เห็นช่วงนี้เห็นเจ้าหน้าที่ในห้องยาพูดถึง “วิธีต้มมาม่าที่ถูกต้อง” กัน ซึ่งคุ้นๆ ว่าเคยเห็นจาก forword mail มาได้พักนึงแล้ว ก็เลยลองไปค้นจากกูเกิ้ลดูก็เจอสองอันนี้มา

วิธีต้มมาม่าอย่างถูกวิธี – M??g `?`? -> dlkl1 #2
วิธีต้มมาม่าให้ถูกต้อง [เรื่องจริงที่ทุกคนต้องอ่าน] – siamzone

โดยหลักๆ แล้วก็เน้นเรื่องการล้างแวกซ์ที่เคลือบเส้นออก แล้วก็ไม่ใส่เครื่องปรุงตอนต้ม ซึ่งอ่านผ่านๆ ดูแล้วก็น่ากลัว แต่ลองอ่านดูดีๆ แล้ว เลยคิดว่าถ้ามันอันตรายอย่างนี้ ทำไม อ.ย. ถึงไม่มาจัดการอะไรกับเรื่องนี้ แล้วก็ไม่เห็นมีใครอ้างอิงเอกสาร หรือที่มาของการพบว่ามีแวกซ์เคลือบที่เส้นเลย

ลองไปค้นของเมืองนอกดู [1, 2] ก็พบว่าเหมือนกันคือมีขั้นตอนล้างแวกซ์ และใส่เครื่องปรุงหลังลวกเส้น แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือมีคนมาคอมเม้นท์ พร้อมกับบอกต้นตอของเรื่องนี้ ซึ่งในที่สรุปแล้วว่าเรื่องนี้ ไม่เป็นเรื่องจริง เป็นแค่เรื่องหลอกๆ ที่ถูกปล่อยไปตาม forword mail ให้เป็นกระแสเล่น แล้วก็ดันมีคนไทยใจดีช่วยแปลมาเผยแพร่ต่อซะงั้น

เพราะฉะนั้นแทนที่เราจะมัวแต่ต้มมาม่าตามวิธีนี้
ลองมากินมาม่าเพื่อสุขภาพตามคำแนะนำของอาจารย์หมอวัลลภดีกว่า

ด้วยหลักการง่ายๆ 3 ข้อคือ

ล้างมือด้วยสบู่: เพราะการติดเชื้อจากการล้างมือไม่สะอาด จะทำให้เกิดการขาดสารอาหารได้ แค่กินมาม่าก็ไม่ค่อยจะได้สารอาหารอยู่แล้ว ยังจะต้องมาขาดสารอาหารจากการติดเชื้ออีกมันก็ไม่ไหวนะ

เลือกมาม่ากับเมียวโจ้:
เพราะ 2 ยี่ห้อนี่เติมสารอาหารบำรุงสมอง 4 ตัว ในขณะที่ยี่ห้ออื่นไม่มี โดยมาม่าเสริมสารอาหารในรสหมูสับ เย็นตาโฟ ผัดขี้เมาแห้ง หมูน้ำตก และต้มยำ เมียวโจ้เสริมสารอาหารในรสเผ็ดร้อน ไก่ ปู เป็ดตุ๋น

กินบะหมี่เทน้ำ: ใส่เครื่องปรุงแค่ครึ่งเดียว หรือเทน้ำออกครึ่งหนึ่ง เพื่อลดการได้รับเกลือโซเดียม และไขมันอิ่มตัวสูงมากเกินไป นอกจากนี้ควรเติมผักตามชอบเช่น สาหร่าย หอมใหญ่ ฟักทอง งา หรือจะใส่เต้าหู้ก็ได้

แทนที่เราจะมามัวห่วงเรื่องแวกซ์ และชูรสเป็นพิษ (ซึ่งไม่เป็นความจริง) แล้วก็ซดน้ำจนหมดชาม ้ได้รับเกลือโซเดียม และไขมันอิ่มตัวสูงไปเต็มๆ

มากินมาม่าเพื่อสุขภาพตามคำแนะนำของอาจารย์หมอวัลลภดีกว่านะครับ

แนะนำอ่านเพิ่มเติม

Facebook Comments