2016 In Review

ถึงแม้จะพยายามรักษาสุขภาพแค่ไหน เราก็ไม่สามารถหนีความเจ็บป่วยได้ และปีนี้ก็ป่วยไปครั้งนึง ถึงแม้จะไม่ต้องนอนโรงพยาบาล แต่ก็ทำเอาจิตตกไปอาทิตย์กว่า ซึ่งสุดท้ายมันก็ผ่านไป ถึงแม้จะบอกตัวเองอย่างนี้ทุกครั้งที่ป่วย ก็ยังไม่วายจิตตกอยู่ร่ำไป แต่ในเรื่องร้ายๆ ก็ยังหาประโยชน์จากมันได้ เพราะผมเชื่อว่าทุกครั้งที่หายจากความเจ็บป่วย ผมจะเก่งและแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เหมือนชาวไซย่าที่ฟื้นจากการบาดเจ็บปางตาย 555

ล้อเล่นนะครับ จริงๆ มันเกิดจากการเจริญมรณานุสติ เนื่องด้วยการจิตตกและคิดมากเสมือนจะตายภายในไม่กี่วัน เลยทำให้เกิดแรงฮึดอยากทำสิ่งที่ยังทำไม่เสร็จ สิ่งที่ผลัดวันประกันพรุ่งไว้ หรือสิ่งที่ยังไม่ได้ทำแล้วจะเสียใจ ซึ่งจริงๆ ควรจะคิดได้เป็นระยะๆ แต่ด้วยความขี้เกียจ จึงต้องใช้ความเจ็บป่วยมาช่วยกระตุ้น

หลังจากบ่นเรื่องป่วยๆ ก็จะเริ่มสรุปเรื่องราวในปีนี้ ซึ่งเป้าหมายเหมือนเดิมคือ ทำให้ทุกปีดีกว่าปีที่ผ่านมา และในปีนี้พบว่า

การวิ่งที่ตั้งเป้าให้วิ่งได้เยอะขึ้นและสม่ำเสมอ โดยในปีที่แล้วปีของการกลับมาวิ่งเริ่มต้นด้วยการวิ่งไป 4 มินิมาราธอน พอมาปีนี้เกินความคาดหมายไปเยอะ ได้วิ่งเทรลครั้งแรก ได้วิ่งฮาล์ฟมาราธอนจบทั้งถนนและเทรล ได้ความเร็วของมินิมาราธอนที่ 64 นาทีแล้ว ได้ระยะทางรวมทั้งสิ้น 12 งาน กว่า 150 กิโลเมตร ถ้าวิ่งจากพัทยาก็ไปถึงปากเกร็ดแล้ว ดังนั้นถือว่าดีกว่าปีที่แล้วมาก

งานวิชาการ เริ่มต้นปีด้วยการไม่ได้ไปนำเสนอที่งาน HA National Forum ครั้งที่ 17 แต่ต่อมาก็ได้ไปนำเสนอที่งานประชุมวิชาการและประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล, งานประชุม R2R ครั้งที่ 2 ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และงานสุดท้ายคือ 26th FAPA Congress 2016 ถึงปีนี้จะไม่ได้รางวัลเลย แต่การได้ไปนำเสนอในเวทีใหม่ๆ ก็ทำให้ได้ประสบการณ์ที่มีค่าไม่แพ้รางวัลที่เคยได้

งานสอนนักศึกษาทั้งที่ได้มาฝึกงานและไม่ได้มาฝึกงาน ไม่รู้ว่าให้อะไรกับน้องๆ ตามที่คาดหวังกันหรือเปล่าแต่พี่ได้เยอะมาก  ได้เรียนรู้การเรียนการสอนในปัจจุบัน ปัญหาที่พบในการเรียน ได้กลับไปอ่านหนังสือเพื่อมาตอบปัญหาและสอนน้อง ได้เป็นอาจารย์แนะแนวสอนน้องให้เลือกทางที่ชอบ สอนการอ่านเปเปอร์ เล่าเรื่องชีวิตการเป็นเภสัชกรโรงพยาบาล ทำให้ได้รู้จักตนเองมากขึ้นผ่านการทบทวนก่อนที่จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้ถ่ายรูปที่ระลึกตอนจบผลัด (ถ่ายจนมุมจะหมดแล้ว) แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณน้องๆ เภสัชทั้งงานบริบาลและงานอื่นๆ ที่ช่วยกันดูแล ช่วยกันสอนน้อง เพราะถ้าไม่ได้แรงจากทุกคน พี่คงรับน้องฝึกงานจำนวนเยอะขนาดนี้ไม่ได้

เป็นอาจารย์แล้วก็กลับมาเป็นนักเรียน การกลับมาเรียน หลังจากเรียนจบไป 9 ปี ยังคงอ่านหนังสือไม่ได้ตามแผนที่วางไว้ แต่ก็ถือว่าทำได้ดีกว่าตอนเรียนเภสัชมากกก การเรียนครั้งนี้ทำให้ตัวเองรู้ว่าอายุที่มากขึ้นไม่ได้ทำให้เราเรียนรู้อะไรได้ยากขึ้น แต่กลับทำให้เราเรียนรู้ได้อย่างสมาร์ทกว่าเดิม ถึงแม้เร็วไปที่จะดีใจ แต่มันก็น่าดีใจจริงๆ ที่สอบผ่านไปแล้วถึง 11 วิชาจาก 18 วิชาในหลักสูตร เย้ๆ

TV shows ก็ดูไปมากมายชดเชยกับการไมได้ไปดูหนังในโรง ถึงแม้จะไม่ได้ความรู้สึกแบบหลุดไปอีกโลกนึง แต่ก็ได้ mindset น่าสนใจหลายอย่างๆ มาแทน แต่บางเรื่องถึงไม่มีประเด็นให้เรียนรู้ ก็ยังมีความสนุก เพราะถ้าไม่ได้ประโยชน์และยังไม่สนุก ก็ไม่รู้จะทนดูไปทำไม และริกส์ยังทำให้รู้ว่าจะสู้แล้วแต่ขอหยุดพักผ่อนกลางซีซั่นก่อนนะ (ให้ตายสิริกส์เกือบจะเลิกดูต่อแล้วเชียว)

หนังสือ หนังสือ หนังสือที่ดองมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็อ่านได้เกินเป้าที่ตั้งไว้คือ 40 เล่มมานิดหน่อย และไม่ได้ลดเป้าตอนที่อ่านไม่ถึงแบบปีที่แล้ว แต่สิ่งที่พลาดไปคือ ไม่สามารถอ่านได้อย่างสม่ำเสมอ กลับอ่านแบบสปริ้นท์เป็นช่วงๆ ซึ่งมันไม่สนุก และกระตุ้นสมองไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นปีหน้าต้องเพิ่มเป้าสัปดาห์ละเล่มเข้ามาประกอบด้วย พร้อมกับขยับเป้าไปที่ 48 เล่ม

อันเกมส์ในปีนี้ ไม่ควรเรียกว่าเล่นเพราะมันตือการแตะ และคงจะแตะนิดๆ หน่อยๆ แบบนี้ไปอีกนาน ความสุขนั้นได้มาตั้งแต่ตอนซื้อแล้ว จะได้เล่นหรือไม่ก็ช่างมัน

และสุดท้าย ในส่วนของงานเขียนที่ทำได้ดีที่สุดของปีนี้คือการเขียนเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมาทั้งปีแทบไม่ได้เขียนเรื่องอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย แม้แต่ไดอารี่ยังเขียนได้แค่เดือนละวันสองวัน อันนี้ได้แต่หวังว่าไฟแห่งความอยากเขียนจะจุดติดได้ด้วยการเขียนครั้งนี้

สวัสดีปีใหม่ 2560 ขอให้มีแต่ความสุข แต่ถ้ามีความทุกข์ก็ขอให้ได้เรียนรู้จากเรื่องนั้นครับ

Facebook Comments

Leave a Reply