ชั่วคราว หรือตลอดไป… อนาคตลูกจ้างเงินบำรุง

ผมจะได้บรรจุมั้ย…
ตำแหน่งนี้จะได้บรรจุหรือเปล่า…
หนูจะต้องรอไปอีกกี่ปี…

หลากหลายคำถามจากน้องเภสัชจบใหม่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา น้องๆ ที่อยากรู้ว่าจะได้บรรจุเป็นข้าราชการหรือเปล่า

คำถามนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่ก็พอเดาได้ เพราะตั้งแต่ปี 2543 ที่มีการบังคับใช้นโยบายลดอัตรากำลังข้าราชการของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) การบรรจุบุคลากรเข้าเป็นข้าราชการพลเรือนก็ลดลงเรื่อยๆ เพื่อควบคุมไม่ให้รายจ่ายของภาครัฐฯ เติบโตเร็วกว่ารายได้ (เงินเดือนบุคลากรคิดเป็น 38% ของงบประมาณรายจ่ายภาครัฐฯ ปี 2009P)

เมื่อตำแหน่งข้าราชการลดลงสวนทาง กับความต้องการบุคลากรของโรงพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปีตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น การใช้เงินบำรุงเพื่อจ้างลูกจ้างชั่วคราวจึงเป็นทางออกของโรงพยาบาลรัฐในปัจจุบัน

ข้าราชการมีสวัสดิการการรักษาครอบคลุมถึงพ่อแม่ลูก ในขณะที่ลูกจ้างชั่วคราวมีประกันสังคมที่คุ้มครองเพียงแค่ตัวเอง
ข้าราชการสามารถเบิกค่าเล่าเรียนของลูกได้ ในขณะที่ลูกจ้างชั่วคราวไม่สามารถทำได้
ข้าราชการมีระบบแท่งให้ปีนป่ายขึ้นไปได้เรื่อยๆ ในขณะที่ลูกจ้างชั่วคราวมีเพียงแค่การปรับเงินเดือนที่ขึ้นกับนโยบายของผู้บริหารในแต่ละหน่วยบริการ
ข้าราชการมีเงินบำนาญและเงินออมจากกบข. ในขณะที่ลูกจ้างชั่วคราวมีเพียงแค่เงินออมของประกันสังคม
ข้าราชการมีโอกาสในการย้ายไปทำงานยังบ้านเกิดได้โดยเงินเดือนไม่ลดลง ในขณะที่ลูกจ้างชั่วคราวต้องลาออกและไปเริ่มต้นใหม่กับเงินเดือนใหม่ที่ไม่รู้ว่าจะเท่าเดิมหรือเปล่าที่โรงพยาบาลในบ้านเกิด
…………………………..

ความเลื่อมหล้ำดังกล่าว เกิดขึ้นจากการขาดกติกากลางในการกำหนดค่าตอบแทน และการอาศัยเงินบำรุงของโรงพยาบาล ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจของผู้เสียเปรียบจึงบังเกิดขึ้น พร้อมกับความขัดแย้งของคนทำงานทั้งสองกลุ่มได้สะสมมากขึ้นๆ รอวันที่จะมีการเปลี่ยนแปลง

ปัญหาของลูกจ้างชั่วคราวเป็นเรื่องที่มีการพูดคุยกันภายในกระทรวงได้หลายปีแล้ว แต่ยังไม่มีการตั้งคณะทำงานออกมาทำเรื่องนี้โดยตรง จนกระทั่งเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้มีการแต่งตั้ง คณะทำงานเพื่อศึกษาจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการจ้างบุคลากรด้วยเงินบำรุง สำหรับลูกจ้างชั่วคราวสายวิชาชีพ
แนวทางที่พูดคุยกันไปเบื้องต้นจะเป็นการเพิ่มสิทธิและสวัสดิการให้เพิ่มมากขึ้น สรุปออกมาคร่าวๆ ได้ดังนี้
– เพิ่มรายได้ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ
– เพิ่มสวัสดิการให้เทียบเท่ากับข้าราชการ
– จัดให้มี Career ladder เหมือนกับข้าราชการ สามารถมีความก้าวหน้าในสายงาน
– เปลี่ยนชื่อเรียกตำแหน่งเป็น “พนักงานกระทรวงสาธารณสุข” เพื่อความรู้สึกที่ดีกับชื่อเรียกตำแหน่ง ไม่ใช่ทำงานมาหลายปี ยังต้องคอยบอกคนอื่นว่าเป็นลูกจ้างชั่วคราวอยู่เรื่อยไป
– กำหนดโควต้าของตำแหน่งโดยหน่วยบริการเพื่อให้การจ้างงานสัมพันธ์กับรายได้ของหน่วยบริการ
– กำหนดให้เงินเดือนมากกว่าข้าราชการ 1.2 – 1.4 เท่า
– เพิ่มค่าตอบแทนพิเศษ หรือเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย
– อาจมีการนำระบบ pay for performance มาใช้
– จัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเหมือนกับพนักงานเอกชน

จากแนวทางที่เห็น คนที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยจะรู้สึกคุ้นๆ เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วกับพนักงานมหาวิทยาลัย และสิ่งที่ควรจะเป็นเหมือนกันอีกอย่างคือ การมีบุคลากรแบบเดียว ไม่มีการแบ่งเป็นสองระบบ เปลี่ยนบุคลากรทุกคนเป็น “พนักงานกระทรวงสาธารณสุข” เหมือนกับที่หลายๆ มหาวิทยาลัยกำลังทำอยู่ตอนนี้ ซึ่งใช้เวลานานนับ 10 ปีกว่าจะทำให้สัดส่วนของพนักงานมากกว่าข้าราชการได้ และอาจใช้เวลานานยิ่งกว่ากับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงที่มีแรงต้านมากมายเมื่อมีการพยายามผลักดันหน่วยงานออกนอกระบบ

แต่ทั้งหมดที่กล่าวถึงยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ได้
แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือควรจะมีระเบียบออกมาให้เร้วที่สุด เพื่อดึงกำลังใจของน้องๆ กลับมา ถ้าจะมีอะไรเพิ่มเติมก็ค่อยออกระเบียบแก้ไขอีกที เพราะยิ่งออกระเบียบมาช้าเท่าไหร่ กำลังใจของน้องๆ จะยิ่งถดถอย และความขัดแย้งของข้าราชการกับลูกจ้างชั่วคราวอาจจะมากขึ้น จนถึงจุดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ถ้าปล่อยให้ถึงเวลานั้น อาจจะเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงได้

และน้องๆ จะได้เป็นลูกจ้างชั่วคราว ชั่วคราวจริงๆ

ปล. อีกคำตอบที่หลายคนอาจจะชอบมากกว่า แต่ก็เป็นไปได้ยากกว่านั่นคือกระทรวงสาธารณสุขขอเอาตำแหน่งข้าราชการจาก กพ. มาจัดการเอง จะได้จัดสรรตำแหน่งได้เพิ่มขึ้น

หมายเหตุ: เนื้อหาทั้งหมดเป็นการเรียบเรียงมาจากบทความในจุลสารผีเสื้อขยับปีกเล่มล่าสุด

Facebook Comments

1 comment

ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกคน