Hospital pharmacist (7) : Definition of Thai pharmacist career

ช่วงนี้มีเพื่อนคุยเรื่องเรียนต่อเฉพาะทางกันอีกแล้ว ในขณะที่รุ่นน้องนั้นไม่ต้องพูดถึง เริ่มเรียนกันไปแล้ว เป็นเภสัชกรประจำบ้านปี 1 มาบรรยายในงานประชุมกันกันซะหลายคน รวมถึงเพื่อนที่เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยด้วย

ในขณะที่แพทย์นั้นมี extern, intern, resident, fellow หรือ staff กันมานมนานแล้ว เภสัชกรไทยพึ่งจะเริ่มมีระบบการเรียนต่อเฉพาะทางได้ยังไม่ถึง 5 ปีเลย ซึ่งชื่อเรียกเภสัชกรในแต่ละช่วงจะคล้ายแพทย์ แต่ระยะเวลาที่ใช้เรียน กับสาขาที่มีให้เรียนอาจจะต่างกันบ้าง

เริ่มจากนิสิตเภสัชชั้นพรีคลินิก (pharmacy student, pre – clinic) คือ นิสิตเภสัชชั้นปีที่ 1, 2 และ 3 ที่มีการเรียนวิชาพื้นฐานสำหรับไว้ใช้ตอนขึ้นเรียนคลินิก

นิสิตเภสัชชั้นคลินิก (pharmacy student, clinic) คือ นิสิตเภสัชชั้นปีที่ 4, 5 และ 6 ที่เป็นการเรียนวิชาสำหรับใช้ดูแลคนป่วย โดยเป็นการเรียนจากคนป่วยจริงๆ และคนป่วยในกระดาษสลับกันไป และในชั้นปีที่ 6 ที่ในบางประเทศเรียกว่า pre – registered pharmacist จะต้องทำงานได้ทุกอย่างได้เหมือนกับเภสัชกร เพียงแต่ยังไม่จบและยังไม่มีใบอนุญาตเท่านั้น ซึ่งในปีสุดท้ายนี้จะได้ฝึกงานแบบ rotation ไปทำทุกงานที่เภสัชกรต้องทำเป็นช่วงสั้นๆ 1 – 2 เดือน พอทำงานนั้นได้

เภสัชกรโรงพยาบาล (hospital pharmacist) คือเภสัชกรที่ทำงานในโรงพยาบาล ซึ่งในปัจจุบันเป็นรุ่นที่ไม่ต้องใช้ทุนแล้ว แต่เป็นการสอบคัดเลือกเข้าไปบรรจุ ต้องทำงานในโรงพยาบาลประมาณ 2 ปี ถึงจะมีสิทธิ์ขอทุนไปเรียนต่อเฉพาะทางได้

อาจารย์เภสัชกร (pharmacy teacher) คือเภสัชกรอีกกลุ่มหนึ่งที่มีสิทธิ์เรียนต่อเฉพาะทาง และอาจจะมีอัตราการเรียนต่อเฉพาะทางสูงกว่าเภสัชกรโรงพยาบาลด้วย
เพราะในปัจจุบันอาจารย์ผู้สอนที่มีวุฒิบัตรมาจากอเมริกายังมีน้อยถึงขั้นนับคนได้ จึงมีการส่งเสริมให้เรียนต่อกัน เพื่อกลับมาเป็นอาจารย์ผู้สอนต่ออีกทีเพื่อรองรับการเรียนต่อเฉพาะทางที่อาจจะมากขึ้นของเภสัชกรโรงพยาบาลในอนาคต

เภสัชกรประจำบ้าน (pharmacy resident) คือเภสัชกรที่เรียนต่อเฉพาะทางซึ่งปีที่ 1 จะเป็นการฝึกอยู่ในหอผู้ป่วยอายุรกรรม และในปีที่ 2, และ 3 จะเป็นการฝึกแยกย่อยไปตามสาขาต่างๆ คือ Internal medicine, Pediatics, Nutrition suport, Oncology and Hematology, Infectious disease, Cardiology, Renal disease และ Critical care เป็นต้น

pharmacy fellow คือ เภสัชกรประจำบ้านที่ผ่านการฝึกในปีที่ 4 พร้อมกับทำวิจัยเชิงลึกในสาขาที่เลือกซึ่งต่างกับแพทย์ที่เป็นการเรียนลึกลงไปในสาขาย่อย หรือ minor แต่สำหรับเภสัชกรจะมีแต่สาขา major จึงสิ้นสุดการเรียนเฉพาะทางแค่นี้

Staff คือ อาจารย์ผู้สอนที่มีวุฒิบัตร หรืออนุมัติบัตร เภสัชบำบัด ซึ่งในปัจจุบันเป็นอาจารย์ที่จบมาจากอเมริกา

สรุปแล้วถ้าใครอยากเรียนเภสัชกรจนได้เป็น fellow หรือ staff จะต้องใช้เวลาเรียนประมาณ 6 + (0 – 2) + 4 คือ 10 – 12 ปีนั่นเอง สำหรับผมนั้นผ่านมาได้ครึ่งทางแล้ว แต่ครึ่งทางหลังไม่รู้จะมีโอกาสได้ไปต่อหรือเปล่า (ทำเป็นพูดไป ทำอย่างกับตัวเองอยากเรียนต่อ)

Facebook Comments