New glasses from Ogoptician

หลังจากใส่แว่นตาคู่นี้ มาได้เกือบ 6 ปี (นานกว่าที่คิดไว้ถึง 4 ปี) ก็ถึงเวลาที่ต้องตัดแว่นใหม่อีกครั้ง เพราะมันเป็นรอยมากเกินจะทนใส่ได้แล้ว

โดยครั้งนี้ได้เลือกตัดร้านเชนที่พบได้ทั่วไปตามห้าง สาขาเดิมที่ตัดแว่นตาคู่เก่า เลือกกรอบทรงคล้ายๆ กัน พอตัดเสร็จแล้วแล้วก็คิดว่าจะปรับสายตาได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงเหมือนที่ผ่านๆ มา แต่ใส่ไปหนึ่งสัปดาห์แล้วยังปวดหัว เลยไปเปลี่ยนเลนส์ใหม่ แล้วก็ยังปวดหัวเหมือนเดิม

งงเลยทีนี้ ใส่แว่นมาจะสามสิบปีแล้วยังไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เลยต้องไปหาจักษุแพทย์เพื่อตรวจสายตา และตรวจตาชุดใหญ่ ซึ่งไม่พบอะไรผิดปกติ เลนส์ตัดมาตรงกับสายตาแล้ว แต่พบว่าปัญหาอยู่ที่กรอบแว่นมันบีบหัวมากเกินไป และน้ำหนักค่อนข้างมากบวกกับเลนส์ที่หนักอยู่แล้ว เลยทำให้มีอาการปวดหัวจากกรอบแว่นตา ก็เลยต้องไปวัดแว่นสายตาใหม่อีกครั้ง และเลือกกรอบเบาๆ ขาแว่นเล็กๆ ตามที่จักษุแพทย์บอก

แต่ด้วยความที่ผมยังติดใจเรื่องเลนส์อยู่ ก็เลยลองค้นในเน็ตดูว่าคนอื่นมีปัญหาแบบนี้มั้ย ซึ่งก็พบว่าคนอื่นก็เป็นเหมือนกัน และหลายๆ คนก็แนะนำให้ไปร้านแว่นร้านหนึ่ง คือร้าน Ogoptician ซึ่งเดินทางไปได้ไม่ยาก นั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานีอุดมสุข ออกทางออกที่ 4 เดินมาทางโชว์รูมฮอนด้า เข้าซอยสุขุมวิท 66/1 ไปเล็กน้อยเลี้ยวซ้ายซอยแรก เดินมาหน่อยนึงก็จะเจอร้านอยู่ใต้อพาร์ทเมนต์ไดมอนด์เรสซิเดนท์

ร้าน Ogoptician เปิดทุกวัน 11.30 – 21.00 น. ผมไปวันเสาร์ตอนบ่ายๆ ลูกค้าไม่เยอะมาก โดยขั้นตอนการตัดแว่นสายตาที่ร้านนี้เริ่มจาก

  • เลือกกรอบแว่นก่อน โดยผมบอกความต้องการไป ทางร้านก็หยิบแว่นหลายๆ อันมาให้ลอง โดยอันที่ลองส่วนมากราคา 3000 – 6000 บาท ซึ่งเป็นโซนด้านนอก แต่ถ้าเข้าไปโซนด้านในก็จะเป็นยี่ห้อดีๆ อย่าง ic berlin ราคาหมื่นปลายๆ เลย ด้วยความที่หมดงบไปกับแว่นที่ตัดแล้วใช้ไม่ได้ ผมเลยเลือกกรอบจากโซนด้านนอกนี่แหละ
  • พอได้กรอบแล้วก็ต้องไปวัดสายตาต่อกับ ช่างประกอบแว่นสายตา (Optician) โดยทางร้านสามารถเปลี่ยนเลนส์ที่เรามองผ่านได้จากคอมพิวเตอร์ไม่ต้องมาดึงเลนส์เข้าออก เหมือนที่ผมเคยวัดที่ร้านอื่น
  • พอได้ค่าสายตาคร่าวๆ แล้ว ก็มาลองใส่เลนส์กับแว่นเพื่อหาค่าที่ใส่แล้วสบายตาที่สุด และยังมองเห็นได้ชัด ทำให้พบว่าที่ปวดหัวเกิดจากแว่นตาคู่เดิมผมไม่ได้แก้เรื่องสายตาเอียง พอแว่นใหม่แก้เรื่องสายตาเอียงเลยไม่ชิน สุดท้ายเลยลองใส่เลนส์แบบไม่แก้สายตาเอียง มองภาพ อ่านหนังสือดู ซึ่งอ่านได้ชัดในระดับหนึ่ง เลยตัดสินใจใช้เลนส์แบบไม่แก้สายตาเอียงต่อ
  • จากนั้นจะเป็นการตรวจสุขภาพตาโดย นักทัศนมาตรวิชาชีพ (Optometrist) เหมือนกับที่ตรวจโดยจักษุแพทย์ แต่ต่างกันตรงที่ครั้งนี้ผมได้เห็นรูปลูกตาตัวเองบนจอด้วย แล้วก็ไม่พบอะไรเหมือนกัน แต่ก็มีคำแนะนำให้ไปทำตาสองชั้น เพื่อให้ทัศนวิสัยดีขึ้น (ตอนแรกนึกว่ามุก แต่แนะนำให้ไปทำจริงๆ เพื่อการมองเห็นภาพด้านบน)
  • กลับมาที่แว่นอีกครั้ง ทีนี้เป็นการเลือกเลนส์ ตั้งแต่เลือกชนิดใส หรือมีสี มุมมองการเห็นมากน้อย ความบางของเลนส์ โดยทางร้านมีภาพจำลองของการมองเห็นผ่านเลนส์ชนิดต่างๆ ทำให้เลือกได้ง่ายขึ้น
  • ได้เลนส์แล้วยังไม่เสร็จนะครับ ต้องมาวัดหาจุดโฟกัสตาเพื่อให้จุดกึ่งกลางเลนส์ตรงกับจุดโฟกัสของตาเรา ซึ่งเราต้องมองไปที่อุปกรณ์ แล้วช่างจะหาค่าได้จากที่หน้าจอเลย
  • สุดท้ายจะเป้นการจ่ายเงิน และนัดวันมารับแว่นตา หรือให้ที่อยู่ร้านเพื่อจัดส่ง ซึ่งผมเลือกให้ร้านจัดส่งให้เพราะคงไม่ได้มากรุงเทพอีกนาน

สรุปแล้วเป็นการตัดแว่นสายตาที่ละเอียดและนานมาก ประมาณ 45 นาที ซึ่งผมเคยอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่งว่ามีร้านแว่นตาร้านหนึ่งที่วัดสายตาละเอียดมากแบบนี้ ตั้งอยู่ในห้างดัง โดยมีค่าใช้จ่ายสูงมาก พออ่านแล้วก็คิดว่าคงยากที่จะได้ใช้บริการร้านแบบนั้น แต่พอได้มาใช้บริการร้านนี้ผมก็พบว่าบริการดีๆ แต่ค่าใช้จ่ายไม่สูงมากยังคงมีอยู่ครับ
ปล.ไม่ได้รับเงินหรือสิ่งตอบแทนใดๆ จากร้านเพื่อเขียนบล็อกนี้

Adidas eye glasses

Facebook Comments

Leave a Reply