Sweet diary #17

หลังจากทุ่มเทให้กับเคสนี้ รู้สึกว่าเริ่มได้ผลลัพธ์ในทางที่ดีแล้ว

S&O: ชายไทยป่วยเป็นโรคหวานเกินมา ประมาณ 8 ปี มาติดตามอาการที่คลินิกผู้ป่วยนอกทุก 2 เดือน แต่ครั้งนี้เลทไป 1 เดือนเพราะติดธุระ มาครั้งนี้ยอมรับว่ายังคุมอาหารได้ไม่ดีเหมือนเดิม เริ่มออกกำลังกายได้เยอะเมื่อ 3 เดือนก่อน แต่ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาแทบไม่ได้ออกกำลังกายเลย  แต่ก็ยังยืนยันว่ากินยาได้เกือบครบทุกมื้อ (compliance > 95%)

ค่าน้ำตาลสะสมเมื่อสามเดือนที่แล้ว และวันนี้เท่ากับ 7.2 และ 6.6 ตามลำดับ ปัจจุบันใช้ยากินในกลุ่ม Sulfonylureas, Biguanides และ Thiazolidinediones อย่างละ 1 ตัว ช่วงที่ผ่านมาไม่มีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ

น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ BMI = 21.7 คนรอบๆ ตัวเริ่มทักว่าหน้ากลมแล้ว

A: การรักษาในปัจจุบันทำให้ระดับน้ำตาลอยู่ในเป้าหมายแล้ว แต่เพื่อลดอาการแทรกซ้อนของระบบต่างๆ ควรจะลดค่าน้ำตาลสะสมให้น้อยกว่า 6 ซึ่งจะแลกกับความเสี่ยงในการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำที่มากขึ้น แต่เมื่อพิจารณาจากอายุของผู้ป่วยที่ยังน้อยอยู่ (28 ปี) คิดว่าการใช้เป้าหมายนี้มีประโยชน์มากกว่าโทษ จึงยังแนะนำให้คุมอาหารให้เข้มงวดกว่าเดิม และออกกำลังกายให้ได้มากกว่านี้

จากผลทางห้องปฏิบัติการและการตรวจร่างกายยังไม่พบอาการแทรกซ้อนที่หัวใจ ไต และตา ไม่มีอาการบวม น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอาจจะเป็นผลจากการควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้น แต่ครั้งหน้าควรตรวจ lipid profile เพิ่มเติมเพราะไม่ได้ตรวจมาเกือบ 1 ปีแล้ว

P: เป้าหมายคือ ลดค่าน้ำตาลสะสมให้ต่ำกว่า 6

แผนการรักษา คงขนาดยาเดิมทั้งสามตัวไว้

ติดตามผลการรักษาจาก ค่าน้ำตาลหลังอดอาหาร และค่าน้ำตาลสะสม

ติดตามความปลอดภัยจากการใช้ยาจาก ค่าการทำงานของตับ และไต อาการน้ำตาลในเลือดต่ำ อาการบวม และน้ำหนักขึ้น

แผนในอนาคต ถ้าควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ให้ค่อยๆ ปรับลดขนาดยาสองตัวแรกลงทีละตัว แต่ถ้าควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ ให้เพิ่มขนาดยาในกลุ่ม Thiazolidinediones ถ้ายังควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้อีก อาจต้องพิจารณาเพิ่ม Basal insulin และ หยุดใช้ยาในกลุ่ม Sulfonylureas  นอกจากนี้ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ไม่สามารถใช้ยาในกลุ่ม Thiazolidinediones ต่อได้เนื่องจากถูกถอนทะเบียน อาจจะต้องเพิ่มขนาดยาสองตัวที่เหลือ หรือใช้ยาในกลุ่ม DPP-4 inhibitors แทน

ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้

Facebook Comments