Thriving on LESS #8

A Guide to Getting Out of debt

ช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผม (Leo Babuata) มีหนี้สินมากมาย ในแต่ละวันต้องเสียเวลาไปกับการผัดผ่อนหนี้มากมาย มันยากมากที่จะจินตนาการความรู้สึกตอนนั้นอีก เพราะตอนนี้ผมไม่มีหนี้แล้ว!

การไม่มีหนี้มันเป็นความรู้สึกอิสระอย่างน่าประหลาดใจ เงินเราเป็นของเราจริงๆ ไม่ได้เป็นของคนอื่น ได้มีเงินเหลือสำหรับการออม การลงทุน หรือซื้อของอะไรก็ตามที่เราอยากได้

แต่การปลดหนี้ให้หมดนั้นไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำได้สำเร็จภายในช่วงเวลาสั้นๆ มันเปรียบเหมือนการเดินทางไกล ที่ต้องทุ่มเทหัวใจ มีความมุ่งมั่น พร้อมที่จะสละบางสิ่ง และพร้อมที่จะทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อกลายเป็นคนใหม่

ผมปลดหนี้ทั้งหมดได้อย่างไร?
มันไม่ใช่การเดินทางที่ง่ายสำหรับผมเลย แต่ผมก็คิดว่าความยากลำบากนี่แหละ ที่ทำให้จุดหมายที่เราอยากไปถึงมันช่างหอมหวานเหลือเกิน

สิ่งที่ผมทำต่อไปนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผมปลดหนี้ทั้งหมดได้
1. ยกเลิกบัตรเครดิต เรื่องนี้ยังเป็นเรื่องที่โต้แย้งกันไม่จบ แต่สำหรับผมแล้วการมีบัตรเครดิตทำให้ปลดหนี้ได้ยาก เพราะมันมีแรงดึงดูดให้ใช้จ่ายมากขึ้น ดอกเบี้ยก็แสนแพง ผมไม่เถียงว่าเราสามารถใช้บัตรเครดิตอย่างฉลาดเพื่อหาผลประโยชน์จากมันได้ แต่ผู้คนส่วนใหญ่มักทำอย่างนั้นไม่ได้ รวมถึงตัวผมด้วย ดังนั้นการยกเลิกบัตรเครดิต เหมาะสมกับผมแล้ว แม้มันจะไม่ทำให้หนี้ก้อนใหญ่จากบัตรเครดิตของผมลดลง แต่มันก็ไม่มีทางเพิ่มขึ้นได้อีก กฎข้อ 1 ถ้าอยากจะออกจากหลุม จงหยุดขุดหลุม

2. ตัดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เรื่องนี้อาจจะทำได้ยากสำหรับหลายๆ คน แต่คุณลองฟังเรื่องของผมดู ผมมีลูกที่ต้องเลี้ยงดู 6 คน และแน่นอนรายได้ของผมตอนนั้นไม่สามารถเลี้ยงดูพวกเขาได้ ผมจึงต้องตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตออกไปได้แก่ เลิกดูเคเบิ้ลทีวี เลิกไปกินข้าวนอกบ้าน เลิกไปดูหนัง เลิกดื่มเหล้า เลิกสูบบุหรี่ เลิกซื้อเสื้อผ้า (เว้นแต่ว่าจำเป็นจริงๆ) ผมค่อยๆ เรียนรู้วิธีการกินอยู่อย่างประหยัด ที่เป็นหัวใจสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของกฎข้อ 1

3. วางแผนการใช้จ่าย แผนการใช้จ่ายเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็น ผมต้องต้องตัดสินใจว่าจะใช้เงินทำอะไร ก่อนที่จะใช้มันออกไป (คิดก่อนใช้) เพราะการใช้ก่อนคิดมันจะนำไปสู่หายนะทางการเงิน และอย่าลืมทำให้แผนยืดหยุ่น เผื่อที่ว่างไว้สำหรับการเปลี่ยนแปลง เพราะชีวิตเราเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

4. ย้ายไปทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ต ในอดีตผมไม่สามารถควบคุมการใช้จ่ายได้ เพราะผมไม่มีวิธีการติดตามการใช้จ่ายที่ทำได้ง่าย ผมจึงเปลี่ยนไปทำธุรกรรมทุกอย่างเท่าที่จะทำได้บนอินเทอร์เน็ต (รวมถึงการออมเงิน และชำระหนี้) หลังจากนั้นจึงถอนเงินสดที่ต้องใช้ในแต่ละเดือนออกมา แยกใส่กระเป๋าสามใบ ตามประเภทการใช้จ่าย 3 ประเภทคือ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าของใช้ การทำแบบนี้ทำให้ผมสามารถรับรู้ถึงจำนวนเงินที่เหลืออยู่สำหรับการใช้จ่ายแต่ละประเภทได้ง่าย

5. เงินสำรอง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับผม ผมรู้ว่ามันเป็นคำแนะนำทั่วไปที่ใครๆ ก็แนะนำกัน แต่มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากจริงๆ ถ้าผมไม่มีเงินสำรอง การเงินของผมจะตกอยู่ในภาวะเสี่ยงพร้อมที่จะเสียการควบคุมทันที่ที่มีเหตุฉุกเฉินอย่าง การเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุ ทำให้ผมต้องนำเงินที่เตรียมไว้ชำระหนี้มาใช้กับเรื่องเหล่านี้ และในบางทีก็ไม่พอจนต้องไปกู้เพิ่มมาอีก
การไม่มีเงินสำรอง ทำให้การปลดหนี้เกือบจะเป็นไปไม่ได้ ในตอนนั้นผมจึงสำรองเงินให้ได้ประมาณ 30,000 บาทผมจึงเริ่มทำการชำระหนี้ตามแผนที่วางไว้

6. แผนการชำระหนี้ แผนการปลดหนี้ของผมคือ เริ่มชำระหนี้ก้อนเล็กไล่ไปยังก้อนใหญ่ เพราะมันจะให้ผลทางจิตวิทยาที่ดีกว่า การทำตามแผนที่มักได้รับการแนะนำคือ ชำระหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน

7. ชำระหนี้เป็นอย่างแรก ทุกครั้งที่ผมมีรายรับเข้ามา ผมจะทำการชำระหนี้ก่อนเป็นอย่างแรก แล้วจึงนำเงินไปใช้จ่ายเรื่องอื่น เพราะถ้าเราชำระหนี้เป็นอย่างสุดท้าย เราอาจจะมีเงินเหลือไม่พอ แล้วเราก็ปลดหนี้ได้ไม่หมดสักที

8. อย่าลืมให้รางวัลตัวเอง ผมเชื่อเรื่องการให้รางวัลตัวเองเพื่อฉลองความสำเร็จ ทุกครั้งที่ปลดหนี้ได้หนึ่งก้อน ผมกับภรรยาจะออกไปฉลองโดยการกินข้าวนอกบ้าน บางทีเราก็หาของขวัญให้เด็กๆ ถึงแม้เรื่องพวกนี้จะมีค่าใช้จ่าย แต่มันก็คุ้มกับความรู้สึกของการประสบความสำเร็จ ที่จะช่วยผลักดันให้เราไปถึงจุดหมายของการเดินทางได้

9. หารายได้เพิ่ม นอกจากใช้จ่ายให้น้อยลงแล้ว ผมยังหารายได้เพิ่มเพื่อความมั่นคงทางการเงิน เพื่อช่วยให้ปลดหนี้ได้ไวขึ้น จากเดิมที่ผมทำแค่งานฟรีแลนซ์ ผมได้เปลี่ยนมาทำงานเต็มเวลา พร้อมกับทำงานฟรีแลนซ์ให้มากที่สุด เท่าที่เป็นไปได้ หลังจากนั้นผมจึงเริ่มทำเว็บไซต์ Zenhabits.net เว็บไซต์ที่นำรายได้มาให้ผมจนถึงตอนนี้

ทำไมการกินอยู่อย่างประหยัดจึงไม่ใช่ทั้งหมดของคำตอบ

ผมคงไม่สามารถปลดหนี้ได้ ถ้าไม่เรียนรู้วิธีการกินอยู่อย่างประหยัด มันเหมือนกับแผลที่ไม่ได้ทำการห้ามเลือด มันยากที่จะหายดีได้

แต่การกินอยู่อย่างประหยัดเป็นเพียงแค่ส่วนประกอบหนึ่ง คุณต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมการเงินของคุณให้อยู่ วางแผนการใช้จ่ายและสำรองเงินสำหรับการใช้จ่ายเรื่องฉุกเฉิน คุณต้องเรียนรู้ที่จะผลักดันตัวเองให้ไปถึงจุดหมายของการเดินทางไกลครั้งนี้

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่พูดถึงไปแล้วคือ การหารายได้เพิ่มจากหลายๆ ทาง เพื่อให้สถานะทางการเงินมั่นคงขึ้น ปลดหนี้ได้เร็วขึ้น

ถึงแม้การกินอยู่อย่างประหยัด จะเป็นเรื่องแรกที่คุณต้องทำ แต่มันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของคำตอบ การใช้จ่ายน้อยช่วยกรุยทางให้คุณส่วนหนึ่ง แต่การหารายได้เพิ่มจะช่วยเปิดทางที่เหลือทั้งหมดให้คุณ

คุณจะหารายได้เพิ่มอย่างไร? คุณอาจไม่ทำเหมือนผมก็ได้ คุณอาจจะเขียนบล็อก เขียนอีบุ๊ค ทำงานฟรีแลนซ์ เขียนหนังสือขาย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ผมเคยเขียนถึงไปแล้วตามเว็บๆไซต์ต่างๆ ของผม มันอาจจะไม่เวิร์คกับทุกคนก็ได้

หัวใจสำคัญคือคุณต้องค้นหาสิ่งที่คุณชอบ และทุ่มพลังใจทั้งหมดทำมัน ระหว่างทางคุณจะได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ แม้ในบางทีคุณอาจต้องเริ่มจากศูนย์และหาคนช่วยให้แนะนำ แต่มันจะไม่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยหรือท้อแท้ ถ้ามันเป็นสิ่งที่คุณชอบ

และที่สำคัญคุณต้องคอยมองหาโอกาส และคว้ามันเอาไว้ทันที่ที่พบ ไม่ต้องกลัวว่ามันจะผิดพลาด เพราะถึงพลาดเราก็สามารถทิ้งมันไป แล้วก็มองหาโอกาสใหม่ไปเรื่อยๆ สักวันหนึ่งคุณจะพบกับโอกาสที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จจนได้ ผมขอเป็นกำลังใจให้กับคุณ

Facebook Comments