Rational Drug Use (2)

หลังจากดูสไลด์ที่อาจารย์พิสนธิ์แชร์ + อ่านบันทึกของน้อง Dewy ก็เลยรู้ว่าเขียนตกเรื่องสำคัญไปซะครึ่งนึง ก็เลยเขียนต่ออีกตอนให้ครบดีกว่า

บัญชียาหลักแห่งชาติมีคุณสมบัติเด่นๆ ดังต่อไปนี้

  • Evidence – based ยาในบัญชีคือยาที่หลักฐานทางวิชาการสนับสนุนเรื่องประสิทธิภาพ และความปลอดภัยอย่างเพียงพอ ยาบางตัวที่อยู่นอกบัญชีอาจมีสาเหตุมาจากการขาดหลักฐานทางวิชาการมาสนับสนุน
  • Risk ยาในบัญชีคือยาที่มีสัดส่วนของประโยชน์ต่อโทษของยาสูง ยาบางตัวที่อยู่นอกบัญชีอาจมีสาเหตุมาจากมีผลข้างเคียงจากยาสูงกว่าประโยชน์ที่จะได้รับ หรือมีสัดส่วนของประโยชน์ต่อโทษของยาต่ำนั่นเอง
  • Cost ราคายาไม่ใช่ปัจจัยหลักในการคัดเลือกยา ในบัญชีมีทั้งยาถูกและยาแพง ยาบางตัวที่อยู่นอกบัญชีก็มีราคาถูกกว่ายาในบัญชี (สังเกตุได้จาก ISafE score ด้านล่างที่ไม่มีการนำ cost มาคิดคะแนนเลย )
  • ในบัญชีต้องมียาพอเพียงสำหรับใช้รักษา และไม่มีรายการยาซ้ำซ้อน

โดยกระบวนการคัดเลือกยาเข้าบัญชีจะดำเนินการโดยคณะกรรมการคัดเลือกยาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ สาขาละ 20 ท่าน ทำการคัดเลือกจากคะแนน ISafE โดย

  • I = indication คะแนนข้อนี้จะได้มาจากข้อบ่งใช้ของยาว่ามีความเหมาะสม
  • S = safety ดูความปลอดภัยของยา
  • a = administration restriction ดูจากความยากง่ายในการใช้ยา เช่น จำเป็นต้องกินก่อน หรือหลังอาหารเท่านั้น หรือจำเป็นต้องกินในมื้อเย็นเท่านั้น f = frequency of dose ความถี่ของการใช้ยาในแต่ละวัน ซึ่งทั้งสองข้อจะมีผลต่อ patient compliance หรือความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วย
  • E = efficacy คือประสิทธิภาพของยา

หลังจากได้คะแนนรวมมาแล้ว คณะกรรมการจะนำยาทุกตัวมาเรียงลำดับทีละหมวดหมู่ และคัดยาที่ Percentile < 50 ทิ้ง และเลือกยาที่ >50 percentile เก็บไว้ในบัญชียา

ต่อไปเป็นตัวอย่างเพิ่มเติมจากตอนที่แล้ว

  • Aspirin 60 mg เป็นยาที่ไม่มีหลักฐานยืนยันถึงประสิทธิภาพ เพราะขนาดที่มีหลักฐานยืนยันคือ > 75 mg แต่ก็มีการสั่งใช้ยานี้วันละ 1 เม็ดมาอย่างแพร่หลาย และใช้กันมาเป้นระยะเวลานาน แม้ว่ายานี้จะถูกตัดออกจากบัญชียาหลักแห่งชาติไปแล้วก็ตาม จนกระทั่งมีการเรียกบริษัทผู้ผลิตมาปรับขนาดยาเพิ่ม และเลิกการผลิตยาในขนาด 60 mg จึงไม่มีการสั่งใช้ยาขนาดนี้อีก (เพราะไม่มีให้ใช้แล้ว) เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าถ้าจะดูบัญชียาหลักแห่งชาติควรดูขนาดที่ระบุไว้ด้วย อย่าดูแต่รายชื่อยาอย่างเดียว
  • Nifedipine IR เป็นยาที่ถูกถอนออกจากบัญชียาหลักแห่งชาติมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2547 เพราะพบว่าทำให้คนไข้มีอัตราการตายเพิ่มขึ้น แทนที่จะทำให้คนไข้อาการดีขึ้น ในต่างประเทศจึงห้ามสั่งใช้ยานี้ในการรักษาภาวะความดันโลหิตสูงอย่างเด็ดขาด เพราะมียาอื่นให้เลือกใช้ได้อย่างปลอดภัยอีกหลายตัว แต่จนถึงปัจจุบันบางโรงพยาบาลในประเทศไทยก็ยังคงมีการสั่งใช้ยานี้เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูงอยู่
  • Serratiopeptidase enzyme ยายอดฮิตสำหรับใช้ในการลดบวมแทบจากทุกสาเหตุ แต่กลับไม่มีหลักฐานยืนยันถึงประสิทธิภาพในข้อบ่งใช้แม้แต่ข้อบ่งใช้เดียวที่บริษัทยาขึ้นทะเบียนไว้ แม้แต่กระทรวงสาธารณสุขของประเทศญี่ปุ่นประเทศของบริษัทผู้ผลิตยาตัวนี้ ก็อดสงสัยไม่ได้ เมื่อปีที่ผ่านมาจึงทำเรื่องไปยังบริษัทยาเพื่อขอหลักฐานทางวิชาการมายืนยัน แต่บริษัทกลับตอบมาว่า ถ้าหากทำการวิจัยก็คงเห็นผลแต่ไม่สะดวกที่จะทำงานวิจัยเพิ่มจึงขอถอนยาจากการขายในประเทศญี่ปุ่นซะงั้น ในขณะที่ประเทศไทยยังคงวางขายยานี้ต่อไปเพราะกระทรวงสาธารณสุขประเทศไทยไม่สงสัย

ทีนี้ก็ครบแล้วละ ถ้าไม่ลืมอะไรอีก (รออ่านบันทึกของน้อง Dewy ต่อ)

 

Facebook Comments

Leave a Reply