Thriving on LESS #7

Changing Your Spending Habits

ถึงแม้คุณจะตัดค่าใช้จ่ายในหลายๆ ส่วนได้ แต่ถ้าคุณยังไม่เปลี่ยนนิสัยการใช้จ่าย ผลลัพธ์ที่เราต้องการก็ยังไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เพราะถึงคุณจะตัดค่าใช้จ่ายในหลายๆ ส่วนได้ แต่คุณยังกระหน่ำซื้อของไม่จำเป็นอยู่ สิ่งที่ทำลงไปก็เปล่าประโยชน์

สิ่งที่สำคัญที่สุดในระยะยาวคือ การสร้างนิสัยการใช้เงินใหม่ นิสัยต่อไปนี้เป็นสิ่งที่คุณควรลองทำดู

1. ออมเงินแบบอัตโนมัติ ทุกครั้งที่มีรายรับเข้ามาให้หักเงินออกมาส่วนหนึ่งเพื่อเป็นเงินออม โดยคุณควรกำหนดเป็นร้อยละที่แน่นอนและเหมาะสมกับแผนการออมเงินของคุณ เช่นร้อยละ 10 ของรายได้เป็นต้น และคุณอาจใช้ความสามารถจากระบบ internet banking โดยการตั้งให้โอนเงินจากบัญชีเงินเดือนไปยังบัญชีเงินออมโดยอัตโนมัติทุกวันที่เงินเดือนเข้าก็ได้

2. เลิกนิสัยใช้จ่ายแบบไม่ยั้ง ปัญหาใหญ่สำหรับทุกคนคือการใช้จ่ายอย่างไม่ยั้งไม่ว่าจะเป็นเรื่องกิน หรือการจับจ่ายข้าวของเครื่องใช้ ใช้จ่ายกันจนมากเกินควร แล้วก็ส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของคุณ ทางแก้คือคุณต้องคอยตรวจสอบดูว่าหมดเงินไปกับอะไร หมดไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นมากแค่ไหน (สิ่งจำเป็นก็คือปัจจัย 4 และสิ่งของที่จำเป็นต่อการทำงานของคุณ) หลังจากนั้นก็ตั้ง บัญชีห้ามซื้อ 30 วันขึ้นมา เมื่อไรก็ตามที่อยากซื้อของที่ไม่จำเป็นก็เอามาใส่บัญชีนี้ไว้ แล้วก็ห้ามซื้อมันจนกว่าจะครบ 30 วันหลังจากถูกใส่เข้าไปในบัญชี บัญชีนี้จะช่วยชะลอจังหวะการใช้จ่ายของคุณให้ช้าลงได้

3. วิเคราะห์การใช้จ่าย แล้วใช้จ่ายอย่างประหยัด ถ้าคุณยังไม่เคยลองจดบันทึกการใช้จ่าย ขอให้คุณลองทำดูสัก 1 เดือน จดทุกสิ่งทุกอย่างที่ดึงเงินคุณออกไปจากกระเป๋า แล้วก็ลองวิเคราะห์ดูว่าอะไรเป็นสิ่งจำเป็น อะไรเป็นสิ่งไม่จำเป็น เลือกตัดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป

4. ลงทุนเพื่ออนาคต การคิดเรื่องเกษียณอาจจะเร็วไปสำหรับคนวัย 20 – 30 แต่มันก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรคิดถึงมันตั้งแต่ตอนนี้ เพราะยิ่งออมเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งใช้ประโยชน์จากมันได้มากเท่านั้น ถ้าคุณไม่อยากศึกษาเรื่องการลงทุนมากนัก การลงทุนในกองทุนรวมก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ

5. อย่าทิ้งคนข้างหลังให้เดียวดาย นอกจากการเตรียมเงินสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉินแล้ว คนที่มีคนข้างหลังอย่างพ่อแม่ ภรรยาหรือลูกที่ยังต้องพึ่งพาคุณอยู่ คุณควรทำประกันชีวิต (ที่ไม่ใช่การออมเงิน) เผื่อไว้ในวันที่คุณไม่สามารถดูแลพวกเขาได้อีก

6. ปลดหนี้ให้หมด แล้วอย่าไปเป็นหนี้อีก ไม่ว่าคุณจะมีหนี้อะไร ก้อนเล็กหรือใหญ่แค่ไหน ให้คุณเขียนรายชื่อมันออกมาเริ่มจากหนี้ก้อนเล็กที่สุดไปยังก้อนที่ใหญ่ที่สุด หลังจากนั้นก็ให้วางแผนการปลดหนี้โดยเริ่มจากก้อนเล็กที่สุด ไปยังก้อนใหญ่ที่สุด โดยพยายามให้จำนวนเงินที่ชำระหนี้เพิ่มขึ้นจากการชำระครั้งก่อนหน้ามากขึ้นไปเรื่อยๆ มันอาจจะใช้เวลาหลายปี แต่เชื่อเหอะ คุณจะปลดหนี้ทั้งหมดได้

7. แยกกระเป๋าเงินตามประเภทการใช้จ่าย จากเดิมที่คุณรวมเงินไว้เป็นก้อนเดียว ให้คุณแบ่งมันออกเป็นสามก้อนสำหรับค่าอาหาร สำหรับจับจ่ายข้าวของเครื่องใช้ และสำหรับค่าเดินทาง แล้วก็ใช้จ่ายตามประเภทของเงินอย่างเคร่งครัด ไม่ดึงของก้อนอื่นมาใช้ เมื่อคุณใช้จ่ายเงินก้อนไหนมากเกินไป คุณจะรับรู้มันได้ทันที จะได้ปรับแผนการใช้จ่ายได้ทัน

8. ชำระค่าบริการทันที หรือทำให้มันเป็นอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าอินเทอร์เน็ท เมื่อคุณได้รับใบแจ้งค่าบริการคุณควรชำระมันทันที หรือไม่ก็เปลี่ยนไปใช้บริการหักบัญชีอัตโนมัติ เราจะได้เวลามาจัดการกับรายจ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากรายจ่ายประจำ

Facebook Comments