To my reader

หยุดเขียนบล็อกไปหลายวัน เพราะว่าต้องไปจัดการกับชีวิตของตนเอง และคนที่รัก (ไม่ใช่เตรียมแต่งงานนะครับ) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขึ้นทะเบียนสมาชิกสภาเภสัชกรรม เรื่องไปดูที่ทำงาน และวันเริ่มงาน ซึ่งของแฟนผมก็โชคดีเรียบร้อยก่อนผม ได้เริ่มงานอาทิตย์หน้านี้แล้ว พร้อมเวรสิบเวร* ส่วนผมนี่ยังไม่รู้วันเริ่มทำงานที่แน่นอนเลย ต้องรอการอนุมัติบรรจุเป็นข้าราชการจากกระทรวงต่อไป แต่ก็ไม่น่าจะเกินเดือนมิถุนายนนี้

ซึ่งผมก็ใช้เวลารอช่วงนี้ เตรียมปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตหลายอย่างๆ ให้เข้ากับเวลาการทำงานที่มันไม่แน่นอน ซึ่งมันมีผลต่อการเขียนบล็อกนี้ด้วย ซึ่งผมจะเน้นเขียนเรื่องยา และสุขภาพให้มากขึ้น แลกกับการที่เขียนบล็อกได้น้อยลง หลังจากปล่อยให้เป็นเนื้อหาส่วนน้อยของบล็อกมานาน ตอนนี้เลยอยากถามหลายๆ คนที่ตามอ่านบล็อกผมว่า มีปัญหาเรื่องการใช้ยา หรือสุขภาพอะไร ที่สงสัยแล้วยังไม่ได้รับคำตอบ หรือได้คำตอบแล้วไม่ตรงใจบ้างหรือเปล่า ถ้ามีเชิญคอมเม้นท์ไว้ที่เอนทรี่นี้เลย แล้วผมจะลองดึงปัญหามาเขียนบล็อกตอบให้ครับ (หาไอเดียเขียนบล็อกนั่นแหละครับ) เพราะต่อไปต้องทำงานจนดึกบ่อยๆ คงไม่มีเวลาตามเรื่องเทคโนโลยีมาเขียนบล็อกแล้ว  ดีไม่ดีอาจจะเขียนบล็อกงุงิ นินทาเพื่อนร่วมงานเล่นไปเลย (ว่าไปนั่น)

*เวร หรือการทำงานนอกเวลาราชการ มีขึ้นเพราะโรงพยาบาล มีผู้รับบริการหรือ ผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลได้ตลอดเวลา ไม่ได้มาเฉพาะเวลาราชการเท่านั้น (ผู้ป่วยใน ผู้ป่วยฉุกเฉิน …) จึงจำเป็นต้องมีบุคลากรไว้คอยให้บริการผู้ป่วยเหล่านี้ นอกเวลาราชการ โดยช่วงเวลาขึ้นเวรอาจจะแตกต่างกันตามขนาดโรงพยาบาล และวิชาชีพ อย่างแพทย์ อาจจะขึ้นเวรตลอดทั้งคืน หรือไม่ก็เป็นเวร on-call คือถูกเรียกเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน ส่วนพยาบาลนั้นจะขึ้นเวรตลอดทั้งคืน เพราะต้องคอยดูแลผู้ป่วยใน ส่วนเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ และเภสัชกรอย่างผมก็อาจจะขึ้นเวรตลอดทั้งคืน หรือขึ้นเป็นช่วงเวลาก็ได้ อย่างโรงพยาบาลที่ผมกำลังจะไปทำงาน ก็มีเวรตั้งแต่ 16.30 – 22.00 น. ซึ่งนับเป็นหนึ่งเวร ส่วนวันหยุดนักขัตฤกษ์ กับวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ก็มีเวรเหมือนกันแต่จะแบ่งเป็นสองเวรคือช่วงเวลาปกติ กับช่วงเวลา 16.30 – 22.00 น. ถ้าเทียบกับเอกชนแล้ว เวรน่าจะคล้ายกับ การทำงานนอกเวลาหรือ  OT แหละครับ 

ส่วนสายอาชีพอื่นในระบบราชการไทย ที่มีเวรเท่าที่ผมรู้ก็มี ตำรวจ ทหาร ไม่แน่ใจว่ายังมีอาชีพอื่นอีกหรือเปล่า

Facebook Comments

7 comments

เวร นี่น่าจะย่อมาจาก เวรกรรม รึเปล่าค่ะ ;-P

ปัญหาการใช้ยา ยังคิดไม่ออกครับ
แต่ก็ยังจะตามอ่าน blog พี่ไปเรื่อยๆอยู่ดี :)

Aoyoyo: อาจจะเป็นเวรกรรมสำหรับพี่ๆ ที่ทำงานมานานแล้ว แต่สำหรับผมมันคือสิ่งจำเป็นครับ เพราะช่วงแรกไม่มีทุนทรัพย์จะเปิดร้านยา ก็ต้องหารายได้เสริมจากเวรนี่แหละครับ

มาเน้นเขียนเรื่องยาก็เป็นเรื่องดีครับ
บล็อกที่เน้นเขียนเรื่องนี้ไม่ค่อยมี น่าสนใจครับ

หน่วยงานที่ต้องทำงานหลังเวลาราชการส่วนใหญ่ก็จะมีเวรครับ
อีกหน่วยงานหนึ่งก็คือ หน่วยงานของกรมประชาสัมพันธ์ ไงครับ :)

ขอบคุณ wp สำหรับความรู้ใหม่ครับ

ตอนนั้น ผมก็นึกว่าพี่หายไปไหนครับหลังจากมา HBD แฟนแล้วก็หายไปเลย 55+

พี่ไม่สนใจเขียนเกี่ยวกับยาในเชิง Cosmetic หรือพวกยาในเชิงเศรษฐศาสตร์เหรอครับ คือผมกำลังสนใจเรื่องแบบนี้น่ะครับ เพราะตอนนี้มีปัญหาผมมันขั้นรุนแรง -*- ใช้แชมพูสำหรับผมมันก็แล้ว เกี่ยวกับพวกเครื่องสำอางอื่นๆก็น่าสนนะครับ ครีมหน้าเด้งไรเงี้ย 555+ (อย่าว่าไปคณะเภสัชมข.ทำครีมหน้าเด้งขายนะครับ 55+) หรือความรู้การใช้ยาแปลกๆ แบบกินยายังไงให้คนกลายเป็นกอลลั่มอะไรเงี้ยครับ ผมว่าเขียนได้มันเท่ดี 55+

ส่วนยาในเชิงเศรษฐศาสตร์ก็แบบเช่น การตลาดของบริษัทยาในประเทศไทย เรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์กับยาอะไรพวกนั้นน่ะครับ (ผมเคยอ่านหนังสือเล่มนึงเห็นว่าบ.ของอเมริกา เปลี่ยนสูตรยานิดหน่อยแล้วก็ได้สิทธิบัตรมาอีกเป็นสิบปี พอครบกำหนดก็เปลี่ยนอีกนิดหน่อย เป็นการผูกขาดกลายๆอะไรงั้นน่ะครับ อ่านไปก็ไม่ค่อยเข้าใจแต่คิดว่ามันน่าสนนะครับ) เขียนถึงด้านมืดของวงการสาธารณสุขไทยก็ได้ครับ หุๆ (ถ้าไม่กลัวโดนอุ้ม – -“)

ปล.พวกทำงาน Call center ก็เหมือนจะต้องมีเวรนะครับ (ไม่รู้มีหน่วยราชการไหนมี Call Center รึเปล่า)