ลมหนาวอารมณ์ดี

ไม่นานมานี้มีพายุหมุนลูกหนึ่งที่สนุกกับการเคลื่อนที่ไปมาประสาพายุหมุน เวลาไปไหนมาไหนก็มักจะหอบเอาอุณหภูมิต่างๆ อย่างลมร้อนหรือลมหนาวไปด้วย

จนกระทั่งวันหนึ่งพายุหมุนได้เจอกับลมหนาวอารมณ์ดี ที่เคมี ณ ตอนนั้นบอกว่านี่แหละอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับเรา ต่อไปเราจะเป็นผู้พัดพาลมหนาวอารมณ์ดีไปกับเราทุกที่

ส่วนลมหนาวอารมณ์ดีเองก็ยินดีที่จะให้พายุหมุนพัดพาตนเองไปในทุกที่ เพราะเธอรู้สึกว่าการที่มีพายุหมุนเคียงข้างเธอ ทำให้เธอมีความสุขมากกว่าการอยู่อย่างโดดเดี่ยวเช่นที่ผ่านมา เธอจึงทำทุกอย่างที่เธอคิดว่าทำแล้วพายุหมุนจะมีความสุข

สุดท้ายแล้วทั้งสองก็ครองรักกันอย่างมีความสุข

ถ้านี่เป็นนิทานเล่าให้เด็กฟังก่อนนอนก็คงจะจบอย่าง happy ending อย่างนี้แล้ว แต่มันไม่ใช่สำหรับเรื่องนี้

ด้วยความรักอิสระของพายุหมุน เขาจึงไม่ได้พัดพาลมหนาวอารมณ์ดีไปทุกที่อย่างที่ตั้งใจไว้ บางครั้งเขาก็เคลื่อนที่ไปมาลูกเดียว บางครั้งก้ไปกับเพื่อนพายุหมุนด้วยกัน บางครั้งก็เอาลมร้อน หรือลมอุ่นไปด้วย

เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ลมหนาวอารมณ์ดีจึงรู้สึกเหมือนถูกทิ้งขว้าง เกิดความสับสน ว่าร้ายตนเอง คิดว่าตนเองไม่ดี ตนเองผิด พายุหมุนถึงไม่สนใจ

ลมหนาวอารมณ์ดีคงลืมไปแล้วว่าตั้งแต่เกิดมา ตนเองก็เคยอยู่คนเดียวตั้งหลายช่วงเวลา อยู่โดยไม่ต้องมีพายุหมุนลูกไหนๆ มาเคียงข้าง ตนเองก็พัดไปมาได้เองอย่างมีความสุขอยู่แล้ว

และในครั้งนี้พายุหมุนก็ไม่ได้ตั้งใจทิ้งขว้างลมหนาวอารมณ์ดี เพียงแต่เขาคิดว่าตนเองยังไม่พร้อมที่จะหมุนเคียงข้างไปกับลมหนาวอารมณ์ดี หรือลมไหนๆ เคมีของเขา ณ ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว มันบอกให้เขาใช้ชีวิตอิสระต่อไป หมุนต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอลมที่เขาพร้อมจะเคียงข้างด้วย

แต่ลมหนาวอารมณ์ดีแทนที่จะเข้าใจ กลับพยายามหาว่าใครเป็นคนผิด ทั้งที่เรื่องนี้ไม่มีทั้งคนผิด และคนถูก มีแต่ชีวิตของพายุหมุน กับลมหนาวอารมณ์ดี ที่ต้องไปคนละเส้นทางกัน

เพียงแค่ลมหนาวอารมณ์ดีหยุดตีโพย ตีพาย แล้วเปิดหู เปิดตา เปิดใจก็จะได้ยินสิ่งที่พายุหมุนต้องการบอกกับลมหนาวอารมณ์ดีว่า

” ลมหนาวอารมณ์ดี เธอเป็นลมที่สดใส อารมณ์ดีสมชื่อของเธอ เพียงแต่ความรักสำหรับเราถ้าไม่ใช่ มันก็ไม่ใช่ เธอจะทำอย่างไร ก็เปลี่ยนความจริงเรื่องนี้ไม่ได้ “
” ในตอนนี้เราอาจจะเป็นคนที่ใช่สำหรับเธอ แต่เธอไม่ใช่คนที่ใช่ของเรา ถ้าอยู่ด้วยกันความสุขของเราคือ ศูนย์ ในขณะที่ของเธออาจจะเป็น บวก จะดีกว่าไหม ถ้าเธอได้อยู่กับคนที่มีความสุขเป็น บวกเหมือนเธอ “
” อดีตก็คืออดีต การที่เราสองคนเคยมีวันที่มีความสุขด้วยกันเป็นเรื่องดี แต่มันจะไม่ดี ถ้าเธอมัวแต่เอาอดีตมาตั้งคำถามกับปัจจุบัน โลกเราที่เคยหนาวเหน็บมาเป็นล้านปี ยังเปลี่ยนมาร้อนระอุอย่างทุกวันนี้ได้เลย ประสาอะไรกับใจของพายุหมุนลูกเล็กๆ ลูกหนึ่งอย่างเรา “

” เชื่อเราเหอะ สักวันหนึ่งเธอจะเจอกับพายุที่เหมาะกว่าเรา พายุที่พร้อมจะพาลมหนาวไปด้วยกันทุกที่ ไม่ใช่พายุรักอิสระแบบเรา ”

ถ้าลมหนาวอารมณ์ดีเข้าใจสิ่งที่พายุหมุนต้องการบอก เธอก็คง ไม่ตั้งคำถามมากมายให้กับตนเอง ไม่คิดหาคำตอบในเรื่องที่ไม่มีคำตอบ ไม่อยู่กับการว่าร้ายตนเอง ดึงตนเองลงไปสู่ความมืดมิด ลงไปสู่ก้นบึ้งของหัวใจ แล้วสุดท้ายก็หายไปจากใจของทุกคน

ลมหนาวอารมณ์ดีอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้จริงๆ หรือเธอคิดว่าทำแบบนี้แล้ว พายุหมุนจะเห็นใจแล้วกลับมารักเธอได้หรือ

ความรักอาจเริ่มต้นจากความสงสาร แต่ความรักไม่อาจคงอยู่ตลอดไปด้วยความสงสารเพียงอย่างเดียว

การรักใครสักคนอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่การที่จะเลิกรักคนที่เรารักหมดใจนั้นทำได้ยากกว่ามาก

ลมหนาวช่วยให้คนที่ร้อนรุ่มเย็นลงได้

ลมหนาวช่วยให้เกิดหิมะ เกิดลูกเห็บสร้างความงดงามให้กับธรรมชาติ
ลมหนาวช่วยให้เกิดตำนานความรักมากมาย

และสุดท้ายลมหนาวช่วยให้เกิดนิทานเรื่องนี้ขึ้นมา

ลมหนาวมีคุณค่าอยู่ในตนเองมากมาย ไม่มีใครทำให้คุณค่าของลมหนาวลดลงได้ มีแต่ตัวลมหนาวเองที่กำลังลดคุณค่าตนเองอยู่

รักตัวเองคือการมีความสุขได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องรอให้ใครมาทำให้เรามีความสุข

จะดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ หรือขึ้นมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุข พร้อมที่จะเจอกับพายุหมุนลูกใหม่ของชีวิต

ลองคิดว่าคุณเป็นลมหนาวอารมณ์ดี แล้วตอบคำถามข้อนี้ให้ผมทีครับ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เคมีของคนเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อย่าพยายามหาเหตุผลว่าทำไมมันถึงเปลี่ยนไป แต่ควรพยายามปรับตัวให้เข้ากับเคมีที่เปลี่ยนไปต่างหาก

Facebook Comments