Annihilation

 

เห็นเรื่องนี้ใน netflix มาพักนึงแล้วแต่พึ่งได้โอกาสดู ตอนแรกคาดหวังไว้ค่อนข้างสูง จากการอ่านรีวิวหลายอันแบบผ่านๆ


เรื่องนี้จะเกี่ยวกับการสำรวจภัยคุกคามจากนอกโลกโดยทีมผู้หญิงที่ประกอบไปด้วยตัวเอกที่เป็นนักชีววิทยา นักมานุษยวิทยา นักฟิสิกส์ และ paramedic ซึ่งภัยคุกคามที่ว่าคือม่านสายรุ้ง (Shimmer) ที่เกิดขึ้นหลังจากมีอุกกาบาตพุ่งชนประภาคาร

หนังเรื่องนี้ต่างจากเรื่องอื่นตรงที่ไม่มีเอเลี่ยน หรือสัตว์ประหลาดนอกโลก แต่เป็นบางสิ่งจากนอกโลกที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่อยู่ในม่านสายรุ้ง

ตลอดเรื่องจะเป็นการเล่าเรื่องของนางเอก ที่แสดงโดย Natalie Portman ที่ยังคงสวยสะกดสายตาเหมือนเดิม เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการสำรวจ สลับกลับไปอดีตที่เป็นปมของนางเอกบ้าง โดยชั่วโมงแรกของหนังนี่ดำเนินไปแบบเรื่อยๆ มีตื่นเต้นบ้างเพราะช่วงที่ตื่นเต้นแบบต่อเนื่องจะมีแค่ครึ่งชั่วโมงสุดท้าย แถมสร้างคำถามอีกขึ้นมาในหัวอีก

คำถามที่ว่าคือภัยคุกคามแบบนี้มันก็มีอยู่แล้วในโลกทุกวันนี้ ซึ่งมันก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับเรามาก แต่หนังเอามาขยาย และเร่งความเร็วจนเหนือจินตนาการไปเลย ตามสไตล์หนังไซไฟ เลยทำให้ฉุกคิดว่าไม่ต้องรอตัวอะไรมาบุกโลกหรอก ณ จุดๆ หนึ่งโลกนี่แหละจะจัดการกับสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในโลกเอง


สรุปแล้วแนะนำสำหรับคอไซไฟ ส่วนใครที่ชอบหนังแอคชัน หรือทริลเลอร์ ผ่านไปได้เลยครับ มันคือเศษเสี้ยวของหนังเอง

The Secret Rules of Modern Living: Algorithms

หลังจากดูทีวีซีรีส์ตามคำแนะนำไปเรื่อยจน watch list ยาวเหยียด และเมื่อเริ่มดูเรื่องไหนแล้วก็ต้องดูจนจบในช่วงเวลาสั้นๆ ทุกที ทำให้รบกวนกิจกรรมอื่นที่ต้องทำรวมถึงเวลานอน ก็เลยลองเปลี่ยนมาดูสารคดีบ้าง เพราะความยาวจะไม่มากเท่า


The Secret Rules of Modern Living: Algorithms หรือชื่อไทยคือ กฎลับของชีวิตสมัยใหม่: อัลกอริทึม เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับอัลกอริทึมที่มีมากมาย และใช้ในชีวิตประจำวันทั้งที่เรารู้และไม่รู้ตัว ซึ่งดำเนินรายการโดย Marcus du Sautoy นักคณิตศาสตร์อังกฤษที่ทำรายการเล่าเรื่องวิทยาศาสตร์ PopSci หลายรายการ

เริ่มต้นจะเป็นการท้าแข่งเล่นเกมส์หยิบของที่ใครหยิบเป็นคนสุดท้ายจะเป็นคนแพ้ ซึ่งเค้าไปท้านักศึกษาในมหาวิทยาลัยเล่น แล้วก็ชนะตลอด ซึ่งเค้าบอกว่าวิธีที่หยิบของให้ชนะทุกครั้งมันคือ อัลกอริทึมอย่างหนึ่ง

จากนั้นเค้าก็เล่าถึง อัลกอริทึม pagerank ที่กูเกิ้ลใช้ในการจัดอันดับเว็บไซต์ที่จะแสดงในผลการค้นหา โดยเปรียบเทียบกับการจ่ายบอลของนักฟุตบอล ซึ่งคนที่ไม่รู้จัก pagerank มาก่อนเลย น่าจะเข้าใจได้ง่ายขึ้นด้วยการเปรียบเทียบนี้

แต่อันที่ผมชอบที่สุดคือเรื่อง merge sort กับ bubble sort ซึ่งเป็นอัลกอริทึมในการเรียงที่ทุกวันนี้ปรากฏอยู่ในทุกโปรแกรมที่ต้องจัดการกับข้อมูล ไม่ว่าจะตัวเลข หรือตัวหนังสือ ซึ่งเราใช้มันจนลืมคิดไปว่าที่ระดับลึกสุดของโปรแกรมมันต้องมีอัลกอริทึม ให้คอมพิวเตอร์มันรู้ด้วยว่าการเรียงคืออะไร และต้องเรียงอย่างไร และแค่การเรียงที่ดูคล้ายๆ กัน แต่ใช้เวลาต่างกันมาก ยิ่งดูยิ่งซาบซึ้ง บ่งบอกถึงความเนิร์ดของตัวเองมาก

นอกจากนี้ก็มีอัลกอริทึมอีกหลายอันที่ดูสนุกไม่แพ้กัน

  • อัลกอริทึมในการจับคู่นัดเดต
  • การจับคู่ผู้บริจาคกับผู้รับไตของ UKNHS
  • saleman travel problem ปัญหาที่ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครแก้ได้
  • การจัดการจราจรทางอากาศของสนามบิน ที่ทุกวันนี้มีอัลกอริทึมที่อยู่ในระดับแค่พอใช้
  • อัลกอริทึมเรียนรู้ความชอบภาพยนต์ของแต่ละคน
  • MRI
  • Kinect

สรุปแล้วรายการนี้เป็นสารคดีที่ชื่อดูเหมือนจะน่าเบื่อ แต่จริงๆ แล้วสนุกมาก ไม่ต้องมีพื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาก ดูเพลินๆ ได้จนจบ

Thaibar first exam (2/70)

Desks set up in sports hall for exams @svidal via Twenty20

 

ผ่านพ้นไปแล้วกับการสอบเนติบัณฑิตครั้งแรก กับวิชาในเทอมสองคือ วิธีพิจารณาความแพ่ง กับวิธีพิจารณาความอาญา


หลังจากพยายามอ่านหนังสือหนักมากๆ เมื่อเทียบกับสมัยเรียนปริญญาตรี พอได้มาสอบจริงๆ ก็ยังไม่มั่นใจ 100% ด้วยความกังวลเรื่องระเบียบการสอบที่เข้มงวดเอย สถานที่สอบที่ไม่เคยไปเอย เวลาสอบที่ยาวนานถึง 4 ชม.เอย

แต่พอได้มาสอบจริงๆ แล้ว พบว่าไอ้ที่ควรกังวลจริงๆ คือตัวข้อสอบเองต่างหาก เพราะสถานที่สอบก็ไปได้ไม่ยาก (มหาวิทยาลัยสยาม) ระเบียบการสอบที่เหมือนเยอะ แต่มันก็เป็นเรื่องทั่วไป เวลาสอบที่ยาวนานแต่พอสอบจริง รู้สึกว่ามันผ่านไปเร็วมากเลย

ส่วนห้องสอบก็เป็นห้องเรียนทั่วไป ไม่ได้เป้นห้องใหญ่ๆ เหมือนในรูป โต๊ะก็ใหญ่ดี เหมาะสำหรับการสอบที่ต้องเขียนเยอะๆ แอร์ก็เย็นดี ห้องน้ำก็ไม่ไกลจากห้องสอบ ส่วนการสอบนั้นจะไม่พูดถึงจนกว่าผลสอบจะออก


สรุปแล้วมหาวิทยาลัยสยาม เป็นสนามสอบที่โอเคเลยสำหรับการสอบเนติบัณฑิต แนะนำสำหรับใครที่อยู่ใกล้ๆ หรือสะดวกในการเดินทาง

FAPA Congress 2016

ด้วยหน้าที่หลักที่ไม่ใช่การทำวิจัย การส่งงานวิจัยไปประกวดในงาน FAPA Congress 2016 ก็ถือว่าทำเกินเป้าหมายตัวเองไปเยอะแล้ว

FAPA หรือ The Federation of Asian Pharmaceutical Associations เป็นสมาคมของเภสัชกรในภูมิภาคเอเชีย — แปซิฟิก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยสมาคมจะจัดงานประชุมใหญ่ทุก 2 ปี เรียกว่า FAPA Congress ปีที่ผมส่งโปสเตอร์ไปประกวด เป็น FAPA Congress 2016 จัดที่ประเทศไทยนี่เอง


เป้าหมายเดิมคือแค่ส่งงานวิจัยไปประกวดในงานของสมาคมวิชาชีพระดับประเทศเท่านั้น แต่หลังจากได้ไปประกวดในงานระดับประเทศหลายๆ งาน ตั้งแต่งานประชุมวิชาการประจำปีของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) งาน HA Forum ของสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) เรื่อยมาจนถึงงานของสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) ก็เลยคิดว่าถึงเวลาขยับเป้าหมายได้แล้ว ประจวบกับ FAPA Congress ปีนั้นไทยเป็นเจ้าภาพพอดี ก็เลยลองส่งงานต่อยอดของงานเดิมส่งไป ก็ได้เข้ารอบไปแสดงผลงาน ถึงจะไม่ได้รางวัลอะไร ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว

แต่เป้าหมายด้านงานวิจัยก็ยังคงมีต่อคือ การตีพิมพ์ในวารสารที่อยู่ใน TCI กลุ่ม 1 เพราะงานที่ตีพิมพ์ชิ้นแรกวารสารไม่ได้อยู่ใน TCI แต่อาจจะเป็นงานวิจัยในสาขาอื่นที่ไม่ใช่เภสัชศาสตร์ก็ได้


ก็ต้องพยายามกันต่อไป

12 – ฟังด้วยใจ

หลายๆ ครั้งที่ฟังคนอื่นได้นานสองนานโดยเฉพาะคนที่ไม่สนิท แต่กับคนใกล้ตัวมักจะฟังได้ไม่นาน มักเผลอพูดขัดและเสนอความเห็นไปทั้งที่เค้ายังพูดไม่จบ พอได้ดูคลิปนี้ ก็เลยเข้าใจ เพราะสมองเราชอบที่จะคิดนำ โดยเฉพาะเรื่องที่เรารู้ เรื่องที่เรามีประสบการณ์ มักจะชอบคิดว่าเรื่องง่ายๆ ทำแค่นี้ก็จบ รีบเสนอทั้งที่ยังไม่ได้รับรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของคนพูดเลย

จากนี้เลยตั้งใจแล้วว่าจะเป็นผู้ฟังที่ดีให้ได้ จะไม่คิดอะไรแทนเค้า จะช่วยเป็นคนฟัง ช่วยรับรู้ความรู้สึกเค้าเท่านั้น