Recruit

หลังจากประกาศรับสมัครงานไป ปรากฏว่ามีน้องสนใจมาสมัครกันเยอะ และไวกว่าปีที่แล้ว ซึ่งการรับสมัครครั้งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ น้องที่สมัครกันเข้ามาไม่ใช่คนที่มีภูมิลำเนาแถวนี้หรือใกล้เคียงเลย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้องจากภาคเหนือ ที่พอพูดคุยเบื้องต้นแล้วทำให้รู้ว่า โรงพยาบาลรัฐบาลในโซนภาคเหนือมีการเปิดตำแหน่งงานเภสัชกรเพิ่มไม่มาก แต่มีการผลิตเภสัชกรออกมาจาก 3 มหาวิทยาลัยของรัฐคือ เชียงใหม่ นเรศวร พะเยา และ 1 มหาวิทยาลัยของเอกชนคือ พายัพ จบรวมกันประมาณ 400 คนต่อปี (อ้างอิงจากสำนักงานวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ)

ในขณะที่การรับเข้าในส่วนของเภสัชกรโรงพยาบาลรัฐ (รพช. รพท. และ รพศ.) ทั้งประเทศรับเพียงแค่ 110 คนต่อปี (ไม่รวมในส่วนของนักศึกษาคู่สัญญา 300 กว่าตำแหน่ง) ถ้าการผลิตยังมากขึ้นอยู่เรื่อยๆ แบบนี้ทางโรงพยาบาลคงไม่เดือดร้อนอะไร เพราะมีน้องมาให้เลือกเยอะ แต่น้องๆ ที่กำลังจะจบในอนาคตคงจะลำบาก ถึงจะมีทางเลือกให้น้องไปเป็นผู้แทนยากับ เป็นเภสัชกรร้านยาได้ก็จริง แต่ก็คงจะเต็มในไม่ช้า เหมือนกับงานเภสัชกรโรงพยาบาล จะให้ไปทำงานอื่นหรือเป็นผู้ประกอบการก็ดีอยู่นะ แต่เสียเวลาเรียนไป 6 ปีแล้วกลับไม่มีโอกาสได้ทำงานในสายอาชีพตัวเองซักนิดนึงเลยก็น่าเสียดายอยู่นะ

ตอนนี้สิ่งที่พี่ๆ เภสัชกรโรงพยาบาลอย่างผมพอจะทำได้ก็คือขยายงานในส่วนบริบาลเภสัชกรรมเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ทางโรงพยาบาลเปิดรับน้องมาทำงานในส่วนนี้ แต่จะให้ดีก็อยากให้มหาวิทยาลัย สภาเภสัชกรรม และหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องใช้เภสัชกรช่วยคุยกันเยอะๆ บ่อยๆ ก็ดีนะครับ อย่ามัวแต่ต่างคนต่างทำงานของตัวเอง เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีก้าวไกลไปมากแล้ว จะ skype จะ Hangouts ก็เอาเลยครับ

ปล. อย่างน้อยตอนนี้ก็มีอุปนายกสภาเภสัชกรรมมาตอบคำถามใน facebook ท่านนึงละ

Facebook Comments

3 comments

เห็นด้วยสภา คงต้องมองเรื่องนี้พร้อมๆกับการพัฒนาคุณภาพที่สภาชอบทำและให้ความสำคัญมาก
มีหลายๆเรื่องที่เป็นเรื่องที่สภาควรให้ความสำคัญ คล้ายนโยบายเร่งด่วน
การขยายงานในส่วนบริบาลเภสัชกรรม คงจะช่วยได้ส่วนหนึ่ง
งานในฟีลอื่นๆก็คงต้องเปิดงาน ขยายงาน เช่นงานในส่วนของ PCU​​​​​​
ทั่วประเทศมี PCU อยู่เยอะและส่วนใหญ่ยังไม่มีเภสัชประจำ
หากเปิดงานตรงนี้จริงจังก็คงเพิ่มตำแหน่งงานได้อีกเยอะ
ไม่อยากให้มองกันแค่ว่าหาที่ยืนให้ตัวเอง แต่มองว่าเราคงจะไปช่วยให้งานด้านยามีคุณภาพ เป็นมาตรฐานในทุกองค์กร
ใน PCU งานด้านยาเป็นงานเราแต่คนอื่นรับผิดชอบอยู่ เพราะกำลังคนเราไม่พอ
คงไม่แปลกอะไรถ้าเราจะเอางานเรากลับมา ในวันที่กำลังคนเราพร้อม
งานอื่นที่หน้าไปเปิดบทบาทเพิ่มเช่น คลินิกรักษาโรค คลินิกเสริมความงามเป็นต้น
ในสถานที่เหล่านี้มีการจ่ายยาซึ่งก็ไม่รู้ว่าได้มาตรฐานหรือไม่ แต่ที่เห็นๆง่ายๆคือ
ยาที่คนไข้ได้มามักไม่มีชื่อยา
ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นนะ

เห็นด้วยเช่นกันครับ แต่อยากทำในส่วนที่ตนเองถนัดที่สุดก่อนครับ

ส่วนเรื่องเภสัชประจำ PCU นี่เห็นด้วยบางส่วนครับ เพราะจำเป็นที่ต้องมีเภสัชดูแลเรื่องยาที่ PCU แต่อาจไม่จำเป็นที่จะต้องมีเภสัชไปประจำ เพราะงานดูแลการเก็บรักษายาไม่ต้องไปประจำก็ทำได้ ส่วนงานออกเยี่ยมบ้านอยู่ที่รพ. ก็ทำได้ ต้องไม่ลืมคิดถึงน้องๆ ที่ต้องไปอยู่ว่าพวกเขาต้องการไปอยู่ตรงนั้นจริงหรือเปล่า เพราะเท่าที่เคยคุยมามีเรื่องให้ท้อแท้ใจในการทำงานอยู่หลายเรื่องเหมือนกัน และที่สำคัญเป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล

ส่วนเรื่องการจ่ายยาในสถานพยาบาลอื่นนอกเหนือจากรพ. คงต้องช่วยกันผลักดันผ่านพรบยาฉบับใหม่ครับ

น้องน้อย

อยากทำงานโรงพยาบาล เรียนด้านคลีนิกมาแต่ไม่ได้ใช้งานเต็มที่ตอนนี้เลยลืมๆๆไปบ้าง เสียดายที่เรียนมา ทำไม รพสต ไม่มีเภสัชไปอยู่ CMU ก็เหมือนกัน ถ้าเพิ่มตำแหน่งเภสัชน้องๆๆจะได้ทำตามฝันบ้าง

Leave a Reply