My work week 9

ทำงานได้ 2 เดือนแล้ว ชั่วโมงการทำงานชักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วแฮะ

สัปดาห์นี้ ก็มีเรื่องตื่นเต้นตั้งแต่ต้นสัปดาห์เลย
วันจันทร์ ต้องไปสัมภาษณ์ประวัติแพ้ยากันถึงในห้องผ่าตัดเลย คนไข้ก็คุยกับผมในขณะที่แพทย์ก็เย็บพุงคนไข้ต่อไป (คนไข้บล็อกหลัง ไม่ได้รมยาเลยมีสติ แต่ไม่รับรู้ความเจ็บปวดบริเวณที่ผ่าตัด) ได้อารมณ์แปลกๆ ดี
วันอังคาร วันนี้ก็ต้องไปสัมภาษณ์ประวัติแพ้ยาที่ห้องคลอด ซึ่งแน่นอนภาพที่ต้องพบประจำเวลาไปห้องนี้ก็คือ แม่ให้นมลูก ซึ่งผมเจอจนชินตั้งแต่สมัยฝึกงานแล้ว เลยไม่ค่อยเขินเท่าไหร่ แต่คุณแม่ยังสาวหลายคนอาจจะไม่คุ้นเท่าไหร่ ผมเลยต้องพยายามมองต่ำๆ ไม่กวาดสายตา โฟกัสไปที่เตียงเป้าหมายอย่างเดียว
วันพุธ วันนี้ก็ต้องอยู่เฝ้าร้านยาจนสามทุ่มเหมือนเคย ชักเริ่มเบื่อการทำงานร้านยาคนอื่นแล้ว ไม่มีอิสระในการเลือกใช้ยาเอาซะเลย หลายๆ อย่างที่อยากบอกคนไข้ก็บอกไม่ได้ เดี๋ยวมีปัญหาอีก
วันพฤหัสบดี วันนี้ไป conference กับพยาบาลหอผู้ป่วยหญิงแต่เช้า สรุปแล้วทางหอผู้ป่วย request การกระจายยาแบบ one-day (จ่ายยาให้ครั้งละ 1 วัน) จากเดิมที่กระจายยาแบบ three-day (จ่ายยาให้ครั้งละ 3 วัน) ซึ่งจะทดลองใช้กับหอผู้ป่วยนี้หอเดียวในเดือนหน้า เหอๆ งานเพิ่มขึ้นมาอีกเท่าตัว เดือนหน้าตายแน่
วันศุกร์ วันนี้จ่ายยาคนไข้ HIV เป็นร้อยคน ซึ่งหลายๆ คนในนั้นก็มีเด็กที่ติดเชื้อจากแม่ตั้งหลายคน น่าสงสารจริงๆ
วันเสาร วันนี้มีปัญหากับคนไข้ชาวญี่ปุ่นอีกแล้ว แต่คราวนี้แก้ปัญหาโดยการรีบโทรตามล่าม แต่ล่ามดันกลับบ้านซะแล้ว ยังดีที่โทรตามให้มาคุยกับคนไข้ทางโทรศัพท์ได้

Facebook Comments

2 comments

Chatsiri Ratana

HIV ยาแรงมากหรือเปล่าครับ ผมเคยได้ยินแต่ยาให้ผู้ใหญ่กิน แล้วยาเด็กกินเหมือนกันกับผู้ใหญ่ไหมครับ…ได้ยินว่าผู้ใหญ่กินทีก็สิบเม็ดต่อครั้ง.

ถ้าแรงของคุณหมายถึงประสิทธิภาพของยา ก็ต้องตอบว่าใช่ครับ
และถ้าแรงของคุณหมายถึงผลข้างเคียงจากยา ก็ต้องตอบว่าใช่อีกครับ
(แต่ไม่จำเป็นว่ายาที่มีประสิทธิภาพสูง จะต้องมีผลข้างเคียงมากนะครับ ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็ยาฆ่าเชื้อ หรือยาแก้อักเสบ กลุ่มที่ฆ่าเชื้อได้มากๆ ก็ไม่ได้มีผลข้างเคียงมากกว่ากลุ่มที่ฆ่าเชื้อได้น้อยๆ แต่อย่างใด)

แล้วยาที่เด็กกิน ก็เป็นตัวเดียวกับของผู้ใหญ่แหละครับ แต่ลดขนาดลงมาตามน้ำหนักตัว เพราะยาพวกนี้จะให้ตามน้ำหนักตัวอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องจำนวนเม็ดนี่ถ้าเป็นสูตรแยกเม็ดยา ไม่ใช่สูตรผสมอย่าง GPOVIR ก็ต้องทานกันวันละ 6 – 8 เม็ดครับ (ซึ่งต้องทานแบบนี้ในช่วงเริ่มใช้ยา 2 สัปดาห์แรก) แต่ถ้าเป็นสูตรผสมแล้วก็ตกทานแค่วันละ 2 – 4 เม็ดเอง

แต่ในกรณีที่มีการดื้อยา หรือแพ้ยา ก็จะต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มยา ซึ่งก็ต้องเพิ่มเม็ดยาขึ้นมาอีก

แต่ปัญหาคือผู้ป่วยไม่ได้ทานแค่ยาต้านไวรัสครับ เพราะผู้ป่วยต้องเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนอีก ทำให้ต้องกินยาเสริมเพื่อป้องกันการติดเชื้ออีกวันละ 2 – 6 เม็ดอีก รวมๆ แล้ววันนึงเลยต้องกินยาเป็น 10 เม็ดครับ