Sweet diary #16

follow up case ต่อจากครั้งที่แล้ว

S&O: ชายไทยเชื้อชาติไทยจีนป่วยเป็นโรคหวานเกินมาประมาณ 7 ปี มาติดตามอาการที่คลินิกผู้ป่วยนอกทุก 2 เดือน มาครั้งนี้ยอมรับว่ายังคุมอาหารได้ไม่ดี แทบไม่ได้ออกกำลังกายเลย แต่เชื่อมั่นว่ากินยาครบทุกมื้อไม่มีขาด และอาจจะเกินในบางวัน (อันนี้เป็นตัวอย่างที่ผิด)

ค่าน้ำตาลสะสมเมื่อสองเดือนที่แล้ว และวันนี้เท่ากับ 8.7 และ 7.2 ตามลำดับ ปัจจุบันใช้ยากินในกลุ่ม Sulfonylureas, Biguanides และ Thiazolidinediones อย่างละ 1 ตัว ช่วงที่ผ่านมาไม่มีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ

น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ BMI = 21.4 แต่คนรอบๆ ตัวก็ยังทักว่าผอมอยู่ดี

A: คัมภีร์ ADA 2010 บอกว่าค่าน้ำตาลสะสมที่มากกว่า 7 จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนที่หัวใจ ไต ตา การเพิ่มยาอีก 1 ตัว เป็น triple therapy ทำให้ระดับน้ำตาลเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น คิดว่าการคุมอาหารที่เข้มงวดขึ้น และการออกกำลังกายที่มากขึ้น น่าจะทำให้ค่าน้ำตาลสะสมอยู่ในเป้าหมายได้ในนัดติดตามอาการครั้งต่อไป

จากผลทางห้องปฏิบัติการและการตรวจร่างกายยังไม่พบอาการแทรกซ้อนที่หัวใจ และไต ไม่มีอาการบวม น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอาจจะเป็นผลจากการควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้น ไม่น่าเป็นผลข้างเคียงของยาในกลุ่ม Thiazolidinediones

P: เป้าหมายคือ ลดค่าน้ำตาลสะสมให้ต่ำกว่า 7

แผนการรักษา คงขนาดยาเดิมทั้งสามตัวไว้

ติดตามผลการรักษาจาก ค่าน้ำตาลหลังอดอาหาร และค่าน้ำตาลสะสม

ติดตามความปลอดภัยจากการใช้ยาจาก ค่าการทำงานของตับ และไต อาการน้ำตาลในเลือดต่ำ อาการบวม และน้ำหนักขึ้น

แผนในอนาคต ถ้าควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ให้ค่อยๆ ปรับลดขนาดยาสองตัวแรกลงทีละตัว แต่ถ้าควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ ให้เพิ่มขนาดยาในกลุ่ม Thiazolidinediones ถ้ายังควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้อีก อาจต้องพิจารณาเพิ่ม Basal insulin และ หยุดใช้ยาในกลุ่ม Sulfonylureas

ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้

Facebook Comments