จงทิ้งงานไปครึ่งหนึ่ง เมื่อถึงวัย 40 ของ Yoshinori Shimazu

1. ชอบหรือเปล่า ?
2. ถนัดหรือเปล่า ?
3. สนุกหรือเปล่า ?
4. เป็นงานที่ให้ประโยชน์กับคนอื่นหรือเปล่า ?
5. เป็นงานที่ถูกต้องหรือเปล่า (เอาเปรียบสังคมหรือเปล่า) ?
6. คุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจหรือเปล่า ?

พอลองถามกับอาชีพที่ทำอยู่ตอนนี้ก็ตอบว่าใช่ถึง 5 ข้อ ซึ่งในหนังสือถือว่าเป็นอาชีพที่เหมาะสมแล้ว แต่พอเอามาถามกับอาชีพที่กำลังจะเปลี่ยนไปทำพบว่ามีความน่าจะเป็นที่จะตอบว่าใช่ได้ถึง 6 ข้อ หรืออาชีพในฝันได้เลย

พอคิดได้ตามนั้นก็เลยเริ่มต้นจากการศึกษาว่าต้องเรียนอะไร สอบอะไรบ้าง ถึงจะไปทำอาชีพนั้นได้ ซึ่งสรุปได้ว่ามี 3 ขั้น โดยขั้นแรก ต้องเรียนปริญญาตรีใหม่เพื่อเอาปริญญาที่ต้องใช้ ซึ่งวิธีที่สะดวกที่สุด และกระทบกับงานประจำน้อยที่สุดคือ เรียนที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช หรือมสธ.นั่นเอง ซึ่งถ้าเรียนตามเกณฑ์ปกติ ก็ต้องใช้เวลาถึง 3 ปี กว่าจะผ่านขั้นแรกไปได้

ก็เลยต้องใช้วิธีลงเรียนโครงการสัมฤทธิบัตรควบคู่ไปด้วย โดยพยายามลงรวมกันให้ครบ 4 ชุดวิชาทุกภาค และพยายามสอบให้ผ่านภายในครั้งเดียว เพื่อที่จะได้ลงเรียนโครงการสัมฤทธิบัตรได้หลายชุดวิชาช่วงสอบซ่อม (โครงการสัมฤทธิบัตรจะลงได้ปีละ 4 รุ่นวันสอบจะตรงกับวันสอบไล่ปกติ 2 รุ่น วันสอบซ่อม 2 รุ่น)

ซึ่งถ้าเป็นไปตามแผนจะสามารถย่นระยะเวลาจาก 3 ปีเหลือแค่ปีครึ่งได้เลย ซึ่งมันไม่ง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถ ถ้าได้มีการวางแผนการเรียนอย่างดี ซึ่งแผนที่ว่านั้นจะใช้ได้มั้ยก็ต้องรอดูกันตอนเดือนพฤษภาคม กับการสอบครั้งแรก

Facebook Comments

Leave a Reply