Papillomavirus vaccines: Gardasil

ต่อจากเมื่อวานที่ค้างไว้คือเรื่องของวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

โดยผมจะเขียนถึงวัคซีนตัวแรกและตัวเดียวที่มีอยู่ในประเทศไทยตอนนี้คือ Gardasil ที่เป็น Quadrivalent Human Papillomavirus (Type 6, 11, 16, 18) Recombinant Vaccine

มีข้อบ่งใช้ เพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกอาการผิดปกติ ที่เกิดก่อนการเป็นโรคมะเร็งที่อวัยวะเพศ และปุ่มหูดที่เกิดกับอวัยวะเพศ เนื่องจากการติดเชื้อ human papillomavirus (HPV) type 6, 11, 16 และ 18

จากการศึกษาสำคัญ 2 การศึกษาคือ FUTURE I และ FUTURE II
โดยทั้งสองการศึกษานี้เป็นการศึกษาการใช้วัคซีนในระยะที่ 3 (ระยะสุดท้ายก่อนออกสู่ท้องตลาด) ทำการศึกษาแบบเก็บข้อมูลไปข้างหน้า ปิดบังการได้รับวัคซีน สุ่มเพื่อแบ่งผู้ป่วยออกเป็นสองกลุ่มคือได้รับวัคซีน และไม่ได้รับวัคซีน

ผู้เข้าร่วมการศึกษาทั้งสองเป็นผู้หญิงอายุระหว่าง 15 – 26 ปีจำนวนประมาณ 4,500 คน (FUTURE I) และ 10,500 คน (FUTURE II)

จากการติดตามเป็นระยะเวลา 3 ปี พบการเปลี่ยนแปลงของเซลล์บริเวณปากมดลูกในกลุ่มที่ได้รับวัคซีน 0 คนเทียบกับ 60 คน (FUTURE I) และ 1 คนเทียบกับ 42 คน (FUTURE II)

โดยความต่างของการศึกษาทั้งสองคือ ตัวชี้วัดของ FUTURE II จะเป็นการเปลี่ยนแปลงของเซลล์บริเวณปากมดลูกที่เกิดจาก HPV 16 และ 18 ที่เป็นตัวชี้วัดที่ USFDA และ WHO ยอมรับว่าเป็นตัวชี้วัดที่บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก


จากสองการศึกษานี้ และการศึกษาก่อนหน้า จึงได้มีข้อแนะนำให้ใช้วัคซีนนี้ ในผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 9 -26 ปีี โดยต้องฉีดจำนวน 3 ครั้ง เสียค่าใช้จ่ายประมาณ 14,000 – 16,000 บาท แล้วแต่การตั้งราคาของแต่ละโรงพยาบาล ซึ่งสามารถไปฉีดได้ตามโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป

สำหรับผู้หญิงที่อายุเกินช่วงนี้ไปแล้ว ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะยังมีวัคซีนอีกตัวที่ทำการศึกษาในผู้ที่อายุมากกว่า 26 ปี จนได้ผลสรุปออกมา และเตรียมจะนำเข้ามาในประเทศไทยเร็วๆ นี้ ซึ่งผมจะเขียนถึงในตอนต่อไป

ศึกษาข้อมูลเรื่อง Gardasil เพิ่มเติมได้ที่
Gardasil – Wikipedia
Papillomavirus vaccines in perspective – Thelancet

Facebook Comments

1 comment

อีกตัวนึงเป็นของ Cervarix ใช่ไหมคะ
ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 10-55 ปี
น่าจะใช่นะเคยอ่านเจอค่ะ