Sweet diary #15: Self SOAP

S&O: ชายไทยหน้าตี๋ป่วยเป็นโรคหวานเกินมาประมาณ 7 ปี มาติดตามอาการที่คลินิกผู้ป่วยนอกทุก 2 เดือน มาครั้งนี้ยอมรับว่าคุมอาหารได้ไม่ดี ออกกำลังกายได้ไม่มากพอ แต่เชื่อมั่นว่ากินยาครบทุกมื้อไม่มีขาด

ค่าน้ำตาลสะสมเมื่อสองเดือนที่แล้ว และวันนี้เท่ากับ 8.8 และ 8.7 ตามลำดับ ปัจจุบันใช้ยากินในกลุ่ม Sulfonylureas และ Biguanides อย่างละ 1 ตัว ช่วงที่ผ่านมาไม่มีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่ปากหวานนี่เป็นบ้างบางเวลา

น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ BMI = 20.4 แต่คนรอบๆ ตัวทักว่าผอมแทบทุกคน

A: คัมภีร์ ADA 2010 บอกว่าค่าน้ำตาลสะสมที่มากกว่า 7 จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนที่หัวใจ ไต ตา ดังนั้นควรเพิ่มยาอีก 1 ตัว เป็น triple therapy ยาที่ถูกเลือกคือยาในกลุ่ม Thiazolidinediones ที่ช่วยลดน้ำตาลสะสมได้ประมาณ 1 บวกกับการคุมอาหารที่เข้มงวดขึ้น และการออกกำลังกายที่มากขึ้น น่าจะทำให้ค่าน้ำตาลสะสมอยู่ในเป้าหมายได้

จากผลทางห้องปฏิบัติการและการตรวจร่างกายยังไม่พบอาการแทรกซ้อนที่หัวใจ และไต แต่ตายังไม่ได้ตรวจ แนะนำให้ไปพบหมอตาโดยไวจะได้เก็บตาไว้บอดเพราะรักอย่างเดียว การนัดติดตามอาการยังคงให้มาทุก 2 เดือนเหมือนเดิมแต่ให้เพิ่มการตรวจการทำงานของตับด้วย เพื่อเฝ้าระวังผลข้างเคียงจากยากลุ่ม Thiazolidinediones

P: เป้าหมายคือ ลดค่าน้ำตาลสะสมให้ต่ำกว่า 7

แผนการรักษา คงขนาดยาเดิมทั้งสองตัวไว้ เพิ่มยาในกลุ่ม Thiazolidinediones เริ่มที่ขนาดต่ำสุด

ติดตามผลการรักษาจาก ค่าน้ำตาลหลังอดอาหาร และค่าน้ำตาลสะสม

ติดตามความปลอดภัยจากการใช้ยาจาก ค่าการทำงานของตับ และไต อาการน้ำตาลในเลือดต่ำ อาการบวม และน้ำหนักขึ้น

แผนในอนาคต ถ้าควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ให้ค่อยๆ ปรับลดขนาดยาสองตัวแรกลงทีละตัว แต่ถ้าควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ ให้เพิ่มขนาดยาในกลุ่ม Thiazolidinediones ถ้ายังควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้อีก อาจต้องพิจารณาเพิ่ม Basal insulin และ หยุดใช้ยาในกลุ่ม Sulfonylureas

ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้

Facebook Comments

4 comments

อ่านแล้ว ตูจะอ้วก เลี่ยนความหวาน อินเลิฟจริงๆ เพื่อนตู

อะไรกัน แค่พยายาม soap ไม่ให้มันน่าเบื่อแค่นั้นเอง

ไม่ยอมฉีดอินซูลิน นะ….กลัวเข็ม หรออออออออ
ฮ่า

ไม่อาว ไ่ม่อยากพกเข็ม